Latest Posts

ตำรวจ 191ตามจับกุุมหญิงสาวที่อ้างว่าเป็นพยาบาล

 

ตำรวจ 191  ตามจับกุุมหญิงสาวที่อ้างว่าเป็นพยาบาลก่อนย่องมาขโมยของแม่ของนายตำรวจ

              กรณีที่ศาลอาญาตลิ่งชันได้มีการประกาศออกมาเป็นความผิดของนางสาวเบญจมาศอายุ 47 ปีเกี่ยวกับที่เธอนั้นได้มีการก่อเหตุทรัพย์สินของเจ้านายของตนเองในตอนกลางคืนซึ่งนางสาวเบญจมาศนั้นเป็นคนจังหวัดสระบุรีแต่ได้มาก่อเหตุลักทรัพย์ ของคนอื่นที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นมีทางนายตำรวจคนหนึ่งได้มีการเข้าไปแจ้งข้อหากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองนั้นถูกขโมยทรัพย์สินซึ่งได้มีการเล่าเรื่องราวให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าเนื่องจากว่า แม่ของนายตำรวจท่านนั้น

ไม่สบายจำเป็นต้องเข้าไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทางนายตำรวจท่านนั้นจึงได้หาคนมาเฝ้าแม่ในช่วงเวลากลางคืนเนื่องจากตนเองนั้นต้องทำงานโดยนายตำรวจได้มีการเข้าไปหาข้อมูลคนเฝ้าไข้จาก Facebook ซึ่งเธอได้มีการลงเพจเกี่ยวกับการรับจ้างดูแลคนป่วยเด็กและคนชราโดยเธอมีการระบุเอาไว้ว่าเธอเป็นพยาบาลและรับเฝ้าไข้ตามโรงพยาบาลต่างๆด้วยซึ่งมีผู้หลงเชื่อเธอจำนวนหลายรายที่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับเธอเอาไว้ไม่ใช่แค่เพียงนายตำรวจคนนี้เท่านั้นโดยเธอจะอาศัยช่วงที่เวลากลางคืนในการไปนอนเฝ้าไข้คนป่วยหลังจากนั้น

เมื่อคนป่วยนอนหลับเธอก็จะมีการลักขโมยทรัพย์สินของคนป่วยและก็หนีหายไปสำหรับนายตำรวจนั้นได้มีการเล่าเรื่องราวของตนเองว่าได้มีการสร้างให้นางสาวเบญจมาศนั้นไปเฝ้าไข้แม่ของเขาโดยมีการให้ค่าจ้างวันละประมาณ 500 บาทถึง 1,000 บาทซึ่งจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่านางสาวเบญจมาศนั้น

มักจะมีการเปิดรับสมัครการไปเฝ้าไข้โดยจะเน้นเป็นการเฝ้าไข้คนป่วยสูงอายุซะส่วนใหญ่และหลังจากที่มีการเข้าไปใกล้เหยื่อได้แล้วก็จะมีการขโมยทรัพย์สินในช่วงที่เหลือนอนหลับซึ่งในช่วงแรกๆนางสาวเบญจมาศจะพยายามทำให้เหยื่อตายใจและไม่ระแวงในตัวเองหลังจากนั้นก็จะมีการขโมยทรัพย์สินทยอยขโมยไปเรื่อยๆโดยมีการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่นางสาวเบญจมาศขโมยไปนั้น

จะนำไปขายแล้วจะนำเงินไปใช้ในการเปย์ ผู้ชายและนางสาวเบญจมาศเองก็เป็นคนที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยมากด้วยซึ่งประวัติแจ้งการจับกุมของนางสาวเบญจมาศนั้นมีหลายสนใจเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็น สน.โชคชัย หรือแม้แต่ สน.ปทุมวันก็ตามทางก็มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวเบญจมาศเอาไว้โดยมีการขโมยทั้งเงินสดทีวีรวมถึงสิ่งของอื่นๆเป็นจำนวนมากดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 จึงได้มีการประสานงานติดตามหาตัวนางสาวเบญจมาศทรงพบและนำนางสาวเบญจมาศมาดำเนินคดีที่ สน.บางพลัด

 

 

สนับสนุนโดย  bk8 casino

การทำอนาจารเด็กบนโรงพัก

ตำรวจยอมรับแล้ว เรื่องการทำอนาจารเด็กบนโรงพัก อ้างทำไปเพราะเมา

                   จากกรณีที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเรื่องเด็กสาววัย 14 ปีและ 16 ปี 2 คนพี่น้องถูกจับให้เสียค่าปรับเรื่องไม่ใส่หมวกกันน็อคโดยต้องมาเสียค่าปรับที่โรงพักซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงที่สถานีตำรวจนั้นพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่คนเดียวเนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันหยุดเด็กหญิงทั้งสองคนจึงได้ขึ้นไปบนโรงพักและสอบถามถึงวิธีการเสียค่าปรับโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บอกว่า

วันนี้เป็นวันหยุดไม่สามารถเสียค่าปรับได้แต่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวก็เดินมาโอบเอวหญิงสาววัย 16 ปีและ 14 ปีพร้อมทั้งบอกว่าจะพาขึ้นไปข้างบนเพื่อจ่ายค่าปรับเมื่อเด็กหญิงทั้งสองคนเดินตามขึ้นไปตำรวจคนดังกล่าวได้พาไปในห้องพักของตำรวจแล้วทำการลวนลามด้วยการขอจับหน้าอกและอวัยวะเพศของเด็กหญิงทั้งสองคนสร้างความตกใจให้กับเด็กหญิงทั้งสองคนเป็นอย่างมากโดยเธอทั้งสองคนช่วยกันผลักนายตำรวจคนนั้นออกและวิ่งหนีออกมาได้

