ประวัติการเมือง การปกครอง ของประเทศเกาหลีใต้ในแต่ละยุค 

ยุคเผ่าและอาณาจักรโชซ็อนโบราณของประเทศเกาหลีใต้

ยุคเผ่าและอาณาจักรโชซอนเป็นช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ของประเทศเกาหลี โดยเป็นยุคที่สำคัญทางการปกครองและวัฒนธรรมของชาวเกาหลีใต้ในปัจจุบัน

ซึ่งมีช่วงเวลาที่แบ่งออกเป็นสามสมัยหลัก ได้แก่ สมัยโชซอนต้น (เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 1392), สมัยโชซอนกลาง, และสมัยโชซอนท้าย (สิ้นสมัยในปี พ.ศ. 1910 เมื่อประเทศเกาหลีได้เข้าสู่ยุคของการยึดครองจากญี่ปุ่น).

 

การปกครอง ของประเทศเกาหลีใต้ ในช่วงโชซอนต้น (1392-1592) เป็นยุคที่ประเทศเกาหลีได้เจรจาฟื้นฟูและก่อตั้งอาณาจักรโชซอน ซึ่งเป็นสมัยที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่มีความรุ่งเรือง

สถาปนิกสมัยนั้นได้สร้างสถาปัตยกรรมที่ยอดเยี่ยมและมีวัฒนธรรมทางวรรณกรรมที่คล้ายคลึงกับยุครุ่งโรจน์ของประเทศเกาหลี

ยุคสามอาณาจักรของประเทศเกาหลีใต้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของชาวเกาหลี แบ่งออกเป็นสามอาณาจักรหลักได้แก่:

  1. อาณาจักรกาโกเรีย (918-1392): ก่อตั้งโดยวังกาโกเรีย และเป็นอาณาจักรที่ครองด้วยตระกูลกรยาง มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่สำคัญ เช่น การสร้างศิลปะต่างๆ และการพัฒนาพุทธศาสนาที่หลากหลาย
  2. อาณาจักรโชซอน (1392-1897): ก่อตั้งโดยกงซุนยิม และเป็นอาณาจักรที่ครองด้วยตระกูลโชซอน มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่มีผลกระทบในการสร้างสถาปัตยกรรมและวรรณกรรมที่หลากหลาย
  3. อาณาจักรโครีย่า (1897-1910): เกิดจากการปฏิวัติโชซอน และเป็นช่วงเวลาที่มีการแนวร่วมของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำให้ประเทศเกาหลีเข้าสู่ยุคการยึดครองจากญี่ปุ่น

 

ยุคอาณาจักรเหนือใต้ (Three Kingdoms of Korea) เป็นช่วงประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ที่แบ่งออกเป็นสามอาณาจักรใหญ่ ได้แก่ กัมแจ (Goguryeo) บริเวณเหนือออกไปตามแนวริมแม่น้ำอามูร์, พาลเล (Baekje) บริเวณตะวันตก, และชิลลา (Silla) บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของเกาหลี. 

ช่วงเวลานี้เป็นสมัยที่เกาหลีใต้ได้เริ่มพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการค้าส่ง ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากจีนและญี่ปุ่นในตลอดช่วงสมัยอาณาจักรเหนือใต้

 

ยุคสามอาณาจักรหลัง (Later Three Kingdoms) เกิดขึ้นหลังจากที่อาณาจักรเหนือใต้ได้รวมตัวกันเป็นอาณาจักรเดียวในปี 668

โดยการก่อตั้งอาณาจักรชิลลา (Unified Silla) ซึ่งเป็นระบบการปกครองที่เป็นมาตรฐานและเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในยุคนั้นของเกาหลีใต้ อาณาจักรชิลลามีการควบคุมทั้งภูมิภาคเกาหลี และมีการค้าเปลี่ยนเปลี่ยนสินค้ากับจีนและญี่ปุ่นอย่างกว้างขวาง

