Latest Posts

คนขายเฉาก๊วยถูกคนโกงเงินเยียวยา 5000 บาท

คนขายเฉาก๊วยถูกคนโกงเงินเยียวยา 5000 บาทคนสงสารแห่โอนเงินช่วยเหลือ

       ก่อนหน้านี้มีการพาดหัวข่าวเกี่ยวกับเรื่องของลุงคนขายเฉาก๊วยที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวานนี้นะคะจะได้มีการนำเสนอข่าวไปว่าถูกวัยรุ่นชายคนหนึ่งโกงเงินค่าเยียวยาโควิด  5,000 บาทไป โดยคุณลุงได้บอกว่าเด็กเป็นคนอาสาพาไปช่วยกดเงินให้เพราะตนเองทำไม่เป็นไรเมื่อเด็กกดเงินมาให้แล้วเด็กก็นำมาให้ 1,000 บาท

โดยเด็กวัยรุ่นคนดังกล่าวได้บอกกับลุงขายเฉาก๊วยว่ารัฐบาลไม่มีการแจกเงินเยียวยามาให้แล้วแต่เอามาให้แค่เพียง 1000 บาทเท่านั้นซึ่งลุงขายเฉาก๊วยก็ดีใจมากที่ได้รับเงินช่วยเหลือโดยไม่รู้เลยว่าเงินที่เหลืออีก 4000 บาทนั้น

วัยรุ่นชายคนดังกล่าวได้มีการเอาไปแล้ว ซึ่งมารู้ความจริงว่าตัวเองถูกวัยรุ่นชายคนดังกล่าวหรอกและรัฐบาลจ่ายเป็นเงิน 5,000 บาทนั้นก็เพราะว่ามีแม่ค้าเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของเงินเยียวยา 5,000 บาท

ซึ่งลงก็บอกไปว่าได้รับเรียบร้อยแล้วโดยได้รับมา 1,000 บาทแม่ค้าจึงบอกว่ารัฐบาลจ่ายอยู่ที่ 5,000 บาททำให้ลุงทราบว่าตนเองโดนวัยรุ่นคนดังกล่าวโกงเงินไปจึงได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ซึ่งจะแจ้งความได้ไม่นานเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาวัยรุ่นชายคนดังกล่าวก็ได้เข้าไปมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เนื่องจากว่ามีกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพวัยรุ่นไทยคนดังกล่าวได้อย่างชัดเจนว่ามีการนำเงินของลุงขายเฉาก๊วยไป หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมวัยรุ่นชายคนดังกล่าวได้วัยรุ่นคนนั้นก็ได้มีการติดต่อกับคุณลุงขายเฉาก๊วยว่าจะขอคืนเงินให้เดือนละ 1,000 บาทพร้อมทั้งขอโทษโดยเขาบอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขาต้องการนำเงินดังกล่าวไปทำการซ่อมรถและนำไปใช้หนี้ให้กับแม่ของเขา ซึ่งสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องนำเงินทั้งหมดมาจ่ายให้ลุงและไหว้ขอโทษลุง

โดยลุงขอยอดทั้งหมดคืนโดยที่ไม่ขอเป็นการแบ่งชำระและเมื่อเรื่องราวนี้เผยแพร่ออกไปก็มีคนเห็นใจลงเป็นจำนวนมากจึงได้มีการโอนเงินเข้ามาช่วยเหลือลุงฉ๋วยก๊วยเป็นจำนวนมากซึ่งมีตั้งแต่หลักสิบหลักร้อยแล้วก็หลักพันโดยล่าสุดที่มีการปรับสมุดบัญชีก็พบว่ามีเงินเข้ามาเป็นจำนวนหลักแสนบาทเลยทีเดียว