หลังจากนั้นจึงได้ไปฟ้องยายซึ่งเป็นเหตุให้ยายพาหลานสาวทั้งสองคนมาแจ้งความดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งหลังจากที่มีการแจ้งความจนเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตแล้วทางด้านผู้คับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจในนั้นได้มีการรับเรื่องไว้เพื่อมีการตรวจสอบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ก่อเหตุดังกล่าว

ก็ออกมายอมรับสารภาพเรียบร้อยแล้วว่าเป็นผู้ลงมือกระทำอนาจารเด็กสาวทั้งสองคนจริงๆเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ได้มีเจตนาที่จะทำแต่ทำไปเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เนื่องจากตอนนั้นมีอาการเมาสุราและทำไปโดยที่ตนเองไม่รู้ตัวซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการขอโทษเด็กสาวทั้งสองคนเรียบร้อยแล้วส่วนเด็กสาวทั้งสองคนนั้นตอนนี้ก็สภาพจิตใจดีขึ้นมากแล้วและทางด้านยาของเด็กสาวทั้งสองคนรวมถึงทั้งตัวเด็กสาวเองนั้นก็ได้มีการออกมาบอกว่าหากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือว่าตนเองทำผิดและมาขอโทษก็พร้อมที่จะให้อภัยส่วนเรื่องของการดำเนินคดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะมีการส่งความผิดกันยังไง

และมีกระบวนการภายในกันยังไงโดยที่ทางย่าและเด็กสาวทั้งสองคนจะไม่ได้มาเรียกร้องอะไรกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ก่อเหตุอีกเบื้องต้นที่มีข่าวออกมาในครั้งแรกนั้นได้มีคำสั่งให้ย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ก่อเหตุดังกล่าวออกนอกพื้นที่ก่อนเพื่อเป็นการให้ความเป็นธรรมกับเด็กสาวทั้งสองคนและป้องกันการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านนั้นข่มขู่

ซึ่งภายหลังจากที่มีการรับเรื่องไว้ก็มีการตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมจากกล้องวงจรปิดต่างๆที่มีการปิดไว้ในโรงพักจึงทำให้มีพยานหลักฐานที่แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวกระทำความผิดจริง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

เด็กปั๊มแชร์ต่อลุงแท็กซี่ได้เงิน 8 ล้านออกรถใหม่ป้ายแดง 

             จากกรณีที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้เรื่องชายวัย 72 ปีที่ขับรถแท็กซี่แล้วไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าเช่ารถและยังได้มีการเล่าเรื่องราวชีวิตส่วนตัวที่แสนอาภัพและน่าเห็นใจให้กับคนในโลกโซเชียลฟังซึ่งทำให้หลังจากที่มีเรื่องราวของชายวัย 72 ปีที่ขับรถแท็กซี่มีการแชร์กันออกไปทำให้ภายในคืนเดียวนั้นมีคนกระหน่ำโอนเงินเข้ามาช่วยเหลือชายวัย 72 ปีกันอย่างมาก

ซึ่งทำให้มียอดเงินช่วยเหลือเข้ามาถึง 8 ล้านบาทหลังจากนั้นก็มีนักข่าวไปขอสัมภาษณ์มากมายซึ่งชายวัย 72 ปียังให้ข้อมูลว่าจะมีการนำเงินไปช่วยเหลือตำบลชนิดต่างๆและนำไปสร้างบ้านอีกทั้งยังเคยให้ข้อมูลว่าตัวเขาเองนั้นอยู่คนเดียวไม่มีใครคอยดูแลหลังจากนั้นเมื่อไม่นานประมาณวันที่ 12 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ก็มีเจ้าของอู่แท็กซี่ซึ่งเป็นอู่เดิมที่ชายวัย 72 ปีเคยไปเช่ารถเสื้อขับแท็กซี่ได้ออกมาแฉลุงวัย 72 ปี

คนดังกล่าวเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลที่เคยออกสื่อว่าไม่มีใครดูแลนั้นแท้ที่จริงแล้วเขามีรูปชายและลูกสาวคอยดูแลเลี้ยงดูซึ่งลูกทั้งสองคนก็มีงานทำปกติอีกครั้งบ้านที่บอกว่าไม่มีนั้นก็เป็นบ้านของภรรยาเก่าเขาดึงข้อมูลที่เขาเคยให้ตามสื่อนั้นไม่เป็นความจริงเลยและที่สำคัญหลังจากที่เขาได้รับเงิน 8 ล้านบาทมาแล้วเขาก็หนีหายไม่มาขับรถที่อู่อีกเลย

ซึ่งเขาได้มีการติดเงินกับเจ้าของอู่ไว้เป็นจำนวนเงิน 1,400 กว่าบาทและเงินจากลูกชายที่เขาติดเจ้าของอู่ไว้อีกหมื่น 3 พันกว่าบาทซึ่งเขาเคยทวงไปแล้วแต่ทั้งลุงวัย 72 ปีและลูกชายต่างก็ไม่ยอมนำเงินมาใช้หนี้พากันหนีหายไปจนติดต่อไม่ได้ซึ่งข่าวเรื่องนี้ยังไม่ทันป๋าลงก็มีข้อมูลจากทางโลกออนไลน์ได้มีการออกมาแฉ

