Latest Posts

ลุงขับรถแท็กซี่ถูกชายหนุ่มหัวร้อนทำร้ายร่างกายต้องเย็บถึง 9 เข็ม

           เมื่อวันที่ 27 เดือนพฤษภาคมปีพ.ศ 2563   2553 เวลาที่บริเวณถนนบางพฤกษ์ ได้มีเหตุการณ์รถมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนกับรถแท็กซี่เกิดขึ้นและทำให้ทั้งคู่เกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้นซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้นำคลิปวีดีโอออกมาเผยแพร่ซึ่งในคลิปจะเห็นได้ว่า

หลังจากที่มีการเฉี่ยวชนกันแล้วนั้นรถมอเตอร์ไซค์ล้มลงแล้วไปกระแทกรถกระบะอีกคันหนึ่งหลังจากนั้นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ก็เดินตรงมาที่รถแท็กซี่แล้วก็ใช้หมวกกันน็อคตีไปที่ชายชราที่ขับรถแท็กซี่แบบไม่ยั้งซึ่งชราไม่สามารถสู้แรงเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ได้เลยหลังจากทะเลาะวิวาทกันจนคนขับรถแท็กซี่เลือดตกยางออกแล้วทั้งคู่ต่างก็เดินทางไปที่โรงพัก

เพื่อแจ้งความดำเนินคดีโดยทางรถมอเตอร์ไซค์เองก็แจ้งความดำเนินคดีกับว่าแท็กซี่ที่ทำให้รถเขาล้มชนแท็กซี่เองก็แจ้งความดำเนินคดีในฐานทำร้ายร่างกายอย่างไรก็ดีจากการให้สัมภาษณ์ของรวมกับรถแท็กซี่นั้นระบุว่าตัวเขาเองนั้นขับรถมาเส้นถนนดังกล่าวเพื่อต้องการที่จะนำรถไปเข้าอู่หลังจากนั้นระหว่างที่ขับรถอยู่ดีๆเขาได้สังเกตเห็นว่ามีรถมอเตอร์ไซค์คันนึงขับตามมาโดยมีผู้หญิงนั่งซ้อนท้ายแต่รถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวพยายามตีคู่กับรถของตนและตะโกนด่าทอต่างๆนานา

รวมถึงใช้เท้าถีบรถของตนด้วยเสร็จแล้วเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ได้จอดให้หญิงสาวลงจากรถแล้วก็พยายามมาตีคู่รถของตนเองอีกครั้งหนึ่งรวมถึงขับปาดหน้าจึงเป็นสาเหตุให้ลุงขับรถแท็กซี่นั้นเบรคไม่ทันพุ่งชนรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวจนล้มจนมอเตอร์ไซค์กระเด็นไปชนกับรถอีกคันนึงข้างหน้าหลังจากนั้นลงขับรถแท็กซี่ก็จอดรถเพื่อต้องการจะเจรจากับรถมอเตอร์ไซค์

แต่เมื่อเปิดกระจกรถเท่านั้นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ก็เอาหมวกกันน็อคมาตีและต่อยหน้าที่หัวลงแท็กซี่ไม่ยั้งจนต้องไปหาหมอเย็บถึง 9 เข็มด้วยกันซึ่งขณะนี้ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไว้เรียบร้อยแล้วส่วนทางด้านเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์นั้นก็แจ้งความดำเนินคดีสู้กับลุงขับรถแท็กซี่เช่นเดียวกันแต่ไม่ยอมให้สัมภาษณ์นักข่าวเมื่อแจ้งความเสร็จก็วิ่งหนีนักข่าวกลับไปเลย

ส่วนภาพในคลิปจะเห็นได้ว่าลงทะเบียนรถแท็กซี่นั้นถูกทำร้ายร่างกายซึ่งในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาข้อมูลหลักฐานจากกล้องวงจรปิดอันอื่นๆเพิ่มเติมว่าเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นนั้นเป็นมาอย่างไรและต้องรอดูด้วยว่าบาดแผลของลุงขับรถแท็กซี่ที่ถูกทำร้ายร่างกายนั้นต้องพักนานเกิน 20 วันหรือไม่เพราะถ้าเกิดเกินก็ต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกับชายที่ขับรถมอเตอร์ไซค์

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame666

หนุ่มหัวใจสลาย เสียรู้สาวช่างอ้อน หลงโอนเงินให้เป็นแสน 

      เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ออกมาเล่าเรื่องราวของตัวเองที่ถูกสาวหลอกให้โอนเงินไปให้แล้วก็หนีหายไป โดยเรื่องราวดังกล่าวนี้เกิดขึ้น ซึ่งนาย บุญพา ได้ออกมาเล่าเรื่องของตัวเองเมื่อวันที่ 20 เดือนพฤษภาคม ปี 2563