หลังจากที่ลงเฉาก๊วยได้เงินมาเป็นหลักแสนลงก็กลัวว่าในอนาคตอาจจะมีคนมาหลอกให้ลงไปกดโอนเงินให้ดังนั้นทางลุงเฉาก๊วยจึงได้ให้นักข่าวเป็นพยานโดยวงเฉาก๊วยที่มีการนำกรรไกรมาตัดบัตร ATM ของตนซึ่งหลังจากนี้หากจะต้องการใช้เงินลุงเฉาก๊วยบอกว่าจะไปเบิกเงินเองที่ธนาคารเท่านั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้า bk8

ชาวบ้านชวนกันฆ่าตัวตาย เพราะเครียดจากพิษโควิด-19

             อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้ประชาชนทุกคนต่างก็ได้รับความเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมากเพราะหลายคนมีอาชีพค้าขายก็ไม่สามารถออกไปขายของได้เพราะสถานการณ์โควิด-19 

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นการร้องเรียนมาที่สำนักงานขาวเลยชาวบ้านคนหนึ่งที่จังหวัดชลบุรีซึ่งเมื่อนักข่าวลงไปในพื้นที่เกี่ยวกับครอบครัวที่มีการร้องเรียนเข้ามา เมื่อไปถึงบ้านของคนที่ร้องเรียนและข่าวก็เห็นสภาพของบ้านของคนดังกล่าวว่าอยู่อาศัยด้วยการทำเพลิงอยู่มีสังกะสีเก่าๆและมีผ้าใบกั้นซึ่งบ้านหลังดังกล่าวมีกันอยู่ 3 คนซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมดโดยมีคนชราอยู่ 1 คน เมื่อนักข่าวได้สอบถามคนที่ร้องเรียนชื่อว่าคุณนวลศรีว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเธอก็ให้ข้อมูลกับนักข่าวว่าเธอต้องการความช่วยเหลือเนื่องจากว่าครอบครัวของเธอมีฐานะยากจน

โดยปกติแล้วเธอมีอาชีพขายส้มตำและไส้กรอกซึ่งเธอจะมีรถพ่วงข้างนำไปขายที่ตลาดอยู่เป็นประจำทุกวันโดยเธอจะมีเงินหมุนเวียนอยู่ที่ 4,000 บาทโดยเงินจำนวนดังกล่าวนี้เธอก็ไปกู้หนี้ยืมสินคนอื่นมาแต่หลังจากที่มีปัญหาเรื่องของไวรัส โควิด-19 ทำให้เธอไม่สามารถออกไปขายของได้ดังนั้นเธอจึงต้องอยู่บ้านและของที่เคยซื้อมาเพื่อจะนำไปทำส้มตำขายนั้นเธอก็เอามาทำกับข้าวกินบางอย่างก็เสียเน่าเปื่อยทิ้งก็ทิ้งไปตอนนี้ตัวเธอเองและพี่สาวไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท

ซึ่งในขณะที่นักข่าวสัมภาษณ์เธอก็ได้มีการเปิดหม้อข้าวให้นักข่าวดูว่าข้าวสารเธอไม่มีแล้วหม้อหุงข้าวของเธอก็ไม่มีข้าวสวยอยู่เลย ซึ่งเธอบอกว่าตอนนี้ชีวิตของเธอลำบากมาก ตอนนี้เจ้าหนี้นอกระบบมากวนทวงเงินเธอกับพี่สาวทุกวัน ซึ่งเธอบอกว่าเธอกับพี่สาวร้องไห้กันทุกวันเธอคิดมากไม่รู้จะหาเงินไปจากไหนไม่รู้จะประกอบอาชีพอะไร

เพราะไม่มีต้นทุนในการทำธุรกิจอีกแล้วซึ่งเธอกับพี่สาวยังคุยกันว่าจะชวนกันไปผูกคอตายแถวๆบ้านนี่แหละ

แต่เนื่องจากว่าพี่สาวของเธอไม่กล้าที่จะผูกคอตายแต่อยากไปโดดน้ำตายที่แม่น้ำบางปะกงแต่ก็ไปไม่ได้เพราะว่าไม่มีเงินค่ารถและอีกอย่างพวกเธอก็คิดได้ว่าหากว่าเธอตายไปแล้วแม่ที่ชราภาพของเธอจะอยู่ยังไงจะมีใครดูแลดังนั้นพวกเธอเลยไม่สามารถฆ่าตัวตายได้

