จับตาสัญญาณเตือนไวรัสโควิดระบาดใหม่ในจีน

      จากการที่ก่อนหน้านี้ประเทศจีนได้มีการตรวจพบว่าที่เขียงปลาซึ่งเป็นเขียงเอาไว้สำหรับแรกเนื้อปลาแซลมอนในตลาดสดแห่งหนึ่งนั้นมีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่หลังจากนั้น ก็มีการออกสำรวจตลาดสดเกือบทุกตลาดในประเทศจีนซึ่งปรากฏว่าที่ตลาดขายหมูก็มีการพบเชื้อไวรัสโคโรนาที่เขียงหมูในตลาดเช่นเดียวกันซึ่งที่ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดขายหมูขนาดใหญ่

ซึ่งในแต่ละวันนั้นจะต้องมีการขายหมูมากกว่า 3000 ตัวด้วยกันอีกครั้งที่ตลาดแห่งนี้มีคนมาเดินจับจ่ายซื้อของกันเป็นจำนวนมากในแต่ละวันนั้นมีคนมากกว่า 2 หมื่นคนที่ต้องไปเดินตลาดแห่งนี้ทำให้เป็นไปได้ว่าตลาดแห่งนี้นั้นอาจจะมีการเป็นแหล่งแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนารอบ 2 ก็เป็นได้

ซึ่งในขณะนี้ทางการจีนพบว่ามีประชาชนที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรนาไปทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจำนวน 157 คนแล้วอย่างไรก็ตามตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามหาว่าต้นเหตุของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนานั้นมาจากที่ไหนบ้างซึ่งกำลังพยายามทำการตรวจสอบตลาดสดทุกแห่งที่มีอยู่ในประเทศจีนอยู่และแน่นอนว่าจากการที่อยู่ๆก็มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทำให้ทางการของจีนนั้นของออกมาพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของการประกาศปิดตลาดและการล็อคดาวใหม่อีกครั้งหนึ่ง

โดยมองว่าจะต้องมีการล็อกดาวน์ตลาดที่เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรครวมถึงตลาดบริเวณโดยรอบและเมืองบริเวณรอบๆตลาดที่มีการพบเชื้อไวรัสโคโรน่าเอาไว้ก่อนเพื่อเป็นการหยุดการกระจายของไวรัสโคโรน่าซึ่งมาตรการนี้ส่งผลให้เกิดการปิดการเรียนการสอนสำหรับโรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ความเสี่ยงรวมถึงมีการยกเลิกเที่ยวบินในเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอีกด้วยอย่างไรก็ตามหลายประเทศมองว่าหรือนี่จะเป็นการกลับมาระบาดของไวรัสโคโรนารอบใหม่ของประเทศจีน

ซึ่งทางการจีนนั้นคงจะต้องมีการหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาหากว่าสามารถแก้ไขการระบาดของไวรัสโคโรนารอบ 2 ได้ก็ควรจะต้องมีการออกมาตรการคุมเข้มเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนารอบสามอีกอย่างไรก็ตามสำหรับคนที่อื่นๆที่ไม่พบการแพร่ระบาดของทางประเทศจีนก็จะยังคงเปิดให้บริการให้ประชาชนใช้ชีวิตกันได้ตามปกติเพียงแค่ประมาณ 20 เขตในพื้นที่โดยรอบของจุดที่มีการระบาดเท่านั้นที่จะมีการประกาศให้ล็อคดาวน์ และบุคคลที่อยู่ในแหล่งที่มีการแพร่ระบาดนั้นจะถูกสั่งห้ามออกนอกพื้นที่จนกว่าจะสามารถควบคุมการระบาดไว้ได้

 

สนับสนุนโดย.    918kiss ฝากไม่มีขั้นต่ำ

สั่งซื้อมือถือ iPhone ผ่านระบบออนไลน์เด็กชายวัย 15 ปีต้องตกใจเปิดกล่องมาเจอปลากระป๋องแทน iPhone

                    มีเรื่องราวเกิดขึ้นบ่อยครั้งสำหรับการซื้อสินค้าผ่านทางระบบออนไลน์โดยเฉพาะการซื้อโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่ที่ซื้อสินค้าออนไลน์โดยสินค้าดังกล่าวเป็นโทรศัพท์มือถือต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมากในการสั่งซื้อสินค้ามักจะพบปัญหาเมื่อได้รับพัสดุและแกะกล่องพัสดุออกมาจะไม่ได้รับโทรศัพท์มือถือตามที่สั่งเอาไว้ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับเป็นสินค้าอื่นๆแทน

           ล่าสุดมีเด็กชายวัย 15 ปีกำลังเรียนอยู่ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้มีการสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือ iPhone ผ่านทางระบบออนไลน์โดยโทรศัพท์มือถือ iPhone ที่สั่งซื้อนั้นเป็นมือสองเป็นรุ่น iPhone 8 ซึ่งเด็กชายวัย 15 ปีได้มีการพูดคุยกับเจ้าของร้านก่อนที่จะมีการจ่ายเงินบางส่วนเป็นค่ามัดจำ 1,500 บาทหลังจากนั้นค่อยมีการจ่ายส่วนที่เหลือโดยเป็นการผ่อนชำระแต่ปรากฏว่าเมื่อมีการจ่ายเงินและโอนเงินกันเรียบร้อยแล้วทางร้านค้าได้มีการส่งสินค้ามาให้แต่พอเปิดกล่องพัสดุกับพบว่าภายในมีเพียงแค่ปลากระป๋องซึ่งมีทั้งสิ้นเพียงแค่ 5 กระป๋องเท่านั้นและไม่พบโทรศัพท์มือถือไอโฟน 8 รุ่นที่ต้องการแต่อย่างใด

          สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นกับเด็กชายวัย 15 ปีซึ่งเรียนอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งประจำจังหวัดระยองโดยเขาได้มีการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองระยอง เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเด็กชายวัย 15 ปีได้รับความเดือดร้อนจากการที่ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปให้และหลังจากที่ตนเองได้รับปลากระป๋องก็ได้พยายามติดต่อไปยังแม่ค้าที่ขายโทรศัพท์มือถือออนไลน์ให้แต่ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้ทุกช่องทางดังนั้นเด็กชายวัย 15 ปีจึงเข้าใจว่าเขาได้ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงอย่างแน่นอนจึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยประสานงานกับกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดี

           อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการลอยจากเลขที่บัญชีปลายทางที่เด็กชายวัย 15 ปีได้มีการโอนเงินเข้าบัญชีให้ 1,500 บาทซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบว่าเจ้าของบัญชีนั้นรู้จักกับผู้ที่ให้เปิดบัญชีให้หรือไม่และทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเชื่อมั่นว่าน่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

          อย่างไรก็ตามสำหรับคดีแบบนี้เรามักจะเห็นข่าวอยู่เป็นประจำดังนั้นเชื่อว่าในครั้งนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลายๆคนที่นิยมการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ควรจะต้องมีการเลือกตั้งสินค้าชนิดไหนที่สามารถซื้อได้และสินค้าชนิดไหนที่ควรไปซื้อที่ร้านเองโดยตรงอย่างเช่นโทรศัพท์มือถือไม่ควรสั่งพื้นฐานฟังออนไลน์เพราะง่ายต่อการถูกโกงเป็นอย่างมากอีกทั้งสินค้าชนิดไหนที่ราคาถูกกว่าปกติก็ไม่ควรที่จะเชื่อถือเพราะส่วนใหญ่แล้วสินค้าที่ดูมีราคาแพงแต่ถูกนำมาขายในราคาที่ถูกนั้นมักจะมีปัญหาและมักจะถูกแก๊งมิจฉาชีพเอามาหลอกลวงประชาชนนั่นเอง

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    ชุดตรวจ hiv

คนไข้เมากร่าง ไม่พอใจเจ้าที่ จนทำร้ายเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล

           เมื่อวันที่ 31 เดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2564 ได้มีกระแสวิจารณ์กันอย่างหนักหลังจากที่มีข่าวและคลิปเกี่ยวกับคนไข้ที่ไป ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งและคนไข้รายนี้ได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย รปถ ภายในโรงพยาบาลแห่งนี้  เลยโรงพยาบาลดังกล่าวนั้นเป็นโรงพยาบาลอยู่บนถนนเพชรบุรี ชื่อว่าโรงพยาบาลเพชรเวช

          จากในคลิปนั้นจะเห็นว่าคนไข้ผู้ชายได้มีการโวยวายและลงมือทำร้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เดินเข้ามาเพื่อระงับเหตุการณ์หลายคนที่เห็นคลิปดังกล่าวรวมถึงการฟังข่าวจากสื่อต่างๆทำให้มองว่าชายคนไข้นั้น  ทำรุนแรงกับเจ้าหน้าที่เกินกว่าเหตุซึ่งจากข้อมูลที่มีการพูดคุยกับชายคนที่อยู่ในคลิปและเป็นคนที่ลงมือทำร้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั้นระบุว่า  ตัวเขาเองนั้นเดินทางมาที่โรงพยาบาลเนื่องจากว่ามีอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก  ซึ่งเป็นผลมาจากการดื่มสุรามากจนเกินไป

          อย่างไรก็ตามหลังจากมาที่โรงพยาบาลแล้วเจ้าหน้าที่พยาบาลได้ให้เขาไปทำการตรวจเลือดและสิ่งที่ทำให้เขาไม่พอใจนั่นก็เพราะว่าเขาต้องนั่งรอผลตรวจเลือดนานเกินกว่า 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่ทราบผล  อีกทั้งระหว่างที่เขากำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำ เขาสังเกตุเห็นว่าพยาบาลได้มีการจับกลุ่มคุยกันและหันหน้ามามองที่เขา ทำให้เขาไม่พอใจ เพราะคิดว่าพวกพยาบาลกำลังนินทา

       ด้วยความไม่พอใจจึงได้หันไปสอบถามพวกพยาบาล ด้วยท่าทีที่ไม่ค่อยพอใจ และมีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็เข้ามา และตนเองเกรงว่า รปภ. จะทำร้ายร่างกายจึงได้มีการป้องกันตัว ด้วยกันใช้มือทุบ และตบเพียงเท่านั้นเอง  ทางคนไข้ที่ก่อเหตุยืนยันว่า สิ่งที่เขาทำไปเพราะเขาโมโห ที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้ทีไร ก็มักจะต้องรอนานทุกครั้งไป   