ว่าเขาได้รู้จักกับหญิงสาวคนหนึ่งผ่านทางเฟสบุ๊กโดยฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายทักมาหาเขาก่อนและหลังจากนั้นก็ได้มีการพูดคุยกันเพราะรู้สึกพูดกันถูกคอ และต่อมาก็คบกันเป็นแฟน  ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวนั้น บอกว่าตนเองนั้นเป็นคนจังหวัดชัยภูมิ โดยนายบุญพา บอกว่าเริ่มรู้จักกันมาตั้งแต่วันที่ 8 เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2563

ซึ่งนายบุญพายังบอกอีกว่าตั้งแต่รู้จักกันฝ่ายหญิงก็เดินทางมาหาเขาที่บ้านหลายครั้งด้วยกัน และทุกครั้งที่ฝ่ายหญิงมาหาที่บ้านพวกเขาไม่เคยมีอะไรกันเลย ทำได้เพียงแค่จับมือกับหอมแก้มเท่านั้นเอง  หลังจากรู้จักกันได้สักพักฝ่ายหญิงก็เริ่มที่จะขอเงินนายบุญพา ซึ่งครั้งแรกนั้น มีการของเงินนายบุญพา เมื่อวันที่ 8 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2563 

ซึ่งฝ่ายผู้หญิงมักจะมีข้ออ้างมาขอเงินเสมอ โดยส่วนใหญ่มักจะอ้างว่าจะเอาเงินไปช่วยแม่ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเงินค่าใช้จ่าย หรือเอาไปใช้หนี้นอกระบบ ซึ่งแต่ละครั้งที่โอนก็เป็นเงิน สองหมื่นบาทบ้าง บางครั้งก็สามหมื่นบาทบ้าง ซึ่งโดยรวมแล้วเขาโอนเงินให้ฝ่ายหญิงไปทั้งสิ้นรวมแปดหมื่นกว่าบาท  โดยครั้งสุดท้ายฝ่ายหญิงมาของเงินกับนายบุญพา ประมาณสี่หมื่นบาทแต่เงินของนายบุญพาไม่มีแล้ว จึงให้ไปเพียงแค่ สามหมื่นบาท เหลือเอาไว้ติดธนาคารแค่ เจ็ดบาทเท่านั้น

  เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าเศรษฐกิจตอนนี้กำลังแย่ และยังมีปัญหาเรื่องของการระบาดของไวรัสอีกทำให้นายบุญพา ไม่ค่อยมีรายได้ มีแต่รายจ่ายออกจนเงินหมดธนาคาร และหลังจากให้เงินไปฝ่ายหญิงก็เริ่มตีตัวออกห่าง ซึ่งเมื่อนายบุญพาไม่มีเงินจึงเอารถไปขายได้เงินมาหกหมื่นห้าพันบาท พอฝ่ายหญิงรู้เรื่องก็กลับมาหาพร้อมกับของเงิน ในวันที่ 12 เดือนพฤษภาคม ปี 2563

ซึ่งนายบุญพาให้ไป หนึ่งหมื่นห้าพันบาท และพอได้เงินไปแล้วหญิงสาวก็โทรมาขอเลิกกับนายบุญพา ซึ่งตอน หลัง นายบุญพามารู้ว่าเธอไปเป็นแพนกับเพื่อนสนิทของนายบุญพาเอง  เมื่อรู้ดังนั้น นายบุญพาจึงได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ เพื่อเป็นการสั่งสอนไม่ให้หญิงสาวไปทำกับคนอื่นอีก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame66

พ่ออ้างไม่ได้ข่มขืนลูกสาวแท้ๆของตัวเอง

สำหรับเรื่องนี้ได้มีความสำคัญมากเพราะทางผู้ต้องหาเขาขอติดต่อของคุยกับอมรินทร์เพียงเท่านั้นเพียงเขาจะขอชี้แจงของสังคมเรื่องนี้เราจะต้องไล่เรียงกันแบบนี้ทุกคน คุณจำเรื่องที่มีหนูน้อยคนหนึ่งได้เขียนจดหมายเข้าไปในมูลนิธิเกี่ยวกับเด็กแล้วน้อยเขาก็ได้บอกว่าโดนพ่อข่มขืนตั้งแต่น้องอายุ11ถึงอายุ18และถ้ามันจริงก็ถือว่ามันได้เป็นเรื่องที่แปลกมากบอกพ่อให้กินยาคุมบอกให้หนูทำแท้งเห็นบอกว่าประมาณ7-8ครั้ง

และยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากว่าคุณจำได้คือตัวเด็กนั้นก็ได้บอกว่าเวลาที่หนูแท้งเสร็จแล้วพ่อเอาลูกของหนูใส่สายศิลป์เหมือนกับว่าจะสะกดวิญญาณเด็ก หลังจากที่ได้เกิดเหตุการณ์นี้ทางด้านของคุณย่าหรือว่าแม่ของผู็ต้องหาคือคุณอภิชาติได้เปิดใจกับอมรินทร์ได้บอกว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่มันได้เกิดขึ้นไม่เป็นความจริงนายอภิชายนั้นเขาไม่ได้ข่มขืนลูกในไส้แท้ๆและมีเพจของสภาพเด็กที่ได้พันสายศิลป์เพราะว่าทางฝั่งเด็กเองเขาก็ได้บอกว่าเวลาที่เธอนั้นคลองออกมาเสร็จ

ก็จะเอาสายสิญจน์มาพันให้รอบตัวเหมือนกับว่าจะสะกดวิญญาณ วันนี้ที่ สภ.เมืองลำพูนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการคุมตัวคุณอภิชาติผู้เป็นพ่อของน้องเอไปส่งฟ้องศาลแต่ที่ว่ามันน่าสนใจนี้มันก็คือทางคุณอภิชาติได้มีการขออณุญาติคุยโทรศัพท์กับทางอมรินทร์เพื่อที่กำลังจะบอกความจริงว่าผมมีหลักฐานผมไม่ใช่คนที่เลวข่มขืนลูกตั้งแต่อายุ11-18

เพราะว่ามันได้มีบางจังหวะในบางช่วงบางตอนประเด็นก็คือว่ามันได้มีช่วงหนึ่งที่เขาได้ไปติดคุกแล้วจากนั้นได้ออกมาเสร็จก็บอกว่าเข้ามาย่ำยีน้องอีก วันนี้คุณอภิชาติก็ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์บอกเลยว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นผมขอยืนยันว่าผมไม่ได้ลงมือข่มขืนลูกแต่สิ่งหนึ่งที่ผมยอมรับเลยก็คือว่าผมมีการทำแท้งยืนยันว่าช่วยลูกทำแท้งไป1ครั้งแต่ว่าตัวเองไม่ใช่พ่อของเด็กที่อยู่ในท้องลูก

วันนี้เปิดใจเอาเป็นประเด็นก่อนเรื่องแรก น้องเอได้มีแฟนลูกสาวต้องการอิสระแล้วพ่อก็เหมือนกับว่าเป็นห่วงก็ชอบโทรศัพท์มานัดไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชายตัวเองก็เลยได้ว่าเขาเพราะว่ามันจะเกิดเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นจนสุดท้ายลูกสาวก็ได้ไปคุยกับเพื่อนว่าเดี๋ยวก่อนเดี๋ยวจะออกไปมมีแฟนให้ได้แต่ต้องแจ้งจับพ่อก่อนและเพื่อนขอลูกก็ได้เข้ามาบอกว่า น้องเอ นั้นได้พูดแบบนี้ ประเด็นก็คือลูกจะแจ้งจับพ่อเพื่อที่ลูกสาวตนนั้นจะไปมีแฟนเพราะว่าพ่อไม่อยากให้ลูกนั้นมีแฟน

 

สนับสนุนโดย  bk8 ฝากเงิน

โจ๋วัย 17 ปีอาการสาหัส เมื่อแฟนใหม่ของแฟนเก่าลากไปรุมทำร้ายและข่มขืน

           เป็นเรื่องเล่ามาจากเว็บไซต์ของ The Sun โดยมีการเล่าเรื่องเมื่อวันที่ 12 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ซึ่งเรื่องเล่านี้เป็นข่าวของชายหนุ่มคนหนึ่งอายุ 17 ปีซึ่งเขาเป็นคนประเทศยูเครนสำหรับเรื่องเรื่องนั้นเกิดมาจากว่า เขาเคยมีแฟนเก่าอยู่คนนึงชื่อว่า anjelica อายุ 18 ปีคบกันได้สักพักหนึ่งก็เลิกรากันไปแต่ทั้งคู่ก็ยังคงสถานะเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่และเมื่อมาเจอกันใหม่อีกครั้งหนึ่งในวันที่ 4 เดือนพฤษภาคมพศ2563

ทั้งตัวเขาเองและ Angelina รวมถึงยังมีเพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆอีกหลายคนได้ไปเดินเล่นกันเพราะว่ามาเจอกันหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานแต่ปรากฏว่าแฟนเก่าของแองเจลิน่ามาเห็นเข้าซึ่งเขาเกิดอารมณ์หึงหวงจึงไปตามเพื่อนให้มาช่วยสั่งสอนชายวัยรุ่นอายุ 17 ปีโดยเขานำเพื่อนมาด้วยกัน 2 คนชื่อว่า wt และเวลาดีทั้งสองคนนั้นได้มีการนำตัวชายวัย 17 ปี