แต่พวกเธอก็เริ่มดีใจขึ้นว่าเริ่มมีข่าวว่ามีคนเริ่มให้การช่วยเหลือคนที่มีฐานะยากจนเธอไม่รู้จะทำยังไงก็เลยส่งข้อมูลร้องเรียนมาถึงนักข่าวว่าให้เข้ามาช่วยเหลือเธอหน่อยเธอต้องการที่อยู่อาศัยที่สามารถเปิดร้านขายของที่หน้าบ้านได้เธอจะได้ประกอบอาชีพเป็นของตนเองและมีรายได้มาช่วยเหลือตัวเองว่าตอนนี้บ้านที่อยู่อาศัยของเธอมันเป็นแค่ชุมชนแออัดทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบกันทั้งนั้นจึงไม่มีใครที่จะสามารถมีเงินมาซื้อของได้

แม่ค้าตลาดสดนครนายกบุกตบกัน

    ตลาดสดจังหวัดนครนายกได้เกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้นซึ่งจากการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าผู้ที่ก่อเหตุทั้ง 2 ฝั่งนั้นเป็นญาติพี่น้องกันแต่มีเรื่องบาดหมางกันมาสักพักแล้วโดยส่วนมากมักจะชอบตะโกนด่าทอกันซึ่งฝั่งนึงเป็นแม่ค้าขายกล้วยทอดอยู่ที่ตลาดสดอีกฝั่งหนึ่งก็มักจะเดินทางมาซื้อของที่ตลาดแห่งนี้เป็นประจำ

ซึ่งเหตุการณ์ในวันดังกล่าวทั้งสองฝั่งน่าจะมีเรื่องกันมาก่อนโดยชาวบ้านก็ไม่แน่ใจว่าสาเหตุที่ทะเลาะกันนั้นเกิดจากอะไรแต่เหมือนกับฝั่งทางญาติเดินทางมาที่ตลาดแล้วก็บุกเข้ามาต่อว่าแม่ค้ากล้วยทอดจึงทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้นแล้วก็มีคนถ่ายคลิปไปโพสต์ลง Facebook จนเป็นข่าวใหญ่โตซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเป็นผู้เดินทางมาระงับเหตุและถ้าทั้งสองฝั่งไปสงบสติอารมณ์โดยทั้งสองปั่นถูกพาไปที่โรงพักและแจ้งความดำเนินคดีต้องเสียค่าปรับทั้งคู่  

    สำหรับเรื่องราวในครั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวได้ลงไปสอบถามแม่ค้าขายกล้วยทอดที่ตลาดสดจังหวัดนครนายกซึ่งเธอให้ข้อมูลว่าเธอชื่อเจ๊เปิ้ลเป็นลูกพี่ลูกน้องกับอีกฝั่งหนึ่งชื่อว่าเจ๊ทิพย์ก่อนหน้านั้นประมาณ 1 ปีทั้งคู่สนิทกันดีจังเจ๊เปิ้ลจึงได้ชวนเจ๊ทิพย์มาปลูกบ้านอยู่ใกล้ๆกันโดยเจ้เปิ้ลเป็นผู้ช่วยดูแลเรื่องการหาคนงานก่อสร้างซื้อของเข้าบ้านให้อยู่ดีๆ 

เจ้ทิพย์ก็มากล่าวหาเจ๊เปิ้ลฝากโอนเงินค่าแรงโกงเงินค่าของที่ซื้อมาทำให้เจ้เปิ้ลกับเจ้ทิพย์ทะเลาะกันนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และในวันเกิดเหตุนั้นเจ๊เปิ้ลตนเองและสามีเปิดร้านทิ้งเอาไว้แต่เดินทางไปธุระที่อื่นเมื่อกลับมาถึงที่ร้านก็พบว่าร้านถูกพังร้านได้รับความเสียหายซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำแต่ยืนงงอยู่สักพักเจ๊ทิพย์ก็เดินเข้ามาพากันรุมทำร้ายเปิดเจ๊เปิ้ลและสามีหลังจากนั้น