เพิ่มเติมอีกว่าลุงขับรถแท็กซี่นั้นได้มีการไปออกรถแท็กซี่กันใหม่ป้ายแดงแล้วก็มีเด็กปั๊มน้ำมันเคยเห็นว่ามีการขับรถใหม่มาเติมน้ำมันที่ปั๊มซึ่งตั้งแต่ได้เงิน 8 ล้านบาทไปนั้นการแต่งกายของลุงแท็กซี่ก็มีการแต่งกายดูดีขึ้นโดยเด็กปั๊มยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันกับลุงที่เคยร้องไห้ผ่านสื่อที่ได้เงิน 8 ล้านบาทภายในคืนเดียวเพราะว่าจำรูปพรรณสัณฐานได้

เนื่องจากว่าโดยปกติแล้วลุงคนนี้มักจะมาเติมน้ำมันที่ปั๊มเป็นประจำซึ่งตอนนั้นรถแท็กซี่ของลุงจะเป็นรถเก่าๆและลุงก็จะแต่งตัวมอซอแต่ในตอนนี้นะลุงแต่งตัวดีขึ้นรวมทั้งมีรถป้ายแดงมาขับเรียบร้อยแล้วซึ่งแท็กซี่ใหม่ที่โรงแรมบังคับนั้นเป็นรถป้ายสีเหลืองเขียวแต่ก็ยังคงมาเติมแก๊สที่ปั๊มน้ำน้ำมันแถวบางพลีจังหวัดสมุทรปราการซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะหนีมาอยู่แถวบริเวณนี้และขับรถแท็กซี่อยู่แถวนี้

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  bk8 pantip

สาววัย 52 ปีถูกคนร้ายบุกเข้าข่มขืนกลางดึก

สาววัย 52 ปีถูกคนร้ายบุกเข้าข่มขืนกลางดึกรอดมาได้เพราะออกอุบายว่าจะไปฉี่

      เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 เมื่อหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจจังหวัดบุรีรัมย์โดยเธอร้องเรียนว่าถูกคนร้ายที่ชื่อว่านายพงศ์เทพได้เข้ามาจะข่มขืนกระทำชำเราจนเองในช่วงประมาณกลางดึกของคืนวันที่ 8 นั่นเองโดยเธอเล่าว่าเธออยู่บ้านคนเดียวเนื่องจากว่าลูกสาวของเธอนั้น

ไปทำงานอยู่ที่อื่นส่วนสามีของเธอก็ทำงานอยู่ที่ต่างประเทศโดยปกติแล้วทุกคนจะรู้ว่าเธอพักอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวนั้นเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นซึ่งในคืนวันเกิดเหตุนั้นเธอนอนอยู่ในห้องนอนด้านล่างตามปกติซึ่งเวลาซักประมาณเที่ยงคืนครึ่งจะรู้สึกว่ามีคนมาคร่อมอยู่บนล่างของเธอโดยชายคนดังกล่าวนั้นพยายามก้มลงจูบเธอ

และเมื่อเธอสัมผัสตัวก็พบว่าชายคนดังกล่าวได้มีการถอดเสื้อผ้าไว้เรียบร้อยแล้วเธอได้มีการต่อสู้ขัดขืนชายคนนั้นจึงได้บีบคอเธอและครูไม่ให้เธอตะโกนขอความช่วยเหลือไม่งั้นจะฆ่าให้ตายอีกทั้งยังได้มีการทำร้ายด้วยการปล่อยท้องเธออีกด้วยเมื่อเธอเห็นว่าเธอไม่สามารถสู้ได้แน่นอนเธอจึงได้บอกกับชายคนดังกล่าวว่าหากอยากจะมีอะไรด้วยก็ให้นอนรอไปก่อนเธอขอไปเข้าห้องน้ำเพื่อไปทำกับฉี่ในห้องน้ำสักพักนึงซึ่งชายคนดังกล่าวก็ยอมปล่อยตัวเธอ

โดยเธอสามารถเห็นหน้าชายคนนั้นได้ด้วยการนำโทรศัพท์มือถือไปส่องที่หน้าพบว่าเป็นนายพงศ์เทพซึ่งเป็นคนที่พึ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำเมื่อไม่นานมานี้เองและเป็นคนที่อยู่หมู่บ้านใกล้กันกันกับเธอแต่เธอเองไม่ได้สนิทสนมกับชายคนดังกล่าวมากนักโดยก่อนที่เธอจะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำเพื่อออก ไปฉี่นั้น

นายพงษ์เทพได้เดินมาทางด้านหลังและกอดเธอพร้อมกับบอกว่าเขาแอบหลงรักเธอมานานซึ่งเมื่อเธอเดินออกมาจากนายพงศ์เทพได้เธอก็รีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านทันทีพร้อมตะโกนให้คนมาช่วยเธอทำให้นายพงศ์เทพตกใจหลังจากนั้นก็ได้หนีไปสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เธอเก่าอีกว่าเธอคงไม่กล้ากลับมานอนที่บ้าน

เพราะกลัวว่านายพงษ์เทพจะกลับมาทำร้ายเธออีกคงต้องรอจนกว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมตัวนายพงศ์เทพได้ส่วนทางด้านครอบครัวของนายพงศ์เทพนั้นนักข่าวได้ลงไปพบเจอกับน้าของนายพงษ์เทพ