       และที่เขาต้องมารักษาตัวที่นี่ก็เพราะว่า เขาจำเป็นต้องมาใช้สิทธิ์ประกันสังคมกับโรงพยาบาลแห่งนี้นั่นเอง   จากคลิปเหตุการณ์ที่กำลังมีการเผยแพร่อยู่ในขณะนี้นั้น  คนไข้ที่ก่อเหตุยังบอกอีกว่า เป็นคลิปที่มีการตัดต่อมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเขายืนยันว่าถึงแม้จะมีการทำร้ายร่างกายกันจริง แต่ก็เกิดจากการที่ ทั้งพยาบาลและ รปภ. พูดจากับคนไข้ไม่ดีด้วยเช่นเดียวกัน

     เบื้องต้น ทางด้านผู้อำนวยการของโรงพยาบาล เพชรเวช กำลังตรวจสอบเป็นการภายในอยู่ ซึ่งคาดว่าจะมีการนำหลักฐานจากกล้องวงจรปิด แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับคนไข้ชายดังกล่าว ที่ลงมือทำร้ายเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจนได้รับบาดเจ็บหลายคนและเพื่อเป็นกรณีตัวอย่างไม่ให้คนไข้คนอื่นมาอาละวาดทำร้ายเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้อีก

 

สนับสนุนโดย .    กริลแอร์

จับได้แล้วคนฆ่าเจ้าของอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ที่จังหวัดเพชรบุรี

           จากกรณีเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับเรื่องของพบศพชายวัย 54 ปีซึ่งมีอาชีพเป็นช่างเปิดอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์เสียชีวิตด้วยการคว่ำหน้าลงในอ่างอาบน้ำซึ่งทางด้านภรรยาของผู้เสียชีวิตรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเองสงสัยเกี่ยวกับเรื่องสาเหตุของการเสียชีวิตเนื่องจากว่าบริเวณรอบบ้านและตรงบริเวณหน้าประตูบ้านมีร่องรอยของหยดเลือด

และมีรอยเลือดเป็นทางลาดจากหน้าประตูมาถึงตรงบริเวณอ่างอาบน้ำจึงทำให้เชื่อได้ว่าผู้เสียชีวิตนั้นไม่ได้เสียชีวิตจากการเป็นลมล้มหน้าคว่ำไปในอ่างอาบน้ำแต่น่าจะเสียชีวิตจากการถูกทำร้ายและถูกอำพรางศพด้วยการนำศพมาทิ้งไว้ในอ่างอาบน้ำนั่นเอง

       และจากการสงสัยนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พยายามสืบพยานหลักฐานต่างๆจนในที่สุดก็ทำให้เชื่อได้ว่ามีผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุฆาตกรรมในครั้งนี้ดังนั้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปบ้านของผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวซึ่งมีบ้านพักอยู่ห่างจากสถานที่เกิดเหตุในคดีฆาตกรรมนั้นประมาณ 10 กิโลเมตรด้วยกัน

เมื่อเดินทางไปถึงก็ได้มีการขอค้นตัวชายผู้ต้องสงสัยโดยชายคนดังกล่าวนั้นชื่อว่านายสมใจซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นพบทรัพย์สินของผู้ตายอยู่ในกระเป๋าสะพายของนายสมใจจึงทำให้นายสมใจนั้นรับสารภาพว่าเป็นคนฆ่าเจ้าของอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์นั่นเองซึ่งทรัพย์สินที่ได้ไปนั้นนายสมใจนำโทรศัพท์มือถือของผู้ชายมาเก็บไว้ในกระเป๋าอีกตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบยาเสพติดอยู่ในกระเป๋าของนายสมชัยด้วย

      ส่วนสาเหตุของการฆ่านั้นนายสมใจให้ข้อมูลว่ามีปัญหาทะเลาะกันกับเจ้าของอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์เนื่องจากว่าปกติแล้วในสนใจจะนำรถของตนเองนั้นมาซ่อมที่อู่ของผู้ตายอยู่เป็นประจำซึ่งล่าสุดได้มีการนำรถจักรยานยนต์อีกคันนึงมาซ่อมเอาไว้แต่ว่าใช้ระยะเวลาในการซ่อมนานแล้วแต่ก็ยังซ่อมไม่เสร็จสักทีในวันเกิดเหตุนั้น

ในสมใจได้นำไก่ชนของตนเองมาที่บ้านของผู้ตายเพราะต้องการที่จะผสมพันธุ์ไก่ชนกันแต่ระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้นนายสมใจได้มีการถามถึงรถจักรยานยนต์ที่ส่งมาซ่อมทำให้ผู้ตายนั้นหันมาตวาดใส่นายสมใจอีกทั้งยังไล่ให้นายสนใจกลับบ้านสมใจเกิดอารมณ์โมโหจึงใช้ไม้ที่วางอยู่ใกล้ๆนั้นฝ้ายไปที่ท้ายทอยของผู้ตาย 1 ครั้ง