ก็มีการทะเลาะวิวาทตบตีกันเกิดขึ้นตามคลิปวีดีโอที่มีการเผยแพร่กันอยู่ในขณะนี้   โดยเจ้เปิ้ลโกรธมากบอกกับนักข่าวว่าต่อไปนี้ก็จะไม่เผาผีกันแล้ว เพราะสิ่งที่เจ้ทิพย์ทำนั้นมันเกินไปเพราะมาทำลายเครื่องมือทำมาหากิน ส่วนฝั่งทางเจ้ทิพย์ก็บอกว่าตนเองถูกเจ้เปิ้ลรังแกมาตลอด ซึ่งเธอบอกว่าเจ้เปิ้ลโกงเงินเธอ

เธอจึงได้ให้เจ้เปิ้ลไม่ต้องมาช่วยทำบ้านแล้ว และหลังจากนั้นก็ทะเลาะกันมาตลอด และทางเจ้เปิ้ลก็เคยขู่อาฆาตจะทำร้ายเธอและคนในครอบครัว และทุกครั้งที่เธอไปตลาดก็ตะโกนด่าทอเธอตลอด จนเธอทนไม่ไหวทำให้เธอต้องไปเล่าให้ลูกฟัง และเมื่อลูกของเจ้ทิพย์รู้เรื่องก็เดินทางไปเคลียร์กับทางเจ้เปิ้ลโดยพวกเธอทำร้ายร้านค้าของเจ้ทิพย์ก่อน  แต่เพราะเธอทนไม่ไหวจริงๆ

แอบเล่นการพนันแม้มีการประกาศห้ามรวมตัวกันช่วงระบาดโควิด-19 

    ที่จังหวัดนนทบุรีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเข้าไปทลายแก๊งบ่อนการพนันแห่งหนึ่งซึ่งมีการเปิดให้ประชาชนเข้าไปเล่นการพนันโดยพบว่าสถานที่เล่นการพนันดังกล่าวเป็นอาคารชั้นเดียวซึ่งมี 2 ห้องโดยเป็นห้องหนึ่งสำหรับให้นักพนันเข้าไปเล่นไพ่ซึ่งมีจำนวนนักพนันเป็นจำนวนมากในห้องนี้อีกห้องนึงนั้นเป็นการพนันพวกตู้ปลา Slot Machine รวมถึงเกมต่างๆ

ซึ่งการเข้าจับกุมในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีการรวมตัวของชาวบ้านหลายคนเพื่อเข้ามาเล่นการพนันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการนำกำลังบุกเข้าไปจับกุมซึ่งก็พบนักพนันเป็นจำนวนทั้งสิ้น 114 คนโดยมีผู้ดูแลยอมรับสารภาพว่ามีการเปิดให้มีการเล่นการพนันจริงแต่ก็มีการคุยกับกลับมาที่มาเล่นการพนันว่าจะต้องมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยรวมถึงทางบ่อนพนันเองก็มีการเตรียมเจลล้างมือรวมถึงการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไว้รองรับลูกค้า

เพื่อลดความเสี่ยงที่ลูกค้าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทางผู้ดูแลบ่อนการพนันยังพูดอีกว่าที่มีการเปิดบ่อนได้นั้นเนื่องจากว่าได้รับอนุญาตจากผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งของจังหวัดนนทบุรีโดยผู้มีอิทธิพลท่านนี้ได้มีการยืนยันออกมาว่าได้มีการคุยกับคนใหญ่คนโตในพื้นที่เรียบร้อยแล้วว่าสามารถที่จะเปิดให้มีการเล่นการพนันในจังหวัดนนทบุรีได้เพียง