โดยน้าของนายพรเทพยืนยันว่าหลานเป็นคนดีไม่คิดว่าหลานจะมาก่อเหตุแบบนี้ถ้าหากหลานก่อเหตุจริงก็ขอโทษผู้เสียหายด้วยซึ่งเคยอยากจะให้หลานเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเธอมีการบอกกับนักข่าวว่าเธอเพิ่งได้ข่าวมาว่าหลานของเธอนั้นไปก่อเหตุจะข่มขืนคนในหมู่บ้านข้างเคียงแต่เธอยังไม่พบกับหลานของเธอเลยจึงไม่ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็นมาอย่างไร

 

สนับสนุนโดย  bk8 thai

ใจสลาย ลูกชายวัย 1 ขวบดับคาที่ใต้ท้องรถกระบะของพ่อ

         เหตุการณ์ที่เศร้าสลดใจในครั้งนี้เกิดขึ้นในครอบครัวหนึ่งที่มีอยู่ด้วยกัน 4 คนพ่อแม่ลูกโดยลูกชายคนโตอายุ 5 ขวบและคนเล็กอายุ 1 ขวบ 2 เดือนซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 8 เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2563  โดยเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าซึ่งเป็นช่วงที่พ่อกับแม่กำลังดูแลลูกๆให้กินอาหารเช้าซึ่งรบกวนข้าวลูกทั้งสองคนเสร็จเรียบร้อยแล้วแม่เองก็ได้เดินเข้าไปในหลังบ้านเพื่อไปทำการล้างจานส่วนผู้เป็นพ่อนั้นได้เดินออกไปหน้าบ้านเพื่อที่จะนำเงินไปเข้าธนาคาร

โดยที่ทั้งสองคนไม่มีใครดูเลยว่าลูกชายทั้งสองคนของเขาเล่นอยู่ตรงบริเวณไหนโดยในขณะที่แม่ล้างจานอยู่นั้นลูกชายคนโตก็วิ่งเข้ามาบอกแม่ว่าพ่อถอยรถมาทับน้องไปทางแม่จึงได้วิ่งออกไปดูลูกก็เห็นร่างลูกชายวัย 1 ขวบ 2 เดือนอยู่ใต้ล้อรถกระบะของสามีเรียบร้อยแล้วโดยสามีเองได้บอกกับพญาว่าตอนที่ขึ้นรถมาไม่เห็นว่าลูกเดินตามมาพอจะถอยรถเพื่อออกตัวก็พบว่าตนเองถอยรถมาทับลูกตายเสียแล้วซึ่งผู้เล่นนำร่างของลูกชายไปส่งที่โรงพยาบาลแต่คุณหมอไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้โดยคุณหมอบอกว่าเด็กชายเสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาลแล้ว

ซึ่งคาดการณ์กันว่าเด็กน่าจะเสียชีวิตตั้งแต่ตอนถูกทับครั้งแรกแล้วซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้สองสามีภรรยาได้มีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงมาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุและมีการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่อยู่บริเวณใกล้ชิดของสองสามีภรรยาดังกล่าวและกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อที่จะได้สามารถเอาผิดสามีที่ขับรถโดยประมาทอีกด้วย

      เหตุการณ์เศร้าสลดแบบนี้มีเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งที่พ่อหรือแม่มักจะปล่อยปละละเลยลูกให้เล่นอยู่คนเดียวแล้วจะออกไปทำธุระข้างนอกโดยที่ลืมไปว่าลูกอยู่ตรงบริเวณไหนจึงเป็นสาเหตุให้หลายครอบครัวต้องสูญเสียลูกของตนเองไปจากความประมาทเลินเล่อในการถอยรถซึ่งเป็นที่มาของการแนะนำวิธีการจอดรถว่าหากเราจะจอดรถภายในบริเวณบ้านของเรานั้น

เราควรจะถอยหลังจอดแล้วหันหน้ารถออกไปนอกบ้านเพื่อที่เวลาเราจะออกไปนอกบ้านในช่วงเช้าหรือช่วงเวลาไหนก็แล้วแต่เราจะได้ไม่ต้องถอยรถออกไปเมื่อเด็กมาอยู่ด้านหลังของตัวรถเราจะได้เห็นได้ทันทีเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการถอยรถทับเด็กและที่สำคัญไม่ควรให้เด็กอยู่ห่างสายตายิ่งในเด็กที่กำลังเล็กอย่างอายุ 1 ขวบถึง 5 ขวบด้วยแล้วเด็กเหล่านี้มักจะซุกซนและมักจะติดตามพ่อแม่อยู่เสมอดังนั้นก่อนที่จะออกรถควรเช็คให้เรียบร้อยก่อนว่าลูกมีการเดินตามหลังมาหรือไม่เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเหมือนกับกรณีของสามีภรรยาคู่นี้อีก

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 ดีไหม

เคอร์ฟิวเป็นเหตุทำให้ครูสาวเสียชีวิต

เคอร์ฟิวเป็นเหตุทำให้ครูสาวเสียชีวิตขี่รถมอเตอร์ไซค์แหกโค้งเพราะกลัวกลับบ้านไม่ทัน