ในช่วงเวลาต่อมา สามอาณาจักรหลังได้แบ่งออกเป็นอาณาจักรสมัยยุคโกงรา (Later Baekje) อาณาจักรสมัยโกงคทา (Later Goguryeo) และอาณาจักรชิลลาสมัยหลัง (Later Silla) โดยการแบ่งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อาณาจักรชิลลาได้ตกลงกันทำลายระบบการปกครองตามแบบดั้งเดิม

 

ยุคราชวงศ์โครยอ (โครยอ ราชวงศ์) เป็นยุคที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศเกาหลีใต้ เป็นราชวงศ์ที่ 5 ของประเทศเกาหลีใต้ มีการปกครองระหว่างปี 1910 ถึง 1945 โดยการอยู่ในความมีอำนาจของญี่ปุ่น ที่ครอบครองและปกครองประเทศเกาหลีใต้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และในระหว่างยุคที่ประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ถูกแบ่งแยกกันตามแนวทางที่ 38 องศาเหนือ.

การปกครองในยุคนี้มีการกดขี่ประชาชนและลักลอบ ซึ่งส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ค้าและชนชั้นงานกระทรวงกับตำรวจที่ทำให้มีการพัฒนาของสังคมและวัฒนธรรมในต่างประเทศ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังฟรี

ประวัติเมืองตะลุง หมู่บ้านเขมรป่าเล็กๆ แห่งอาณาจักรโคตรบูร

เมือง ตะลุง เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กในเขตอิทธิพลของ อาณาจักรโคตรบูร ซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณที่มีความเจริญรุ่งเรืองในแถบลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลาง ตั้งอยู่บริเวณที่ปัจจุบันคือพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและประเทศลาวบางส่วน

เมืองตะลุงในอดีตเป็นชุมชนเขมรขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าลึก และมีบทบาทสำคัญในฐานะจุดพักพิงของผู้คนที่เดินทางระหว่างศูนย์กลางของอาณาจักรโคตรบูรกับดินแดนโดยรอบ  

 

อาณาจักรโคตรบูรหรือที่เรียกกันว่า โคตรบูรปุระ เป็นอาณาจักรโบราณที่รุ่งเรืองในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11–16 มีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณเมืองนครพนมในปัจจุบัน ซึ่งอาณาจักรแห่งนี้มีอิทธิพลจากทั้งอารยธรรมทวารวดีและขอมโบราณ  

 

เมืองตะลุง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าทึบทางตะวันออกของโคตรบูร มีบทบาทเป็น หมู่บ้านป่าเล็กๆ ที่มีชาวเขมรอาศัยอยู่ โดยชาวเมืองมีวิถีชีวิตเรียบง่ายและดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์

ทำเกษตรกรรม และค้าขายแลกเปลี่ยนกับชุมชนใกล้เคียง เมืองตะลุงยังเป็นที่รู้จักว่าเป็นสถานที่ที่ผู้คนใช้หลบภัยจากการรุกรานของอาณาจักรอื่น เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นป่าลึก  

 

ประวัติเมืองตะลุง ชื่อ “ตะลุง” อาจมีที่มาจากคำในภาษาเขมรโบราณ หรืออาจเชื่อมโยงกับชื่อสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการค้าหรือการเดินทาง เนื่องจากเมืองตะลุงเคยเป็นจุดผ่านสำคัญ

สำหรับพ่อค้าที่เดินทางระหว่างอาณาจักรขอมกับดินแดนของชาวไท-ลาว นอกจากนี้ มีบางข้อสันนิษฐานว่าคำว่า “ตะลุง” อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะภูมิประเทศที่เป็นป่ารกชัฏและภูเขาสูง  

โครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมของเมืองตะลุง

แม้ว่าเมืองตะลุงจะเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ แต่มีโครงสร้างทางสังคมที่เป็นเอกลักษณ์ โดยได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมขอม ดังนี้:  