และเจอหน้าไปที่บ้านร้างแห่งหนึ่งหลังจากนั้นเขาก็ทำร้ายชายวัยรุ่นอย่างแสนสาหัสไม่ว่าจะเป็นการพบตีบ่อยรวมถึงเขายังเอาเหล้าวอสการ์กรอกปากไทยวัย 17 ปีอีกด้วยซึ่งขนาดนั้น Angelina ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยแต่เธอถูกมัดไว้โดยทั้ง distri และวลาดีมีร์ต้องการที่จะให้เธอน่าเห็นขั้นตอนที่พวกเขารุมทำร้ายชายวัย 17 ปีและสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อทั้งดำและพากันใช้ด้ามพลั่วข่มขืนชายวัย 17 ปีอีกทั้งยังเอามีดกรีดตามตัวชายวัย 17 ปีอีกด้วย

ซึ่งขณะที่มีการทำร้ายชายวัย 17 ปีนั้นเขาก็ได้มีการถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ในขณะเดียวกันใน Garena ก็ดิ้นหลุดพอดีจึงได้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือพร้อมกับวิ่งหนีชายทั้งสองคนทำให้ทั้งในและต่างตกใจพากันวิ่งหนี 1 สามารถทำให้เดือนหน้าสามารถไปตามคนมาช่วยได้หลังจากนั้นถ่ายมา 7 ปีที่ชื่อว่า  เวียเชสสลาฟเขาก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีเพราะเขาได้รับบาดเจ็บอย่างแสนสาหัสไม่ว่าจะเป็นหัวแตกที่โครงหักจมูกหักหรือแม้แต่ด้านภายในร่างกายก็มีเลือดออกจากอวัยวะภายในเต็มไปหมด

เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้แม่ของ เวียเชสสลาฟไม่พอใจเป็นอย่างมากจึงได้นำเรื่องราวเหล่านี้มาเผยแพร่ให้กับผู้สื่อข่าวเพื่อให้มีการกระจายข่าวและติดตามหาตัวคนที่ทำร้ายลูกชายของเธอเพราะเธอบอกว่าเมื่อเธอนำเรื่องราวดังกล่าวไปแจ้งความที่สถานีตำรวจตำรวจทำงานล่าช้าเหมือนจะไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยและเธอกลัวว่าคนที่ก่อเรื่องทำร้ายลูกชายเธอจะหนีไปได้อย่างไรก็ดีในที่สุดแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับตัวคนร้ายทั้งสองคนมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้โดยพวกเขาถูกตัดสินให้มีความผิดจำคุกนาน 12 ปีหากมีการทำร้ายเวียเชสสลาฟจริง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 info

ตำรวจ 191ตามจับกุุมหญิงสาวที่อ้างว่าเป็นพยาบาล

 

ตำรวจ 191  ตามจับกุุมหญิงสาวที่อ้างว่าเป็นพยาบาลก่อนย่องมาขโมยของแม่ของนายตำรวจ

              กรณีที่ศาลอาญาตลิ่งชันได้มีการประกาศออกมาเป็นความผิดของนางสาวเบญจมาศอายุ 47 ปีเกี่ยวกับที่เธอนั้นได้มีการก่อเหตุทรัพย์สินของเจ้านายของตนเองในตอนกลางคืนซึ่งนางสาวเบญจมาศนั้นเป็นคนจังหวัดสระบุรีแต่ได้มาก่อเหตุลักทรัพย์ ของคนอื่นที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นมีทางนายตำรวจคนหนึ่งได้มีการเข้าไปแจ้งข้อหากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองนั้นถูกขโมยทรัพย์สินซึ่งได้มีการเล่าเรื่องราวให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าเนื่องจากว่า แม่ของนายตำรวจท่านนั้น

ไม่สบายจำเป็นต้องเข้าไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทางนายตำรวจท่านนั้นจึงได้หาคนมาเฝ้าแม่ในช่วงเวลากลางคืนเนื่องจากตนเองนั้นต้องทำงานโดยนายตำรวจได้มีการเข้าไปหาข้อมูลคนเฝ้าไข้จาก Facebook ซึ่งเธอได้มีการลงเพจเกี่ยวกับการรับจ้างดูแลคนป่วยเด็กและคนชราโดยเธอมีการระบุเอาไว้ว่าเธอเป็นพยาบาลและรับเฝ้าไข้ตามโรงพยาบาลต่างๆด้วยซึ่งมีผู้หลงเชื่อเธอจำนวนหลายรายที่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับเธอเอาไว้ไม่ใช่แค่เพียงนายตำรวจคนนี้เท่านั้นโดยเธอจะอาศัยช่วงที่เวลากลางคืนในการไปนอนเฝ้าไข้คนป่วยหลังจากนั้น