      ที่จังหวัดสมุทรสงครามได้มีการแจ้งเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์แหกโค้งเป็นสาเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 1 รายซึ่งต่อมาทราบว่าผู้เสียชีวิตนั้นชื่อนางสาววิมลศิริ  กันใจ ซึ่งขณะนั้นมีอาชีพเป็นครูที่โรงเรียนจ้างชั่วคราว โดยจากการตรวจสอบประวัติของนางสาววิมลศิริแล้วพบว่าเธอเป็นคนจังหวัดน่านแต่เดินทางเข้ามาทำงานที่จังหวัดสมุทรสงคราม

ซึ่งมารับจ้างเป็นคุณครูคอยช่วยเหลือคุณครูผู้สอนในโรงเรียนโดยวันเกิดเหตุนั้นตำรวจคาดว่าเธอน่าจะขับรถมอเตอร์ไซค์มาด้วยความเร็วเนื่องจากว่า อาจจะไปทำธุระที่ไหนมาแล้วเกรงว่าจะกลับบ้านไม่ทันเธอปลิวจึงได้มีการขับรถมาด้วยความเร็วและพอมาถึงโค้งก็ทำให้รถหลุดโค้งเป็นเหตุให้รถมอเตอร์ไซค์ล้มและร่างของเธอกระเด็นจนทำให้เธอถึงแก่ความตายได้ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการส่งศพไปพิสูจน์หลักฐานอีกครั้งหนึ่งแล้วก็มีการติดต่อญาติเพื่อให้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนา

     สำหรับการวิเคราะห์เรื่องของอุบัติเหตุในช่วงนี้ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะพบว่าผู้คนมักจะขับรถด้วยความเร็วในช่วงเวลาใกล้ 22:00 น.เพราะหลายคนเกรงว่าจะเกิดติดสถานการณ์ เคอร์ฟิว แล้วจะส่งผลให้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพราะเคยมีหลายคนที่ถูกจับกุมแล้วมีการร้องเรียนออกมาผ่านสื่อ

โดยมองว่าบางครั้งมีเหตุจำเป็นที่อาจจะต้องกลับล่าช้าแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ฟังเหตุผลในเรื่องของการกลับล่าช้าซึ่งหากถูกจับกุมก็จะถูกปรับดังนั้นประชาชนส่วนใหญ่จึงไม่ต้องการที่จะเสียเงิน

จากการถูกปรับเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เดินทางออกไปนอกบ้านแล้วใกล้เวลาเคอร์ฟิวส่วนใหญ่ก็มักจะพบว่าจะรีบขับรถเร็วเพื่อให้ทันเวลาในการกลับเข้าบ้านและมักจะพบว่าผู้คนส่วนใหญ่มักจะประสบอุบัติเหตุจนถึงให้เสียชีวิตได้ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือนางสาววิมลสิริ  นั่นเอง

        สำหรับเหตุการณ์ที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะประสบอุบัติเหตุเพราะกลัวกลับบ้านไม่ทันเคอร์ฟิวนั้นควรอาจจะต้องมีหาทางป้องกันซึ่งคนที่จะทำการป้องกันได้ดีที่สุดก็คือตัวของเราเองโดยเราอาจจะต้องมีการควบคุมเวลาให้เหมาะสมในการที่จะเดินทางจากสถานที่ที่เราไปแล้วกลับมาที่บ้านโดยอาจจะต้องมีการเผื่อเวลาเอาไว้ว่าในช่วงเวลาใกล้ที่จะถึงเวลาเคอร์ฟิวอาจจะมีปัญหา

เกี่ยวกับรถติดเพราะคนจะต้องรีบกลับบ้านกันเยอะดังนั้นการเดินทางไปไหนมาไหนในช่วงเวลานี้เราควรจะเผื่อเวลาเพื่อที่จะให้เราขับรถได้อย่างสบายโดยไม่ต้องเร่งได้มากเกินไปซึ่งจะสามารถช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วได้

 

สนับสนุนโดย  สูตร บาคาร่า next88

หญิงสาวสุดช้ำเลี้ยงลูกวัย 4 เดือนเพียงลำพัง

หญิงสาวสุดช้ำเลี้ยงลูกวัย 4 เดือนเพียงลำพัง  สามีทิ้งไม่มีงานทำซ้ำยังไม่มีนมให้ลูกกิน

             จากกรณีที่มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ติดต่อขอความช่วยเหลือด้วยการโหลดข้อมูลลง Facebook บอกเล่าเรื่องราวของตนเองที่กำลังประสบปัญหาไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกินอยู่ในขณะนี้โดยทางนักข่าวเองได้มีการลงพื้นที่ไปหาหญิงสาวคนดังกล่าวซึ่งเธอมีชื่อว่าแหม่ม  โดยปัจจุบันแหม่มอาศัยอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งเธอต้องเลี้ยงลูกวัย 4 เดือนเพียงลำพัง

ปัจจุบันเธอไม่มีบ้านให้อยู่อาศัยจำเป็นต้องมาขออาศัยอยู่กับเพื่อนและเนื่องจากเธอต้องเลี้ยงลูกจึงไม่ได้ออกไปหางานทำทำให้ตอนนี้เธอไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวกินส่วนลูกของเธอนั้นก็ไม่มีนมกินเธอต้องแก้ขัดด้วยการนำน้ำตาลทรายมาละลายน้ำแล้วส่งให้ลูกกินแทนน้ำนมซึ่งเธอได้มีการโพสต์ขอความช่วยเหลือจากคนใจบุญให้ช่วยบริจาคนมผง