เมื่อเห็นว่าผู้ตายล้มหน้าฟาดพื้นและฟันหักจึงเกิดกลัวความผิดขึ้นมาจึงได้มีการลากร่างของเจ้าของอู่ซ่อมรถไปไว้ในห้องน้ำและเอาหัวจุ่มลงไปในน้ำหลังจากนั้นก็เอาทรัพย์สินของผู้ตายและหนีกลับบ้านมานั่นเองจนในที่สุดก็เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมตัวได้

 

สนับสนุนโดย    คาสิโนออนไลน์ เครดิตฟรี

ประเทศญี่ปุ่นเตรียมออกกฏหมายห้ามใช้มือถือขณะกำลังเดิน

            เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนปี พ.ศ. 2563 ที่ประเทศญี่ปุ่น ณ เมือง yamato  จังหวัดคานางาวะ  กำลังมีการพิจารณาที่จะส่งโหวตเกี่ยวกับร่างกฎหมายเทศบัญญัติซึ่งเนื้อหานั่นก็คือการที่ห้ามประชาชนใช้โทรศัพท์ขณะที่กำลังเดินทางเธอกำลังมีการยื่นเรื่องให้มีการพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ส่วนสาเหตุที่จะต้องมีการร่างพระราชบัญญัติแบบนี้ออกมา

เนื่องจากว่าประชาชนส่วนใหญ่ตอนนี้มีการใช้โทรศัพท์มือถือโดยที่ไม่ระมัดระวังเวลาที่มีการเดินข้ามถนนดังนั้นเพื่อป้องกันการลดอุบัติเหตุจึงหวังว่าจะตั้งกฎหมายนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นนั่นเองแต่ถ้าเกิดว่ากฎหมายนี้ผ่านไม่มีปัญหาอะไรก็จะมีผลบังคับใช้ทันทีในเดือนกรกฎาคมปี พ.ศ. 2563 นี้เลย และถ้าหากเรื่องที่ทำการเสนอนิติบัญญัตินี้ผ่านพิจารณาจริงๆก็จะทำให้เมือง yamato เป็นเมืองแรกของประเทศญี่ปุ่นที่จะมีกฎหมายบังคับการใช้โทรศัพท์มือถือในขณะเดินเท้าออกมา

             สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทางเจ้าหน้าที่เทศบาลเมือง yamato ได้รับรายงานเกี่ยวกับการเกิดอุบัติเหตุเวลาที่ประชาชนออกมาเดินเท้าบริเวณท้องถนนโดยพบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้งและส่วนใหญ่เมื่อหาสาเหตุว่าจะพบว่าเกิดจากการที่ประชาชนนั้นใช้โทรศัพท์มือถือโดยที่ไม่สนใจมองทางซึ่งถึงแม้ว่าจะมีกฎหมายออกมาลงโทษเกี่ยวกับเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุแล้วก็ตามแต่ก็ยังพบว่าจำนวนการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละวันนั้นสูงขึ้น

ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่เทศบาลเมือง yamato จึงเล็งเห็นถึงความปลอดภัยของประชาชนในเมืองจึงได้ลองมีการส่งเรื่องพิจารณาร่างกฎหมายการใช้โทรศัพท์มือถือขณะเดินทางนี้ขึ้นมาสำหรับข้อมูลที่ทำให้ทางเทศบาลเมือง  yamato นั้นตัดสินใจที่จะมีการร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมานะคะเพราะว่าเคยมีการจำลองจากคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับเรื่องของการที่หากประชาชนประมาณ 1,500 คนนั้นเดินอยู่บนทางเท้าแต่ว่าไม่มองทางก้มหน้าจ้องแต่โทรศัพท์มือถืออย่างเดียวซึ่งเหตุการณ์จำลองนั้นทำให้เห็นว่ากลุ่มคนใน 1500 คนนั้น

มีเป็นจำนวนมากที่เดินชนนู่นชนนี่เพราะว่าไม่ได้มองทางและยังมีอีกบางส่วนที่ประสบอุบัติเหตุและบางคนก็เดินชนกันซึ่งจากการสำรองข้อมูลนี้เองทำให้มีความคิดว่าโทรศัพท์มือถือนั้นก่อให้เกิดอันตรายกับประชาชนได้หากมีการใช้ในช่วงระหว่างที่มีการเดินบนท้องถนนดังนั้นจึงได้มีการคิดหาวิธีการลดอุบัติเหตุขึ้นมา

ซึ่งจึงได้มีการพิจารณาที่จะมีการโหวตร่างกฎหมายเทศบัญญัตินี้ขึ้นมาหวังว่าหากกฎหมายนี้สามารถใช้งานได้ประชาชนก็จะปลอดภัยมากขึ้นปกติเหตุก็จะลดน้อยลงมากขึ้น  ซึ่งถือว่าเป็นการดีต่อประชาชนของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอล ฝากขั้น ต่ํา 100 เปิดบัญชี

ข้าวแกงสำหรับช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

มีรายงานข่าวเข้ามาว่าที่จังหวัดราชบุรีนั้นได้มีร้านข้าวแกงเปิดจำหน่ายข้าวแกงในราคาเพียงแค่ 10 บาทเท่านั้นโดยร้านแห่งนี้มีการขายอยู่ตรงบริเวณริมถนนสายราชบุรี-คูบัวซึ่งเมื่อนักข่าวได้เดินทางไปยังจุดที่มีการเปิดขายของนั้นก็พบแม่ค้าสองแม่ลูกกำลังยืนขายของกันอย่างขะมักเขม้นเมื่อแม่ค้าว่างจะได้มีโอกาสสัมภาษณ์ถึงสาเหตุที่มีการขายข้าวแกงให้ลูกค้าในราคาที่ถูกเช่นนี้ซึ่งตัวแม่ค้าเอง