แต่ว่าจะต้องมีการดูแลสุขอนามัยให้เรียบร้อยโดยจะต้องให้นักพนันทุกคนล้วนใส่หน้ากากอนามัยและพ่นยาฆ่าเชื้อบ่อยๆ ในการเข้าจับกุมการพนันครั้งนี้มีผู้เล่นการพนันทั้งผู้หญิงและผู้ชายและส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนชราซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองได้มีการรวบรวมรายชื่อของคนที่เข้าไปเล่นการพนันครั้งนี้ส่งไปยังหน่วยงานที่ดูแลโครงการเราไม่ทิ้งกันเพื่อที่จะตรวจสอบรายชื่อว่ามีบุคคลใดที่มีการลงทะเบียนไว้หรือไม่เนื่องจากจะต้องทำเรื่องขอปลดออกจากโครงการทำให้นักพนันอาจจะต้องไม่ได้รับเงินค่าเยียวยาในโครงการเราไม่ทิ้งกันด้วยอีกทั้งยังต้องถูกคดีในกรณีที่มีการรวมตัวกันและมีการเล่นการพนัน

     สำหรับการเปิดบ่อนพนันนั้นมีทุกพื้นที่และทุกจังหวัดขึ้นอยู่กับว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถหาสถานที่ที่เปิดการพนันได้หรือไม่เท่านั้นเองในปัจจุบันในจังหวัดอื่นๆก็น่าจะยังมีการเปิดให้เล่นการพนันอยู่ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะต้องมีการทำงานอย่างหนักเพื่อสืบหาพื้นที่ของบ่อนการพนันเพราะสถานที่แบบนี้ก็เป็นสถานที่กลุ่มเสี่ยงที่นักพนันไปเล่นเป็นจำนวนมากและอยู่ในพื้นที่ที่แออัดทำให้เสี่ยงที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เช่นเดียวกัน 

การขัดแย้งสองเจ้าพ่อภาคตะวันออก

นอกจากนี้ยังได้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดของยุทธจักรเจ้าพ่อในภาคตะวันออกในคดีฆ่าตำรวจและผลของวิบากกรรมของ กำนั้นเป๊าะ ในส่วนของคดีจ้างวานฆ่าได้กำลังส่งผลสะท้อนให้กับกำนันเป๊าะอย่างรุนแรงอย่างที่ กำนันเป๊าะนั้นไม่เคยได้พบเจอมาก่อนและมรสุมครั้งสำคัญที่ต้องทำให้เขาต้องหนีนอกจากการเติบใหญ่ของอาณาจักรคุณปลื้มทางด้านธุรกิจ กำนันเป๊าะยังมีเส้นทางการเมืองโลดแล่นอย่างน่าสนใจปี 2511 ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน ตำบลแสนสุข ปี2526 ขยับเป็นกำนัน ตำบลแสนสุข จนกระทั่งปี2531

หลังจากยกฐานะตำบลแสนสุขกลายเป็นเทศบาล กำนันเป๊าะ จึงขยับมาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข เขาสร้างผลงานมากมายจนทำให้ชลบุรีเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษกิจ นอกจากนี้เขาคือผู้อยู่เบี้องหลัง และให้การสนับสนุนการเมืองจากภาคตะวันออกหลายพรรคหลายคน และมากกว่านั้นเขายังสร้างหายาทอยู่ในแวดวงการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ เมื่อวันที่9มีนาคม ปี 2546 กำนันประยูร สิทธิโชติ ผู้กว้างขวางอีกรายแห่งเมืองชลถูกมือปืนจ่อยิงอย่างเฮียมโหดกลางงานเลี้ยงงานแต่งงานลูกสาวเพื่อนสนิด