เพื่อมาช่วยเหลือลูกของเธอด้วยโดยเธอเล่าถึงสถานการณ์ของเธอในขณะนี้ว่าหลังจากที่เธอคลอดลูกมาสามีก็ทิ้งเธอไปทำให้เธอจำเป็นต้องเลี้ยงลูกอยู่เพียงลำพังทุกวันนี้ลูกของเธอต้องกินน้ำตาลทรายละลายน้ำเนื่องจากว่าน้ำนมของเธอนั้นไม่ไหลและหลังจากที่มีการโพสต์ขอความช่วยเหลือให้คนมาบริจาคนมผงให้ก็มีคนนำนมผงมาให้เธอ

ซึ่งคาดว่าเธอจะสามารถใช้เลี้ยงดูลูกน้อยของเธอได้ประมาณ 1 เดือนซึ่งหลังจากที่นักข่าวลงพื้นที่ก็ได้มีการประสานงานไปที่สสในพื้นที่เพื่อลงมาช่วยเหลือหญิงสาวคนดังกล่าวโดย ทาง  สส. ของภูเก็ตเองก็มีการนำเงินมาช่วยเหลือ พร้อมนำอาหารแห้งและข้าวสารรวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่จำเป็นในการดำรงชีวิตมามอบให้บางส่วนเพื่อให้ แหม่มสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้สักระยะหนึ่งก่อนซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่ดูแลผู้ที่มีปัญหาจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าลงมาช่วยเหลือเพิ่มเติมให้ทางนักข่าวได้มีการสอบถามกับนายแพทย์กอล์ฟ

ถึงคุณค่าของน้ำตาลทรายที่ละลายน้ำให้ทารกกินนั้นเหมาะสมหรือไม่ซึ่งทางนายแพทย์เองก็ได้ออกมายืนยันว่าเด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 6 เดือนต้องกินนมมารดาอย่างเดียวเท่านั้นการที่แม่ให้ ลูกกินน้ำตาลผสมน้ำจะทำให้เด็กมีอันตรายซึ่งอาจถึงแก่ความตายได้เนื่องจากว่า  หากมีการกินน้ำตาลในปริมาณที่มากก็จะทำให้เกิดเป็นโรคเบาหวานได้และการทำงานภายในร่างกายเช่นตับก็จะต้องทำงานหนัก

เพราะอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าตับมีหน้าที่ผลิตอินซูลินออกมาเพื่อขับน้ำตาลดังนั้นยิ่งมีน้ำตาลในร่างกายเยอะตับก็ต้องยิ่งทำงานเยอะอาจจะส่งผลให้ตับของเด็กฟังได้เพราะเนื่องจากเด็กทารกร่างกายอวัยวะภายในยังไม่ค่อยสมบูรณ์อยู่แล้วดังนั้นจึงเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งพี่จะนำน้ำตาลมาให้ลูกกินในช่วงเวลานี้อย่างไรก็ดีหมอกอล์ฟได้มีการแนะนำว่าให้คุณแม่ของเด็กไปขอบริจาคน้ำนมจากทางโรงพยาบาลซึ่งจะมีบางโรงพยาบาลที่มีน้ำนมแม่บริจาคให้

 

สนับสนุนโดย  next88 บาคาร่า

ผู้ป่วยโควิด-19 ที่จังหวัดเชียงราย รักษาหายแล้ว

ผุู้ป่วยโควิด-19 ที่จังหวัดเชียงราย รักษาหายแล้ว แต่กลับเป็นซ้ำพบปัญหาปอดอักเสบ

                 ที่จังหวัดเชียงรายได้มีรายงานข่าวออกมาจากศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินทางด้านการแพทย์และกระทรวงสาธารณสุขว่าเมื่อวันที่ 20 เดือนเมษายนปีพศ 2563 มีผู้ป่วยเดินทางเข้ามารักษาตัวด้วยอาการปอดติดเชื้อซึ่งจากการตรวจสอบประวัติผู้ป่วยรายดังกล่าวอายุประมาณ 35 ปีซึ่งจากการใช้ข้อมูลเบื้องต้น

ของทางโรงพยาบาลพบว่าชายคนดังกล่าวซึ่งถูกปล่อยตัวออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 6 เดือนเมษายนปีพ.ศ 2553 ที่ผ่านมาด้วยการมารักษาตัวในครั้งนั้นผู้ป่วยคนดังกล่าวรักษาตัวด้วยอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยเขาถูกปล่อยตัวเนื่องจากว่าเขารักษาอาการป่วยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  จนหายดีแล้วทางโรงพยาบาลจึงได้มีการปล่อยตัวของเขาออกไปซึ่งในระหว่างนั้นทางโรงพยาบาลก็แนะนำให้ผู้ป่วยรายดังกล่าวยังต้องกักตัวเองอยู่ภายในบริเวณบ้านจนกว่าจะครบ 14 วันแต่ปรากฏว่าในขณะที่ชายคนดังกล่าวกับตัวเองอยู่นั้นกลับพบว่ามีอาการไข้ขึ้นสูงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

และเขายังมีอาการไอมากเป็นพิเศษดังนั้นญาติจึงได้พากันส่งตัวเขากลับมารักษาตัวอีกครั้งหนึ่ง เดินเขากลับมารักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกครั้งในวันที่ 18 เดือนเมษายนปีพศ 2563 ที่ผ่านมาและเมื่อทางแพทย์และพยาบาลได้มีการตรวจร่างกายของเขาแล้วพบว่าเขามีอาการปอดอักเสบซึ่งทางโรงพยาบาลเองก็ยังไม่ได้ฟันธงว่าอาการปอดอักเสบของเขานั้น