เมื่อคนป่วยนอนหลับเธอก็จะมีการลักขโมยทรัพย์สินของคนป่วยและก็หนีหายไปสำหรับนายตำรวจนั้นได้มีการเล่าเรื่องราวของตนเองว่าได้มีการสร้างให้นางสาวเบญจมาศนั้นไปเฝ้าไข้แม่ของเขาโดยมีการให้ค่าจ้างวันละประมาณ 500 บาทถึง 1,000 บาทซึ่งจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่านางสาวเบญจมาศนั้น

มักจะมีการเปิดรับสมัครการไปเฝ้าไข้โดยจะเน้นเป็นการเฝ้าไข้คนป่วยสูงอายุซะส่วนใหญ่และหลังจากที่มีการเข้าไปใกล้เหยื่อได้แล้วก็จะมีการขโมยทรัพย์สินในช่วงที่เหลือนอนหลับซึ่งในช่วงแรกๆนางสาวเบญจมาศจะพยายามทำให้เหยื่อตายใจและไม่ระแวงในตัวเองหลังจากนั้นก็จะมีการขโมยทรัพย์สินทยอยขโมยไปเรื่อยๆโดยมีการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่นางสาวเบญจมาศขโมยไปนั้น

จะนำไปขายแล้วจะนำเงินไปใช้ในการเปย์ ผู้ชายและนางสาวเบญจมาศเองก็เป็นคนที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยมากด้วยซึ่งประวัติแจ้งการจับกุมของนางสาวเบญจมาศนั้นมีหลายสนใจเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็น สน.โชคชัย หรือแม้แต่ สน.ปทุมวันก็ตามทางก็มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวเบญจมาศเอาไว้โดยมีการขโมยทั้งเงินสดทีวีรวมถึงสิ่งของอื่นๆเป็นจำนวนมากดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 จึงได้มีการประสานงานติดตามหาตัวนางสาวเบญจมาศทรงพบและนำนางสาวเบญจมาศมาดำเนินคดีที่ สน.บางพลัด

 

 

สนับสนุนโดย  bk8 casino

การทำอนาจารเด็กบนโรงพัก

ตำรวจยอมรับแล้ว เรื่องการทำอนาจารเด็กบนโรงพัก อ้างทำไปเพราะเมา

                   จากกรณีที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเรื่องเด็กสาววัย 14 ปีและ 16 ปี 2 คนพี่น้องถูกจับให้เสียค่าปรับเรื่องไม่ใส่หมวกกันน็อคโดยต้องมาเสียค่าปรับที่โรงพักซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงที่สถานีตำรวจนั้นพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่คนเดียวเนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันหยุดเด็กหญิงทั้งสองคนจึงได้ขึ้นไปบนโรงพักและสอบถามถึงวิธีการเสียค่าปรับโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บอกว่า

วันนี้เป็นวันหยุดไม่สามารถเสียค่าปรับได้แต่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวก็เดินมาโอบเอวหญิงสาววัย 16 ปีและ 14 ปีพร้อมทั้งบอกว่าจะพาขึ้นไปข้างบนเพื่อจ่ายค่าปรับเมื่อเด็กหญิงทั้งสองคนเดินตามขึ้นไปตำรวจคนดังกล่าวได้พาไปในห้องพักของตำรวจแล้วทำการลวนลามด้วยการขอจับหน้าอกและอวัยวะเพศของเด็กหญิงทั้งสองคนสร้างความตกใจให้กับเด็กหญิงทั้งสองคนเป็นอย่างมากโดยเธอทั้งสองคนช่วยกันผลักนายตำรวจคนนั้นออกและวิ่งหนีออกมาได้

หลังจากนั้นจึงได้ไปฟ้องยายซึ่งเป็นเหตุให้ยายพาหลานสาวทั้งสองคนมาแจ้งความดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งหลังจากที่มีการแจ้งความจนเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตแล้วทางด้านผู้คับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจในนั้นได้มีการรับเรื่องไว้เพื่อมีการตรวจสอบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ก่อเหตุดังกล่าว

ก็ออกมายอมรับสารภาพเรียบร้อยแล้วว่าเป็นผู้ลงมือกระทำอนาจารเด็กสาวทั้งสองคนจริงๆเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ได้มีเจตนาที่จะทำแต่ทำไปเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เนื่องจากตอนนั้นมีอาการเมาสุราและทำไปโดยที่ตนเองไม่รู้ตัวซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการขอโทษเด็กสาวทั้งสองคนเรียบร้อยแล้วส่วนเด็กสาวทั้งสองคนนั้นตอนนี้ก็สภาพจิตใจดีขึ้นมากแล้วและทางด้านยาของเด็กสาวทั้งสองคนรวมถึงทั้งตัวเด็กสาวเองนั้นก็ได้มีการออกมาบอกว่าหากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือว่าตนเองทำผิดและมาขอโทษก็พร้อมที่จะให้อภัยส่วนเรื่องของการดำเนินคดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะมีการส่งความผิดกันยังไง