ก็บอกว่าแต่เดิมทีนั้นเธอเป็นแม่ค้าขายของอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งของจังหวัดราชบุรีแต่เพราะการระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้โรงเรียนต้องหยุดชั่วคราวไปก่อนทำให้ตัวเองนั้นไม่มีแหล่งทำมาหากินจึงได้ตัดสินใจออกมาขายของกับลูกแต่เธอก็รู้ดีว่าตอนนี้ชาวบ้านชาวช่องต่างก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสด้วยกันทุกคนซึ่งหลายคนตกงาน  หรือบางคนก็ได้เงินเดือนน้อย

เพราะฉะนั้นหากจะต้องขายของในราคาแพงๆก็เกรงว่าชาวบ้านคงจะไม่สามารถนำเงินมาซื้อข้าวได้ตัวเองก็เห็นใจชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเหมือนกันกับเธอทำให้เธอในรูปคิดการวาดอยากจะช่วยเหลือสังคมด้วยการขายข้าวแกงในราคาถูกซึ่งตัวเธอเองนั้นก็มีรายได้เข้ามาเลี้ยงดูตนเองด้วยและยังสามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในยามที่มีการตกยากด้วยดังนั้นคือจะเปิดขายข้าวแกงริมถนนในราคาเพียงแค่ห่อละ 10 บาทเท่านั้นซึ่งเธอจะนำมาขายทุกวันโดยเธอจะทำกับข้าววันละประมาณ 8 อย่างเพื่อที่ลูกค้าจะได้เลือกกินได้ตามความชอบสำหรับกับข้าวนั้น

เธอก็จะคิดเมนูสลับกันไปมาในทุกๆวันไม่อยากจะให้ซ้ำกันเพราะกลัวว่าลูกค้าจะเบื่อโดยเธอนั้นบอกว่าเธอจะมีการเปิดขายอาหารแค่เพียงช่วงเวลา 18:30 นจนถึงตอนเที่ยงเท่านั้นหลังจากนั้นเธอก็จะหยุดพักผ่อนอยู่ที่บ้านและเตรียมอาหารเพื่อจะทำในมื้อต่อไปและยังมีโปรโมชั่นให้กับลูกค้าอีกหากคนไหนสั่งซื้อในปริมาณมากโดยถ้าซื้อเกิน 5 ห่อขึ้นไป

เธอก็จะมีโปรโมชั่นนำข้าวไปส่งให้อีกด้วยแต่ก็จะส่งให้เฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอเมืองเท่านั้นเธอบอกว่าหลังจากที่เธอมีการเปิดขายของแล้วมีคนพูดถึงต่อๆกันทำให้เธอมีลูกค้าเป็นจำนวนมากที่พากันเดินทางมาซื้อเพราะหลายคนมองว่าข้าวแกงของเธอนั้นประหยัดตังค์ดีอีกอย่างนึงก็อร่อยด้วยในช่วงสถานการณ์แบบนี้เธอคิดว่าทุกคนควรจะช่วยเหลือกัน

อย่างนั้นสิ่งที่เธอช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้ก็คือการลดราคาให้กับเพื่อนมนุษย์ไม่มีข้าวกินและตัวเองก็ยังมีเงินหาเลี้ยงตัวเองได้ด้วยสำหรับการเปิดขายข้าวแกงของเธอนั้นเพิ่งเปิดขายมาได้แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นแต่ว่ามีคนเอารูปร้านของเธอไปโพสต์ใน Facebook ทำให้ร้านของเธอกลายเป็นที่โด่งดังและคนรู้จักจึงทำให้ตอนนี้มีคนเดินทางมาซื้อข้าวแกงของเธอเยอะมาก

 

สนับสนุนโดย  hiallbet

หญิงเมาแล้วอารวาดตีพ่อวัย 83 ปีจนถึงแก่ความตาย 

       เมื่อวันที่ 22 เดือนกันยายน ปีพ.ศ.  2563   เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านในช่วงเวลาประมาณ 17:00 น ว่ามีคนถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลท่าตูม  แต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

       เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงที่โรงพยาบาลท่าตูมได้ทำการเข้าสอบสวนญาติของผู้เสียชีวิตซึ่งก็คือนางบุญรอด มีอายุ 80 ปี   โดยนางบุญรอดได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าผู้ที่ก่อเหตุลงมือทำร้ายนายทองรวยจนถึงแก่ความตายนั้นเป็นลูกสาวของนายทองรวยเอง  ชีื่อว่านางบุญมี  

โดยนางบุญมีนั้นมีอายุ  48 ปี  สำหรับสาเหตุของการฆ่ากันตายในครั้งนี้นางบุญรอดเล่าให้ฟังว่า  ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นเป็นช่วงเวลาที่ทั้งพ่อและลูกนั่งกินเหล้าอยู่บริเวณข้างบ้านซึ่งได้มีการสร้างเป็นเพิงพักเอาไว้สำหรับนั่งเล่นโดยระหว่างนั่งกินเหล้ากันอยู่นั้นทางนางบุญมีซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุทำร้ายบิดาตนเองจนถึงแก่ความตายนั้นได้ทะเลาะกับสามีและมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงรวมถึงมีการทำร้ายร่างกายกัน