เกิดมาจากการติดเชื้อไวรัสตัวเดิมหรือเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียแต่เบื้องต้นทางโรงพยาบาลก็มีมาตรการป้องกัน เอาไว้ก่อนด้วยการแยกผู้ป่วยรายนี้ไปไว้ในห้องพิเศษไม่ให้ปรับปรุงร่วมกับคนอื่นเพราะถ้าหากผลตรวจออกมาแล้วพบว่าเขากลับมาเป็นผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าอีกครั้งหนึ่งจะได้ไม่อันตรายกับบุคคลอื่นซึ่งเบื้องต้นอาการของเขาไม่ได้หนักมากนักยังสามารถช่วยเหลือตนเอง

ได้เดินไปไหนมาไหนได้ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลยืนยันว่าจะมีการดูแลอาการของผู้ป่วยรายนี้อย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งหากมีการตรวจสอบพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าจริงตามอีกรอบหนึ่งก็จะมีการประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขภายในกรุงเทพฯเพื่อหาสาเหตุของการติดเชื้อในครั้งนี้ต่อไป

เพราะตามข้อมูลที่มีการทราบกันโดยดีนะว่าหากผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่ารักษาหายแล้วเขาจะมีภูมิคุ้มกันที่จะไม่กลับมาติดเชื้อได้อีกซึ่งหากใครยังมีเชื้อคงเหลือก็จะไม่สามารถแพร่ไปยังคนอื่นได้และเขาจะไม่มีอันตรายถึงชีวิตแต่กรณีผู้ชายคนนี้พบว่าไม่มีเชื้อโรคอยู่ในปอดซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบเชื้อโรคก่อนจึงจะสามารถประกาศให้กับประชาชนทราบได้ว่าเชื้อโรคดังกล่าวเป็นเชื้อโรคประเภทไหน

 

สนับสนุนโดย  9luck

คนขายเฉาก๊วยถูกคนโกงเงินเยียวยา 5000 บาท

คนขายเฉาก๊วยถูกคนโกงเงินเยียวยา 5000 บาทคนสงสารแห่โอนเงินช่วยเหลือ

       ก่อนหน้านี้มีการพาดหัวข่าวเกี่ยวกับเรื่องของลุงคนขายเฉาก๊วยที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวานนี้นะคะจะได้มีการนำเสนอข่าวไปว่าถูกวัยรุ่นชายคนหนึ่งโกงเงินค่าเยียวยาโควิด  5,000 บาทไป โดยคุณลุงได้บอกว่าเด็กเป็นคนอาสาพาไปช่วยกดเงินให้เพราะตนเองทำไม่เป็นไรเมื่อเด็กกดเงินมาให้แล้วเด็กก็นำมาให้ 1,000 บาท

โดยเด็กวัยรุ่นคนดังกล่าวได้บอกกับลุงขายเฉาก๊วยว่ารัฐบาลไม่มีการแจกเงินเยียวยามาให้แล้วแต่เอามาให้แค่เพียง 1000 บาทเท่านั้นซึ่งลุงขายเฉาก๊วยก็ดีใจมากที่ได้รับเงินช่วยเหลือโดยไม่รู้เลยว่าเงินที่เหลืออีก 4000 บาทนั้น

วัยรุ่นชายคนดังกล่าวได้มีการเอาไปแล้ว ซึ่งมารู้ความจริงว่าตัวเองถูกวัยรุ่นชายคนดังกล่าวหรอกและรัฐบาลจ่ายเป็นเงิน 5,000 บาทนั้นก็เพราะว่ามีแม่ค้าเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของเงินเยียวยา 5,000 บาท

ซึ่งลงก็บอกไปว่าได้รับเรียบร้อยแล้วโดยได้รับมา 1,000 บาทแม่ค้าจึงบอกว่ารัฐบาลจ่ายอยู่ที่ 5,000 บาททำให้ลุงทราบว่าตนเองโดนวัยรุ่นคนดังกล่าวโกงเงินไปจึงได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ซึ่งจะแจ้งความได้ไม่นานเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาวัยรุ่นชายคนดังกล่าวก็ได้เข้าไปมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เนื่องจากว่ามีกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพวัยรุ่นไทยคนดังกล่าวได้อย่างชัดเจนว่ามีการนำเงินของลุงขายเฉาก๊วยไป หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมวัยรุ่นชายคนดังกล่าวได้วัยรุ่นคนนั้นก็ได้มีการติดต่อกับคุณลุงขายเฉาก๊วยว่าจะขอคืนเงินให้เดือนละ 1,000 บาทพร้อมทั้งขอโทษโดยเขาบอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขาต้องการนำเงินดังกล่าวไปทำการซ่อมรถและนำไปใช้หนี้ให้กับแม่ของเขา ซึ่งสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องนำเงินทั้งหมดมาจ่ายให้ลุงและไหว้ขอโทษลุง

โดยลุงขอยอดทั้งหมดคืนโดยที่ไม่ขอเป็นการแบ่งชำระและเมื่อเรื่องราวนี้เผยแพร่ออกไปก็มีคนเห็นใจลงเป็นจำนวนมากจึงได้มีการโอนเงินเข้ามาช่วยเหลือลุงฉ๋วยก๊วยเป็นจำนวนมากซึ่งมีตั้งแต่หลักสิบหลักร้อยแล้วก็หลักพันโดยล่าสุดที่มีการปรับสมุดบัญชีก็พบว่ามีเงินเข้ามาเป็นจำนวนหลักแสนบาทเลยทีเดียว