และมีกระบวนการภายในกันยังไงโดยที่ทางย่าและเด็กสาวทั้งสองคนจะไม่ได้มาเรียกร้องอะไรกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ก่อเหตุอีกเบื้องต้นที่มีข่าวออกมาในครั้งแรกนั้นได้มีคำสั่งให้ย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ก่อเหตุดังกล่าวออกนอกพื้นที่ก่อนเพื่อเป็นการให้ความเป็นธรรมกับเด็กสาวทั้งสองคนและป้องกันการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านนั้นข่มขู่

ซึ่งภายหลังจากที่มีการรับเรื่องไว้ก็มีการตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมจากกล้องวงจรปิดต่างๆที่มีการปิดไว้ในโรงพักจึงทำให้มีพยานหลักฐานที่แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวกระทำความผิดจริง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

เด็กปั๊มแชร์ต่อลุงแท็กซี่ได้เงิน 8 ล้านออกรถใหม่ป้ายแดง 

             จากกรณีที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้เรื่องชายวัย 72 ปีที่ขับรถแท็กซี่แล้วไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าเช่ารถและยังได้มีการเล่าเรื่องราวชีวิตส่วนตัวที่แสนอาภัพและน่าเห็นใจให้กับคนในโลกโซเชียลฟังซึ่งทำให้หลังจากที่มีเรื่องราวของชายวัย 72 ปีที่ขับรถแท็กซี่มีการแชร์กันออกไปทำให้ภายในคืนเดียวนั้นมีคนกระหน่ำโอนเงินเข้ามาช่วยเหลือชายวัย 72 ปีกันอย่างมาก

ซึ่งทำให้มียอดเงินช่วยเหลือเข้ามาถึง 8 ล้านบาทหลังจากนั้นก็มีนักข่าวไปขอสัมภาษณ์มากมายซึ่งชายวัย 72 ปียังให้ข้อมูลว่าจะมีการนำเงินไปช่วยเหลือตำบลชนิดต่างๆและนำไปสร้างบ้านอีกทั้งยังเคยให้ข้อมูลว่าตัวเขาเองนั้นอยู่คนเดียวไม่มีใครคอยดูแลหลังจากนั้นเมื่อไม่นานประมาณวันที่ 12 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ก็มีเจ้าของอู่แท็กซี่ซึ่งเป็นอู่เดิมที่ชายวัย 72 ปีเคยไปเช่ารถเสื้อขับแท็กซี่ได้ออกมาแฉลุงวัย 72 ปี

คนดังกล่าวเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลที่เคยออกสื่อว่าไม่มีใครดูแลนั้นแท้ที่จริงแล้วเขามีรูปชายและลูกสาวคอยดูแลเลี้ยงดูซึ่งลูกทั้งสองคนก็มีงานทำปกติอีกครั้งบ้านที่บอกว่าไม่มีนั้นก็เป็นบ้านของภรรยาเก่าเขาดึงข้อมูลที่เขาเคยให้ตามสื่อนั้นไม่เป็นความจริงเลยและที่สำคัญหลังจากที่เขาได้รับเงิน 8 ล้านบาทมาแล้วเขาก็หนีหายไม่มาขับรถที่อู่อีกเลย

ซึ่งเขาได้มีการติดเงินกับเจ้าของอู่ไว้เป็นจำนวนเงิน 1,400 กว่าบาทและเงินจากลูกชายที่เขาติดเจ้าของอู่ไว้อีกหมื่น 3 พันกว่าบาทซึ่งเขาเคยทวงไปแล้วแต่ทั้งลุงวัย 72 ปีและลูกชายต่างก็ไม่ยอมนำเงินมาใช้หนี้พากันหนีหายไปจนติดต่อไม่ได้ซึ่งข่าวเรื่องนี้ยังไม่ทันป๋าลงก็มีข้อมูลจากทางโลกออนไลน์ได้มีการออกมาแฉ

เพิ่มเติมอีกว่าลุงขับรถแท็กซี่นั้นได้มีการไปออกรถแท็กซี่กันใหม่ป้ายแดงแล้วก็มีเด็กปั๊มน้ำมันเคยเห็นว่ามีการขับรถใหม่มาเติมน้ำมันที่ปั๊มซึ่งตั้งแต่ได้เงิน 8 ล้านบาทไปนั้นการแต่งกายของลุงแท็กซี่ก็มีการแต่งกายดูดีขึ้นโดยเด็กปั๊มยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันกับลุงที่เคยร้องไห้ผ่านสื่อที่ได้เงิน 8 ล้านบาทภายในคืนเดียวเพราะว่าจำรูปพรรณสัณฐานได้