         โดยนางบุญมีนั้นได้ใช้ไม้ไล่ตีสามีของตนเองจนสามีของตนเองนั้นวิ่งหนี  แต่ด้วยความเมานำบุญมีจนเกิดอารมณ์โมโหที่สามีวิ่งหนีจึงได้ใช้ไม้ไปทุบกระจกรถกระบะของตนเองหลังจากนั้นก็ขับรถกระบะที่กระจกแตกแล้วไปขวางถนนไม่ให้ใครเข้าออกตรงหมู่บ้านได้ซึ่งถนนเส้นดังกล่าวนั้นจะมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นสัญจรไปมาอยู่ตลอดเวลาทำให้นายทองรวยซึ่งเป็นพ่อที่เห็นเหตุการณ์จึงได้เข้าไปว่ากล่าวตักเตือนให้นางบุญมี  เอารถเข้ามาเก็บไว้ที่บ้านดังเดิม

        แต่ด้วยความเมาทำให้นางบุญมีนั้นไม่พอใจที่ถูกพ่อของตนเองนั้นว่ากล่าวตักเตือนจึงได้ไปหาไม้และหาขวดเหล้าที่กินหมดแล้วมากระหน่ำทุบตีพ่อของตนเองซึ่งทั้งด้านนายบุญรอดนั้นได้ยกมือร้องขอไม่ให้นางบุญมีตีตนเองแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงลูกสาวได้ทางด้านผู้เป็นแม่ก็คือนางบุญรอดที่เห็นเหตุการณ์ได้มีการเข้าไปห้ามปรามน้ำบุญมีแต่ก็โดนลูกหลงถูกนางบุญมีทุบตีด้วยเช่นเดียวกันดังนั้นนางบุญรอดจึงได้มีการวิ่งไปขอความช่วยเหลือกับเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุเพียงแค่ 50 เมตรเท่านั้น

        หลังจากที่ชาวบ้านพากันมาช่วยเหลือก็นำร่างของนายทองรวยไปส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลแต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้เพราะมีบาดแผลการถูกทำร้ายหลายแห่งจึงทำให้ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมาจากกุมนางบุญมีซึ่งขนาดนั้นยังอยู่ในอาการเมาสุราและยังไม่รู้สึกตัวแต่ก็ให้การปฏิเสธตลอดเวลาว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายพ่อแต่เป็นการป้องกันตัวพร้อมข้อของตนเองนั้นเข้ามาทำร้ายตนเองก่อน

 

สนับสนุนโดย  Alpha88 เครดิตฟรี

สาดน้ำไล่แมวกัดกัน ทำไฟไหม้บ้านทั้งหลัง

 

             ที่จังหวัดจันทบุรี  เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักของชาวบ้านซึ่งบ้านหลังดังกล่าวนั้นปลูกเอาไว้กลางสวนผลไม้โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เดือนกรกฎาคมปีพศ2563 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับแจ้งเหตุให้ไปช่วยดับไฟที่ตำบลคลองนารายณ์เมื่อเดินทางไปถึงเจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังช่วยเหลือกันอย่างสุดความสามารถในการดับไฟต้องใช้ระยะเวลานานถึง 30 นาทีจึงสามารถดับไฟได้ทั้งหมดหลังจากตัดไฟเสร็จเรียบร้อยแล้วพบว่าบ้านหลังดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างมาก

ข้าวของเครื่องใช้ที่นอนถูกเพลิงไหม้เขาเกือบทั้งหมดทางด้านเจ้าของบ้านที่อยู่อาศัยในบ้านหลังดังกล่าวต่างก็พากันตกใจหวาดกลัวซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อหลานสาวเจ้าของบ้านได้เป็นคนเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ใบบ้านกันนั้น ได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นโดยพี่สาวของเธอได้วิ่งตะโกนบอกให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้ไฟกำลังไหม้บ้าน

เมื่อทุกคนวิ่งมาตรงจุดที่พี่สาวอยู่ก็พบว่าไฟกำลังลุกลามไหม้อย่างรวดเร็วแต่ละคนก็พากันหวาดกลัวและวิ่งหนีตายออกจากบ้านพร้อมทั้งไปวิ่งขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้านให้มาช่วยกันดับไฟและบางคนก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้มาช่วยดับไฟให้ส่วนสาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้นั้นน่าจะเกิดมาจากการที่พี่สาวของเธอนั้นใช้น้ำสาดเข้าไปที่แมว

ซึ่งมีแมว 2 ตัวกำลังกัดกันอยู่พี่สาวของเธอจึงต้องการห้ามไม่ให้แมวกัดกันแต่ไม่รู้จะห้ามอย่างไรจึงได้ใช้น้ำสาดเข้าไปที่แมวทั้ง 2 ตัวแต่บังเอิญว่าบริเวณที่แมวทั้ง 2 ตัวนั้นอยู่อยู่ใกล้กับปลั๊กไฟน้ำมันกระเด็นเข้าไปในปลั๊กไฟแล้วก่อให้เกิดประกายไฟขึ้นหลังจากนั้นไฟฟ้าก็เกิดช็อตและไม่โดยหญิงสาวยังเล่าว่าขณะนี้พี่สาวของเธอได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟไหม้นิดน้อยได้มีการนำตัวส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว

อย่างไรก็ตามสภาพบ้านหลังจากที่ดับไฟเสร็จเรียบร้อยแล้วได้รับความเสียหายค่อนข้างเยอะเช่นเดียวกันซึ่งทางเจ้าของบ้านจะต้องมีการประเมินบ้านอีกครั้งหนึ่งว่ามีมูลค่าความเสียหายประมาณเท่าไหร่และโชคดีอย่างมากที่บ้านหลังเก่านั้นอยู่ห่างไกลจากบ้านหลังอื่นๆไปจึงไม่ได้ลุกลามไม่ไปที่บ้านหลังอื่นนั่นเอง

             เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่ากรณีที่มีน้ำกระเด็นเข้าไปไฟจะทำให้ไฟฟ้าช็อตและเกิดระเบิดได้ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหนึ่งในร้อยเลยก็ว่าได้และโชคยังดีมากที่ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังนั้นเหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นสิ่งเตือนใจและเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลายๆคนให้มีการระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ปลั๊กไฟเพราะอาจจะเป็นสาเหตุทำให้ไฟไหม้บ้านได้

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    bk8

ครูอิงทำร้ายเด็กเนอสเซอรี่ทั้งมืออุดปากถุงดำคลุมหัว 

โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ยังฉาวไม่หยุด ครูอิงทำร้ายเด็กเนอสเซอรี่ทั้งมืออุดปากถุงดำคลุมหัว 

            เป็นเรื่องที่น่าตกใจอีกครั้งหนึ่งเมื่อมีคลิปออกมาเผยแพร่อีกครั้งซึ่งในครั้งนี้เป็นคลิปใหม่ล่าสุดที่ทางผู้ปกครองของเด็กนักเรียนเพิ่งไปเจอมาหลังจากที่ได้มีการประสานงานกับทางโรงเรียนเขาตรวจสอบกล้องวงจรปิดด้วยเด็กในคลิปนั้นเป็นเด็กนักเรียนเพียงชั้นเนอสเซอรี่ซึ่งเด็กนักเรียนชั้นนี้จะมีอายุเพียงแค่ประมาณ 2 ขวบเท่านั้น

         โดยในคลิปดังกล่าวจะเห็นได้ว่าภายในห้องเรียนนั้นจะมีครูอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 คนมีคู่หนึ่งคนที่พยายามเอามืออุดตรงบริเวณใบหน้าของเด็กพร้อมกับกดเด็กลงที่พื้นอีกทั้งยังเอาถุงครอบหัวเด็กซึ่งถ้าดูจากในคลิปจะเห็นได้ว่าเด็กพยายามดิ้นรนขัดขืนมาก   เหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับใครหลายๆคนที่ได้เห็นคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นอย่างมาก

       และเมื่อมีการตรวจสอบไปสอบพบว่า เหตุการณ์ที่เกิดในคลิปนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์  ซึ่งถ้าหากใครยังจำกันได้ดีก็จะเป็นโรงเรียนเดียวกับที่ผู้ปกครองกำลังร้องเรียนอยู่ในขณะนี้ว่าคุณครูชั้นอนุบาล 1 ทำร้ายร่างกายเด็ก

         แต่สำหรับคลิปใหม่นี้กับเป็นว่าเด็กนักเรียนชั้นที่น้อยกว่าเพราะถูกทำร้ายร่างกายเช่นเดียวกันเพราะเป็นเพียงแค่เด็กเนอสเซอรี่ ที่ผู้ปกครองนำมาฝากเลี้ยงเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามแต่ผู้ปกครองของเด็กที่อยู่ในคลิปได้ออกมาชี้แจงถึงรายละเอียดของคลิปว่า นี่เป็นเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น แต่ลูกชายของพวกเขายังถูกครูคนนี้ทำร้ายร่างกายอีกหลายวัน ซึ่งมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด ที่สำคัญตอนนี้น้องกลัวถุงดำไปแล้ว

              เพราะในคลิปจะมีภาพที่วันต่อมาครูคนดังกล่าวเอาถุงดำมาวางไว้ตรงหน้าเด็กก็มีท่าทีหวาดกลัวแล้ว สำหรับครูที่ก่อเหตุในครั้งนี้ไม่ใช่ครูจุ๋มแต่มีชื่อว่าครูอิง และครูอีก 2 คนในห้องก็ยืนมองดูเหตุการณ์ที่ครูอิงทำร้ายเด็กโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะห้ามปรามเลยทำให้ ผู้ปกครองของเด็ก กำลังประสานงานกับทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร พาไปแจ้งความดำเนินคดีกับครูทั้งสามคน 

       หากพ่อแม่คนไหน ที่ได้มาเห็นว่าลูกที่ตัวเองเฝ้าทนอม ถูกทำร้ายร่างกายแบบนี้คงเจ็บปวดมาก พ่อของเด็กยังบอกอีกว่า เขาเห็นว่ากลับมาจากโรงเรียนลูกมีรอยเขียวช้ำตลอด แต่คิดว่าลูกเล่นกับเพื่อน พอมาเจอแบบนี้รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก 