หลังจากที่ลงเฉาก๊วยได้เงินมาเป็นหลักแสนลงก็กลัวว่าในอนาคตอาจจะมีคนมาหลอกให้ลงไปกดโอนเงินให้ดังนั้นทางลุงเฉาก๊วยจึงได้ให้นักข่าวเป็นพยานโดยวงเฉาก๊วยที่มีการนำกรรไกรมาตัดบัตร ATM ของตนซึ่งหลังจากนี้หากจะต้องการใช้เงินลุงเฉาก๊วยบอกว่าจะไปเบิกเงินเองที่ธนาคารเท่านั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้า bk8

ชาวบ้านชวนกันฆ่าตัวตาย เพราะเครียดจากพิษโควิด-19

             อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้ประชาชนทุกคนต่างก็ได้รับความเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมากเพราะหลายคนมีอาชีพค้าขายก็ไม่สามารถออกไปขายของได้เพราะสถานการณ์โควิด-19 

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นการร้องเรียนมาที่สำนักงานขาวเลยชาวบ้านคนหนึ่งที่จังหวัดชลบุรีซึ่งเมื่อนักข่าวลงไปในพื้นที่เกี่ยวกับครอบครัวที่มีการร้องเรียนเข้ามา เมื่อไปถึงบ้านของคนที่ร้องเรียนและข่าวก็เห็นสภาพของบ้านของคนดังกล่าวว่าอยู่อาศัยด้วยการทำเพลิงอยู่มีสังกะสีเก่าๆและมีผ้าใบกั้นซึ่งบ้านหลังดังกล่าวมีกันอยู่ 3 คนซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมดโดยมีคนชราอยู่ 1 คน เมื่อนักข่าวได้สอบถามคนที่ร้องเรียนชื่อว่าคุณนวลศรีว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเธอก็ให้ข้อมูลกับนักข่าวว่าเธอต้องการความช่วยเหลือเนื่องจากว่าครอบครัวของเธอมีฐานะยากจน

โดยปกติแล้วเธอมีอาชีพขายส้มตำและไส้กรอกซึ่งเธอจะมีรถพ่วงข้างนำไปขายที่ตลาดอยู่เป็นประจำทุกวันโดยเธอจะมีเงินหมุนเวียนอยู่ที่ 4,000 บาทโดยเงินจำนวนดังกล่าวนี้เธอก็ไปกู้หนี้ยืมสินคนอื่นมาแต่หลังจากที่มีปัญหาเรื่องของไวรัส โควิด-19 ทำให้เธอไม่สามารถออกไปขายของได้ดังนั้นเธอจึงต้องอยู่บ้านและของที่เคยซื้อมาเพื่อจะนำไปทำส้มตำขายนั้นเธอก็เอามาทำกับข้าวกินบางอย่างก็เสียเน่าเปื่อยทิ้งก็ทิ้งไปตอนนี้ตัวเธอเองและพี่สาวไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท

ซึ่งในขณะที่นักข่าวสัมภาษณ์เธอก็ได้มีการเปิดหม้อข้าวให้นักข่าวดูว่าข้าวสารเธอไม่มีแล้วหม้อหุงข้าวของเธอก็ไม่มีข้าวสวยอยู่เลย ซึ่งเธอบอกว่าตอนนี้ชีวิตของเธอลำบากมาก ตอนนี้เจ้าหนี้นอกระบบมากวนทวงเงินเธอกับพี่สาวทุกวัน ซึ่งเธอบอกว่าเธอกับพี่สาวร้องไห้กันทุกวันเธอคิดมากไม่รู้จะหาเงินไปจากไหนไม่รู้จะประกอบอาชีพอะไร

เพราะไม่มีต้นทุนในการทำธุรกิจอีกแล้วซึ่งเธอกับพี่สาวยังคุยกันว่าจะชวนกันไปผูกคอตายแถวๆบ้านนี่แหละ

แต่เนื่องจากว่าพี่สาวของเธอไม่กล้าที่จะผูกคอตายแต่อยากไปโดดน้ำตายที่แม่น้ำบางปะกงแต่ก็ไปไม่ได้เพราะว่าไม่มีเงินค่ารถและอีกอย่างพวกเธอก็คิดได้ว่าหากว่าเธอตายไปแล้วแม่ที่ชราภาพของเธอจะอยู่ยังไงจะมีใครดูแลดังนั้นพวกเธอเลยไม่สามารถฆ่าตัวตายได้

แต่พวกเธอก็เริ่มดีใจขึ้นว่าเริ่มมีข่าวว่ามีคนเริ่มให้การช่วยเหลือคนที่มีฐานะยากจนเธอไม่รู้จะทำยังไงก็เลยส่งข้อมูลร้องเรียนมาถึงนักข่าวว่าให้เข้ามาช่วยเหลือเธอหน่อยเธอต้องการที่อยู่อาศัยที่สามารถเปิดร้านขายของที่หน้าบ้านได้เธอจะได้ประกอบอาชีพเป็นของตนเองและมีรายได้มาช่วยเหลือตัวเองว่าตอนนี้บ้านที่อยู่อาศัยของเธอมันเป็นแค่ชุมชนแออัดทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบกันทั้งนั้นจึงไม่มีใครที่จะสามารถมีเงินมาซื้อของได้