เนื่องจากว่าโดยปกติแล้วลุงคนนี้มักจะมาเติมน้ำมันที่ปั๊มเป็นประจำซึ่งตอนนั้นรถแท็กซี่ของลุงจะเป็นรถเก่าๆและลุงก็จะแต่งตัวมอซอแต่ในตอนนี้นะลุงแต่งตัวดีขึ้นรวมทั้งมีรถป้ายแดงมาขับเรียบร้อยแล้วซึ่งแท็กซี่ใหม่ที่โรงแรมบังคับนั้นเป็นรถป้ายสีเหลืองเขียวแต่ก็ยังคงมาเติมแก๊สที่ปั๊มน้ำน้ำมันแถวบางพลีจังหวัดสมุทรปราการซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะหนีมาอยู่แถวบริเวณนี้และขับรถแท็กซี่อยู่แถวนี้

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  bk8 pantip

สาววัย 52 ปีถูกคนร้ายบุกเข้าข่มขืนกลางดึก

สาววัย 52 ปีถูกคนร้ายบุกเข้าข่มขืนกลางดึกรอดมาได้เพราะออกอุบายว่าจะไปฉี่

      เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 เมื่อหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจจังหวัดบุรีรัมย์โดยเธอร้องเรียนว่าถูกคนร้ายที่ชื่อว่านายพงศ์เทพได้เข้ามาจะข่มขืนกระทำชำเราจนเองในช่วงประมาณกลางดึกของคืนวันที่ 8 นั่นเองโดยเธอเล่าว่าเธออยู่บ้านคนเดียวเนื่องจากว่าลูกสาวของเธอนั้น

ไปทำงานอยู่ที่อื่นส่วนสามีของเธอก็ทำงานอยู่ที่ต่างประเทศโดยปกติแล้วทุกคนจะรู้ว่าเธอพักอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวนั้นเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นซึ่งในคืนวันเกิดเหตุนั้นเธอนอนอยู่ในห้องนอนด้านล่างตามปกติซึ่งเวลาซักประมาณเที่ยงคืนครึ่งจะรู้สึกว่ามีคนมาคร่อมอยู่บนล่างของเธอโดยชายคนดังกล่าวนั้นพยายามก้มลงจูบเธอ

และเมื่อเธอสัมผัสตัวก็พบว่าชายคนดังกล่าวได้มีการถอดเสื้อผ้าไว้เรียบร้อยแล้วเธอได้มีการต่อสู้ขัดขืนชายคนนั้นจึงได้บีบคอเธอและครูไม่ให้เธอตะโกนขอความช่วยเหลือไม่งั้นจะฆ่าให้ตายอีกทั้งยังได้มีการทำร้ายด้วยการปล่อยท้องเธออีกด้วยเมื่อเธอเห็นว่าเธอไม่สามารถสู้ได้แน่นอนเธอจึงได้บอกกับชายคนดังกล่าวว่าหากอยากจะมีอะไรด้วยก็ให้นอนรอไปก่อนเธอขอไปเข้าห้องน้ำเพื่อไปทำกับฉี่ในห้องน้ำสักพักนึงซึ่งชายคนดังกล่าวก็ยอมปล่อยตัวเธอ

โดยเธอสามารถเห็นหน้าชายคนนั้นได้ด้วยการนำโทรศัพท์มือถือไปส่องที่หน้าพบว่าเป็นนายพงศ์เทพซึ่งเป็นคนที่พึ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำเมื่อไม่นานมานี้เองและเป็นคนที่อยู่หมู่บ้านใกล้กันกันกับเธอแต่เธอเองไม่ได้สนิทสนมกับชายคนดังกล่าวมากนักโดยก่อนที่เธอจะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำเพื่อออก ไปฉี่นั้น

นายพงษ์เทพได้เดินมาทางด้านหลังและกอดเธอพร้อมกับบอกว่าเขาแอบหลงรักเธอมานานซึ่งเมื่อเธอเดินออกมาจากนายพงศ์เทพได้เธอก็รีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านทันทีพร้อมตะโกนให้คนมาช่วยเธอทำให้นายพงศ์เทพตกใจหลังจากนั้นก็ได้หนีไปสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เธอเก่าอีกว่าเธอคงไม่กล้ากลับมานอนที่บ้าน

เพราะกลัวว่านายพงษ์เทพจะกลับมาทำร้ายเธออีกคงต้องรอจนกว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมตัวนายพงศ์เทพได้ส่วนทางด้านครอบครัวของนายพงศ์เทพนั้นนักข่าวได้ลงไปพบเจอกับน้าของนายพงษ์เทพ