หลังก่อเหตุมือปืนก็ได้หลบหนีไปอย่างลอยนวลพร้อมปนปริศนาที่ว่างานนี้เขาบงการและเนื่องจากคดีนี้เป็นเหตุอุกอาจ ซึ่งได้เกิดขึ้นในพื้นที่ของผู้ที่มีอิทธิพลเจ้าหน้าที่จากกองปราบปรามกองบันชาสืบสวนกลางได้ระดมกำลังเพื่อเข้าคลี่คลายคดีหลังได้รับคำสั่งให้สืบสวนในทางลับไม่นานตำรวจชุดคลี่คลายคดีก็ได้จับกุมนายพสิษฐ์และนายธนาวุฒิ มือปืนในเครือข่ายผู้กว้างขาวงแห่งภาคตะวันอกได้แต่หลักฐานหรือคำให้การใดที่ทำให้ตำรวจเชื่อได้ว่าสองผู้ต้องหานี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้หลังสอบปากคำคำสารภาพก็ได้เผยเรื่องราวการขัดแย้งของสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งภาคบูรพาไปสู่ต้นเหตุของปมมรณะในวันที่3สิงหาคม2545 พ.ต.ท. ไชยันต์ วิชัยดิษฐ์ อดีตรองผู้กำกับการ5กองบังคับการตำรวจภูธรภาค2ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตที่ชายหาดบางแสน

ซึ่งพ.ต.ท. ไชยันต์ วิชัยดิษฐ์ ถือว่าเป็นคนสนิดมากที่สุดของ กำนันเป๊าะ ในวงการนักเลงทุกคนฝ่ายรู้ดีว่าพ.ต.ท. ไชยันต์ วิชัยดิษฐ์ถูกกลุ่มของนายประยูร สิทธิโชติหรือกำนันยูรเป็นผู้สังหารหลังเกิดเหตุกำนันยูรแอบไปหลบพักอาศัยผู้ที่มีอิทธิพลทางภาคเหนือฝ่ายรู้กำนันยูรจะต้องถูกตามล้างแค้นจากกลุ่มของพ.ต.ท. ไชยันต์ วิชัยดิษฐ์อย่างแน่นอนโดยเฉพาะหากได้รับไฟเขียวเจ้าพ่อภาคตะวันออกชีวิตของกำนันยูรก็เหมือนกับลูกไก่ในกำมือแต่กำนันยูรเองก็ไม่ใช่คนที่สิ้นไร้ไม้ต่อมีการนับเจรจาและเคลียร์ปัญหาคาใจกับเจ้าพ่อภาคตะวัออกหลายครั้งจนสามารถกลับเข้าสู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีได้

แต่แล้ว9มีนาคมที่ผ่านมาก็เกิดเหตุสองคนร้ายบุกเข้ายิงกำนันยูรกลางงานแต่งงานการสังหารกำนันยูรในครั้งนี้เองทำให้วงกรนักเลงตั้งข้อสังเกตุไว้มากมายเพราะรูปแบบการสังหารและการใช้อาวุธปืนของคนร้ายรวมทั้งการหลบหนี

ไอหนักเพราะเป็นภูมิแพ้ บริษัทกลัวเป็นโควิด -19 สั่งไล่ออกจากงาน

 มีผู้ชายคนหนึ่งได้ร้องเรียนไปทางเพจสายสืบ ออนไลน์โดยเขาได้เล่าเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเขารวมถึงระบายความในใจให้กับทางเพจฟังโดยสิ่งที่สร้างความสะเทือนใจให้กับตัวเขาเองและคนที่ได้ฟังเรื่องราวของเขาก็คือชายหนุ่มคนนี้เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ทำงานหาเลี้ยงลูกคนเดียว

โดยเขาทำงานเป็นลูกจ้างอิสระให้กับทางบริษัทแต่ปัญหาที่เข้าพบหลังจากที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Corona ก็คือผู้คนต่างพากันหวาดกลัวเชื้อไวรัสโคโรน่าและบางคนก็ถึงกับหลอนว่าหากใครมีอาการป่วยไข้นิดหน่อยก็อาจจะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ซึ่งเขาก็หนึ่งในนั้นที่เพื่อนๆต่างพากันสงสัยว่าเขาน่าจะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือไม่เนื่องจากว่าเขามีอาการไออย่างหนักขณะที่ทำงานอยู่แต่ที่จริงแล้วสาเหตุที่เขาอายนั้นเพียงเพราะว่าเขาเป็นโรคภูมิแพ้