  1. ระบบปกครอง– มีหัวหน้าหมู่บ้านหรือผู้นำชุมชนที่ได้รับการแต่งตั้งจากกษัตริย์แห่งโคตรบูร  
  2. ความเชื่อทางศาสนา – ผสมผสานระหว่างความเชื่อแบบฮินดู-ขอมและพุทธศาสนาเถรวาท  
  3. วิถีชีวิต – ประกอบอาชีพหลักคือการทำเกษตรกรรม ล่าสัตว์ และเลี้ยงสัตว์ รวมถึงการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า  

 

ความสำคัญของเมืองตะลุงในอาณาจักรโคตรบูร

แม้ว่าตะลุงจะเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก แต่ก็มีบทบาทสำคัญในหลายด้าน ได้แก่:  

  1. ศูนย์กลางทางศาสนา– มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่สถิตของนักบวชและพราหมณ์  
  2. จุดยุทธศาสตร์ – ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าที่สามารถใช้เป็นที่ซ่อนตัวจากศัตรูในช่วงสงคราม  
  3. เส้นทางการค้า – เป็นจุดแวะพักของพ่อค้าจากอาณาจักรขอมและกลุ่มชนพื้นเมืองต่างๆ  

 

การล่มสลายของเมืองตะลุง

เมื่ออาณาจักรโคตรบูรเริ่มเสื่อมอำนาจลงในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 17 เมืองตะลุงก็ได้รับผลกระทบไปด้วย โดยมีปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การล่มสลายของเมือง ได้แก่:  

  1. การขยายอิทธิพลของอาณาจักรล้านช้างและกรุงศรีอยุธยา ทำให้ดินแดนแถบนี้ตกอยู่ภายใต้อำนาจใหม่  
  2. สงครามและการรุกรานจากอาณาจักรเพื่อนบ้าน ทำให้ชาวเมืองต้องอพยพไปยังพื้นที่อื่น  
  3. การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เมืองตะลุงกลายเป็นพื้นที่รกร้าง  

 

แม้ว่าเมืองตะลุงในอดีตจะค่อยๆ ล่มสลายไป แต่ในปัจจุบันยังคงมีร่องรอยของอารยธรรมที่เคยรุ่งเรือง เช่น ซากโบราณสถาน อักษรจารึก และเครื่องปั้นดินเผาที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของอาณาจักรโคตรบูรและขอมโบราณ

นอกจากนี้ วัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเขมรป่าในอดีตยังคงสะท้อนอยู่ในขนบธรรมเนียมของชุมชนท้องถิ่นในบางพื้นที่ของภาคอีสานของไทย  

 

จนกระทั่งล่มสลายไปในที่สุด ปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยของอดีตที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวอันน่าทึ่งของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ในประวัติศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟัง

ร้านอาหารขึ้นชื่อที่ตลาดนางเลิ้ง 

       สำหรับบทความนี้ใครที่เป็นสายกินจะต้องชอบอย่างแน่นอนเนื่องจากว่าเราจะพาไปรู้จักตลาดนางเลิ้งโดยสิ่งที่เราจะพาไปรู้จักกันก็คือร้านอาหารว่าที่ตลาดนั้นมีร้านอาหารอะไรบ้างและร้านแต่ละร้านนัดขายเกี่ยวกับอะไร

โดยเราจะเลือกแนะนำ ร้านอาหารเฉพาะที่เป็นร้านอาหารขึ้นชื่อและได้รับความนิยมจากบรรดาชาวบ้านและนักท่องเที่ยวรวมถึงได้รับการรีวิวว่าอาหารของร้านต่างๆเหล่านั้นอร่อยมาก   มาดูกันว่ามีร้านอาหารอะไรบ้าง 

 

         สำหรับที่ตลาดนางเลิ้งนั้นนับว่าเป็นร้านอาหารที่มีอายุเก่าแก่นับร้อยปีมาแล้วซึ่งปัจจุบันนั้นมีทั้งร้านอาหารและร้านขนมเยอะแยะมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชิมกันตามความต้องการซึ่งในตลาดก็จะแบ่งเป็นโซนร้านอาหารและร้านขนมส่วนใหญ่