โดยน้าของนายพรเทพยืนยันว่าหลานเป็นคนดีไม่คิดว่าหลานจะมาก่อเหตุแบบนี้ถ้าหากหลานก่อเหตุจริงก็ขอโทษผู้เสียหายด้วยซึ่งเคยอยากจะให้หลานเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเธอมีการบอกกับนักข่าวว่าเธอเพิ่งได้ข่าวมาว่าหลานของเธอนั้นไปก่อเหตุจะข่มขืนคนในหมู่บ้านข้างเคียงแต่เธอยังไม่พบกับหลานของเธอเลยจึงไม่ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็นมาอย่างไร

 

สนับสนุนโดย  bk8 thai

ใจสลาย ลูกชายวัย 1 ขวบดับคาที่ใต้ท้องรถกระบะของพ่อ

         เหตุการณ์ที่เศร้าสลดใจในครั้งนี้เกิดขึ้นในครอบครัวหนึ่งที่มีอยู่ด้วยกัน 4 คนพ่อแม่ลูกโดยลูกชายคนโตอายุ 5 ขวบและคนเล็กอายุ 1 ขวบ 2 เดือนซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 8 เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2563  โดยเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าซึ่งเป็นช่วงที่พ่อกับแม่กำลังดูแลลูกๆให้กินอาหารเช้าซึ่งรบกวนข้าวลูกทั้งสองคนเสร็จเรียบร้อยแล้วแม่เองก็ได้เดินเข้าไปในหลังบ้านเพื่อไปทำการล้างจานส่วนผู้เป็นพ่อนั้นได้เดินออกไปหน้าบ้านเพื่อที่จะนำเงินไปเข้าธนาคาร

โดยที่ทั้งสองคนไม่มีใครดูเลยว่าลูกชายทั้งสองคนของเขาเล่นอยู่ตรงบริเวณไหนโดยในขณะที่แม่ล้างจานอยู่นั้นลูกชายคนโตก็วิ่งเข้ามาบอกแม่ว่าพ่อถอยรถมาทับน้องไปทางแม่จึงได้วิ่งออกไปดูลูกก็เห็นร่างลูกชายวัย 1 ขวบ 2 เดือนอยู่ใต้ล้อรถกระบะของสามีเรียบร้อยแล้วโดยสามีเองได้บอกกับพญาว่าตอนที่ขึ้นรถมาไม่เห็นว่าลูกเดินตามมาพอจะถอยรถเพื่อออกตัวก็พบว่าตนเองถอยรถมาทับลูกตายเสียแล้วซึ่งผู้เล่นนำร่างของลูกชายไปส่งที่โรงพยาบาลแต่คุณหมอไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้โดยคุณหมอบอกว่าเด็กชายเสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาลแล้ว

ซึ่งคาดการณ์กันว่าเด็กน่าจะเสียชีวิตตั้งแต่ตอนถูกทับครั้งแรกแล้วซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้สองสามีภรรยาได้มีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงมาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุและมีการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่อยู่บริเวณใกล้ชิดของสองสามีภรรยาดังกล่าวและกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อที่จะได้สามารถเอาผิดสามีที่ขับรถโดยประมาทอีกด้วย

      เหตุการณ์เศร้าสลดแบบนี้มีเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งที่พ่อหรือแม่มักจะปล่อยปละละเลยลูกให้เล่นอยู่คนเดียวแล้วจะออกไปทำธุระข้างนอกโดยที่ลืมไปว่าลูกอยู่ตรงบริเวณไหนจึงเป็นสาเหตุให้หลายครอบครัวต้องสูญเสียลูกของตนเองไปจากความประมาทเลินเล่อในการถอยรถซึ่งเป็นที่มาของการแนะนำวิธีการจอดรถว่าหากเราจะจอดรถภายในบริเวณบ้านของเรานั้น

เราควรจะถอยหลังจอดแล้วหันหน้ารถออกไปนอกบ้านเพื่อที่เวลาเราจะออกไปนอกบ้านในช่วงเช้าหรือช่วงเวลาไหนก็แล้วแต่เราจะได้ไม่ต้องถอยรถออกไปเมื่อเด็กมาอยู่ด้านหลังของตัวรถเราจะได้เห็นได้ทันทีเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการถอยรถทับเด็กและที่สำคัญไม่ควรให้เด็กอยู่ห่างสายตายิ่งในเด็กที่กำลังเล็กอย่างอายุ 1 ขวบถึง 5 ขวบด้วยแล้วเด็กเหล่านี้มักจะซุกซนและมักจะติดตามพ่อแม่อยู่เสมอดังนั้นก่อนที่จะออกรถควรเช็คให้เรียบร้อยก่อนว่าลูกมีการเดินตามหลังมาหรือไม่เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเหมือนกับกรณีของสามีภรรยาคู่นี้อีก

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 ดีไหม