และที่ทำงานก็มีฝุ่นเยอะแต่เพื่อความสบายใจของเพื่อนร่วมงานและทางบริษัทเขาลงทุนไปตรวจที่โรงพยาบาลโดยนำผลตรวจมาให้ทางบริษัทดู  ซึ่งผลตรวจก็ระบุออกมาแล้วว่าตัวเขาเองนั้นสวยแค่เพียงเป็นโรคหลอดลมอักเสบเท่านั้นและยังทำการเช็คปอดซึ่งก่อนของเขาก็ยังปกติดีอยู่และเพื่อความสบายใจของเพื่อนร่วมงานและทางบริษัทเขายอมเสียเงินถึง 8200 บาทเพื่อทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าในร่างกายและผลสรุปออกมาว่า

เขาไม่มีเชื้อดังกล่าวแต่เมื่อเขาเอกสารทั้งสองอย่างนี้ไปยืนยันกับทางบริษัททางบริษัทก็ยังมีการไล่ออกจากงานอยู่ดีทำให้ตอนนี้ตัวเขาเองรู้สึกเคว้งคว้างมากเพราะเขาต้องหาเงินเลี้ยงลูกอยู่คนเดียวดังนั้นถ้าเขาไม่มีงานเขาก็จะไม่มีเงินนะมาเลี้ยงครอบครัว ในตอนนี้ใช้คนดังกล่าวได้มีการทิ้งท้ายเอาไว้ว่าเขาลำบากมากในตอนนี้เพราะเขาคือคนเดียวที่หาเงินเลี้ยงลูกอยู่แล้วถ้าเกิดสถานการณ์ยังเลวร้ายอยู่แบบนี้เขาก็ไม่สามารถที่จะไปหางานทำที่ไหนได้เพราะว่าบริษัทส่วนใหญ่ก็ปิดทำการกันหมดแล้วแล้วเขาจะเอาเงินที่ไหนไปเลี้ยงครอบครัวเราเลี้ยงลูกของเขา 

      จากข่าวนี้ทำให้เห็นว่าประชาชนเริ่มมีการหวาดระแวงและหวาดกลัวกันเองถึงแม้จะมีเอกสารทางการแพทย์มายืนยันว่าไม่ได้ติดเชื้อแต่หลายคนก็ไม่อยากอยู่ร่วมกับคนที่มีอาการไออย่างหนักซึ่งตรงนี้ทำให้คนที่มีภาระหน้าที่ที่ต้องหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากดั่งเช่นที่ชายคนนี้เจออันที่จริงทางบริษัทควรจะมีการแยกแยะมากกว่านี้

หรือถ้าหากพนักงานในบริษัทต่างพากันหวาดกลัวผู้ชายคนดังกล่าวจะมีการติดเชื้อก็ควรจะให้เขาทำงานแยกออกมายังไม่ควรที่จะให้เขาออกจากงานเพราะเขาเองก็มีการไปตรวจแล้วว่าเขาไม่ได้ติดเชื้อไวรัสแต่เมื่อทางบริษัทสรุปแบบนี้ออกมามันก็สร้างผลกระทบให้กับเขาอย่างมากมายทีเดียว 

สามีโกรธครอบครัวอดีตเมียห้ามไม่ให้เจอลูก

สามีโกรธครอบครัวอดีตเมียห้ามไม่ให้เจอลูกบุกสังหารยกครัวตายทั้งหมด 4 ศพ

     ที่จังหวัดกาญจนบุรีช่วงกลางดึกคืนหนึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีครอบครัวหนึ่งถูกคนร้ายบุกเข้ามายิงจนเสียชีวิต  โดยทันทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบมีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 4 คนซึ่งในครั้งแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจพบผู้เสียชีวิตเป็นชายแก่และหญิงแก่ซึ่งทราบว่าเป็นพ่อแม่และเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุโดยบุคคลที่เล่าเรื่องราวให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังก็คืออดีตเมียของคนร้ายซึ่งเธอได้เล่าว่าผู้ที่ลงมือก่อเหตุนั้นเคยเป็นสามีของเธอมาก่อนแต่มีเรื่องผิดใจกันจึงเลิกลากันไปซึ่งเธอและผู้ก่อเหตุมีลูกด้วยกันอยู่ 2 คน