    สำหรับเด็กนักเรียนที่ถูกครูอิงทำร้ายร่างกายนี้ เรียกได้ว่าโดนหนักกว่าเด็กนักเรียนคนอื่นอื่นเลยทีเดียว และยังถูกทำร้ายหลายต่อหลายครั้งอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  สูตรหวยแม่นๆเข้าทุกงวด

มูลนิธิปวีณาลงพื้นที่ไปช่วยคุณยายวัย 79

   มูลนิธิปวีณาลงพื้นที่ไปช่วยคุณยายวัย 79  ที่ถูกลูกสาวขังไว้ในคอนโด 

          เมื่อวันที่ 20 เดือนตุลาคมปีพ. ศ. 2563    เดือนตุลาคมปีพศ2563 มูลนิธิ มูลนิธิของคุณได้รับแจ้งจากชาวบ้านในเขตพื้นที่ลาดพร้าวว่าให้เข้าไปช่วยเหลือหญิงชราคนหนึ่งซึ่งเธอถูกขังไว้ในคอนโดที่พักโดยพลเมืองดีบอกว่าหญิงวัยชรานอกจากจะถูกขังแล้วยังไม่ถูกลูกสาวของเขาทำร้ายร่างกายและดุด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายอยู่เสมอซึ่งเพื่อนบ้านในคอนโดต่างก็เห็นและรู้สึกสงสารจึงอยากให้ทางมูลนิธิและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยดำเนินการทางคุณยายออกไปจากห้องขัง

       เมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิของคุณปวีณาหงสกุลพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงคอนโดดังกล่าวตามที่มีการแจ้งเอาไว้ก็พบว่ามีคุณยายอายุ 79 ปีคนหนึ่งกำลังตะโกนร้องขอความช่วยเหลือให้ข้างห้องมาช่วยเปิดประตูให้ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเห็นว่าห้องที่คุณยายอยู่อาศัยนั้นมีการล็อคกุญแจเอาไว้จากด้านนอกเป็นลักษณะของการคุมขังคุณยายเอาไว้จึงได้พาคุณยายไปที่สถานีตำรวจและได้ประสานงานติดต่อลูกสาวของคุณยายให้ติดตามไปที่สถานีตำรวจด้วย

          ซึ่งเมื่อคุณยายได้มีการพูดคุยกับคุณปวีณาหงสกุลและเจ้าหน้าที่ตำรวจคุณยายยืนยันว่าเธอจะไม่แจ้งความดำเนินคดีกับลูกสาวแต่ยอมรับว่าลูกสาวนั้นได้ทำร้ายร่างกายเธอจริงอีกทั้งยังตบตีและดุด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายโดยคุณยายยืนยันไม่อยากจะกลับไปอยู่กับลูกสาวอีกแต่ขอไปอยู่ที่อื่นแทนซึ่งทางด้านคุณปวีณาหงสกุลได้มีการประสานงานไปที่บ้านพักคนชราบางแคเพื่อขอนำตัวคุณยายไปอาศัยอยู่ที่นั่น   โดยเมื่อคุณยายรู้ว่าจะต้องไปอยู่บ้านพักคนชราที่บางแคคุณยายก็มีท่าทีอาการดีใจเป็นอย่างมาก

           อย่างไรก็ตามคุณยายจะต้องถูกส่งตัวไปทำการตรวจสอบเพื่อเข้ามาตรการระบบป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรน่าก่อนที่บ้านมิตรไมตรีหลังจากครบ 14 วันแล้วถึงจะส่งตัวไปที่บ้านบางแคอีกครั้งหนึ่ง

          ส่วนทางด้านลูกสาวของคุณยายนั้นเมื่อได้รับการแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รีบไปที่สถานีตำรวจตรงบริเวณถนนลาดพร้าวทันทีและได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองนั้นได้มีการกักขังแรกของตนเองเอาไว้จริงสาเหตุนั้นก็เพราะว่าแม่นั้นอายุมากแล้วและมีอาการหลงลืมๆจึงเกรงว่าหากปล่อยเอาไว้แม่อาจจะหายออกไปจากบ้านเพราะเธอนั้นต้องออกไปทำงานและไม่มีเวลาดูแม่โดยเธอนั้นได้มีการเช่าห้องให้แม่อยู่อีกห้องหนึ่งและเธอเช่าห้องข้างๆอยู่อีกห้องหนึ่ง

               ส่วนสาเหตุที่เธอทำร้ายแม่พร้อมทั้งด่าพ่อแม่นั้นเธอยอมรับว่าเป็นความจริงโดยเธอระบุว่าเกิดจากการที่เธอเครียดเพราะเธอนั้นได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรน่าครอบครัวของเธอนั้นจำเป็นต้องขายบ้านและย้ายมาอยู่คอนโดกันเธอเองก็ต้องหาเงินช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวทำให้ในแต่ละวันนั้นเธอมีความเครียด  จะมีบางครั้งที่เธออาจจะลงมือทำร้ายร่างกายแม่ของเธอเอง

 

ขอบคุณ  สูตร sexy baccarat   ที่ให้การสนับสนุน