แล้วร้านที่มีการเปิดขายในตลาดนางเลิ้งนั้นมักจะมีการเปิดขายเฉพาะวันจันทร์ถึงวันศุกร์เท่านั้นส่วนวันเสาร์วันอาทิตย์ก็จะปิดพักผ่อนโดยถ้าหากใครสนใจที่จะไปช้อปปิ้งอาหารขนมที่ตลาดนางเลิ้งสามารถเดินทางไปได้ตั้งแต่ 07:00 น จนถึง 02:00 น 

       อย่างไรก็ตาม  ร้านอาหารขึ้นชื่อที่ตลาดนางเลิ้ง   หากใครไม่สะดวกจะไปในวันเสาร์อาทิตย์ก็มีร้านอาหารบางร้านและร้านขนมบางร้านยังคงเปิดให้บริการเช่นเดียวกัน  สำหรับร้านอาหารที่ขึ้นชื่อได้แก่ 

        ร้านข้าวขาหมูนายเอี้ยง  ซึ่งร้านนี้บอกได้เลยว่าคนที่เคยเดินทางไปเที่ยวที่ตลาดนางเลิ้งจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าเป็นร้านข้าวขาหมูเจ้าประจำของตลาดนางเลิ้งที่ทุกคนที่ได้กินแล้ว

ต่างต้องบอกเป็นคำเดียวว่าอร่อยเป็นอย่างมากจึงจะหาใครมาที่ตลาดนางเลิ้งแล้วไม่ได้กินข้าวขาหมูของนายเอี้ยงแล้วเหมือนกับว่ายังเดินทางมาไม่ถึงตลาดนางเลิ้งนั่นเอง 

 

        ร้านเป็ดพะโล้ ส.  รุ่งโรจน์  สำหรับร้านเป็ดพะโล้แห่งนี้นั้นก็นับเป็นอีกหนึ่งร้านที่เป็นโลโก้ของตลาดนางเลิ้งเลยก็ว่าได้  เพราะร้านนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกันและร้านนี้ก็เปิดขายมานานตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2506 แล้วจนถึงปัจจุบันก็ยังมีลูกค้ามารับประทานเป็ดพะโล้ที่นี่กันอย่างไม่ขาดสาย 

 

         ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด ส. สำราญ  เป็นอีกหนึ่งร้านที่เป็นเจ้าดังเดิมของตลาดนางเลิ้งและเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่ได้รับการยอมรับจากบรรดาลูกค้าว่าก๋วยเตี๋ยวเป็ดร้านนี้อร่อยมากมีการลงรีวิวให้คะแนน 5 ดาวกันเลยทีเดียว 

 

         นอกจากนี้ยังมีร้านรุ่งเรืองพรุ่งนี้ก็จะขายทั้งก๋วยเตี๋ยวหมูก๋วยเตี๋ยวเป็ดขายทั้งเป็ดพะโล้เป็ดตุ๋นบะหมี่ซี่โครงหมูรวมถึงร้านข้าวแกงรัตนาพรุ่งนี้เข้าแก๊งให้เลือกหลากหลายๆ  อย่างไรก็ตาม

นอกจากจะมีอาหารแล้วก็มีร้านขนมกินเล่นที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นร้านแม่สะอิ้งขายพวกขนมสาคูหรือแม้แต่ร้านปานทิพย์ที่ขายขนมไทยโบราณมาจากนี้ยังมีร้านขนมไทยคุณยายวัฒนาและร้านนันทาขนมไทยเป็นต้น

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟัง

ธุรกิจเกี่ยวกับการออกกำลังกาย

    เชื่อว่าหลายคนกำลังมองหาธุรกิจที่จะทำซึ่งปัจจุบันมีมากมายหลายธุรกิจที่น่าสนใจและหนึ่งในธุรกิจที่เชื่อว่ายังสามารถสร้างกำไรให้กับเจ้าของธุรกิจได้นั่นก็คือธุรกิจการออกกำลังกายนั่นเอง

    สำหรับธุรกิจการออกกำลังกายนั้นเชื่อว่าเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับเจ้าของธุรกิจได้เป็นอย่างมากเนื่องว่าจะปัจจุบันนี้มีผู้คนที่รักสุขภาพของตนเองเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากที่มีการระบาดของไวรัสโควิดผู้คนสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงดังนั้นผู้คนจึงเริ่มหันมาสนใจตัวเองและออกกำลังกายกันมากยิ่งขึ้น

 

ธุรกิจเกี่ยวกับการออกกำลังกาย

   นอกจากนี้ก่อนหน้านี้เคยมีการล็อคดาวน์ในช่วงที่โควิดมีการระบาดทำให้ผู้คนนั้นต้องอยู่แต่ภายในบ้านซึ่งการออกกำลังกายภายในบ้านนั้นก่อสร้างความเบื่อหน่าย

ดังนั้นหลังจากที่มีการผ่อนปรนเปิดให้ผู้คนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้วผู้คนที่รักสุขภาพและต้องการการออกกำลังกายจึงเบื่อที่จะออกกำลังกายที่บ้านและหันมาเข้าฟิตเนสเพื่อออกกำลังกายและยังสามารถได้เจอพบปะกับเพื่อนฝูงได้อีกด้วย

 

  ดังนั้นหากใครก็ตามที่กำลังมองหาธุรกิจ  และไม่ได้มีการรู้ทางด้านธุรกิจมากนักแต่มีเงินที่จะสามารถลงทุนได้การเปิดฟิตเนสหรือการเปิดสถานที่สำหรับในการออกกำลังกายก็จะสามารถสร้างธุรกิจให้กับคุณได้เช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากเปิดฟิตเนสที่มีพื้นที่กว้างขวางโล่งสบายและมีเครื่องออกกำลังกายแบบครบครันมีเครื่องเล่นหลายอย่างก็จะสามารถดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาใช้บริการฟิตเนสของคุณได้เป็นจำนวนมาก

 

    สำหรับธุรกิจเกี่ยวกับการออกกำลังกายนั้นมีมากมายหลายอย่างเลยทีเดียวซึ่งบางคนอาจจะเน้นเฉพาะอย่างเช่นเปิดฟิตเนสเพื่อออกกำลังกาย

สำหรับคนรักสุขภาพมีเครื่องออกกำลังกายเป็นจำนวนมากอย่างเช่นอาจจะเล่นเวทเทรนนิ่งหรือบางคนจะเปิดเป็นธุรกิจสอนการออกกำลังกายแบบโยคะหรือพิลาทิศก็ได้

   เนื่องจากการออกกำลังกายในปัจจุบันนั้นมีมากมายหลายรูปแบบเลยทีเดียว

ดังนั้นเจ้าของธุรกิจหากมีเงินลงทุนมากก็สามารถเปิดธุรกิจการออกกำลังกายแบบครบวงจรก็จะกระตุ้นให้ผู้คนหันมาใช้จ่ายและลงทุนกับการออกกำลังกายได้เพราะผู้คนในยุคปัจจุบันนี้ค่อนข้างที่จะรักสุขภาพกันเป็นอย่างมาก

3ดังนั้นธุรกิจการออกกำลังกายจึงเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ถ้าหากมีเงินลงทุนก็แนะนำว่าควรจะลงทุนทำธุรกิจนี้ไม่ควรมองข้ามธุรกิจนี้เพราะมันจะสร้างรายได้ให้กับคุณมหาศาลเลยทีเดียว 

    อย่างไรก็ตามหากใครจะทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องของการออกกำลังกายสิ่งหนึ่งสำคัญนอกจากเงินลงทุนแล้วก็คือทำเลนั่นเองควรจะหาทำเลที่อยู่แถวๆใกล้ออฟฟิศมีพนักงานออฟฟิศเป็นจำนวนมาก

เพราะผู้คนหลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไม่อยากที่จะฝ่ารถติดกับบ้านเพราะฉะนั้นหลายคนที่เป็นพนักงานออฟฟิศก็มักจะเข้าฟิตเนสเพื่อออกกำลังกายก่อนกลับบ้านนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    คาสิโนเวียดนาม