อยู่ในช่วงที่เกิดเหตุนั้นเธอได้นอนอยู่กับลูกสาวคนโตส่วนลูกสาวคนเล็กนั้นไปนอนกับปู่และย่าคนร้ายด้วยอาศัยจังหวะกลางดึกปีนขึ้นมาในห้องนอนของเธอและนำปืนมาขู่จะยิงเธอโดยมีช่วงหนึ่งที่คนร้ายเผลอเธอและลูกชิ้นวิ่งหนีออกไปให้ห้องข้างๆซึ่งเป็นห้องของน้องชายช่วยเหลือและล็อคประตูไม่ให้คนร้ายเข้าไปทำร้ายได้แต่ในระหว่างนั้นเองพ่อกับแม่ของเธอได้ออกมาดูเหตุการณ์พอได้ยินเสียงดังโครมครามรวมถึงลูกสาวคนเล็กที่ออกมาพร้อมกับปู่และย่าเมื่อก่อนหลายได้เห็นพ่อแม่ของเธอก็กระหน่ำยิงไปที่พ่อและแม่ของเธอจนถึงแก่ความตาย

เพราะคนร้ายมีความรู้สึกโกรธเคืองในตัวพ่อแม่ของเธอเป็นคนเดิมอยู่แล้วโดยเขาชื่อว่าพ่อกับแม่ของเธอกีดกันไม่ให้คนร้ายได้เจอหน้าลูกทั้งสองคนซึ่งมีกระสุน 1 ไปโดนลูกสาวคนเล็กของเธอด้วยและระหว่างที่คนร้ายยิงปู่กับย่าเสียชีวิตแล้วเขาก็ได้อุ้มลูกสาวออกไปจากสถานที่เกิดเหตุซึ่งตอนนี้คนในบ้านไม่รู้ว่าคนร้ายหนีไปทางไหนหลังจากทราบเรื่องราวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ออกเดินตามหาบริเวณรอบๆบ้านที่เกิดเหตุจนเดินมาพบรอยเลือดอยู่ทางด้านหลังบ้านหยุดตรงไปทางยุ้งข้าวซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทันทำอะไรก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลังจากเสียงปืนดังไปแล้ว

ก็ไม่มีเสียงอะไรเกิดขึ้นอีกเลยทั้งที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไปยามเรียกจะมีการพังประตูเข้าไปจึงพบว่าคนร้ายได้ ยิงตนเองเสียชีวิตและลูกสาวคนเล็กที่คนร้ายอุ้มมาด้วยนั้นก็เสียชีวิตด้วยซึ่งทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าระหว่างที่คนร้ายอุ้มตัวลูกสาวออกมานั้นน่าจะรู้ว่าลูกโดนยิงด้วยแต่ด้วยความเป็นเด็กจึงทนพิษบาดแผลไม่ไหว

และเสียชีวิตทำให้ผู้เป็นพ่อเสียใจที่เธอไปทำร้ายโดยที่ไม่ตั้งใจจนลูกถึงแก่ความตายดังนั้นผู้เป็นพ่อจึงทำการปลดชีวิตตนเองแต่ตามลูกไปเพราะจากการให้ปากคำของอดีตเมียของคนร้ายให้การว่าคนร้ายรักลูกสาวคนเล็กมากถึงขนาดแอบไปหาลูกสาวที่โรงเรียนอยู่บ่อยๆและคนร้ายมีการฝังใจว่าที่ครอบครัวไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะพ่อแม่ของเมียกีดกันจึงทำให้คนร้ายเกิดความเครียดและมาก่อเหตุดังกล่าวขึ้น 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

เจอรางวัลที่ 1 พนักงานเซเว่นเป็นคนดีเก็บไว้ให้เจ้าของ 

จากกรณีที่มีแม่ลูกคู่หนึ่งเก็บสลากกินแบ่งรัฐบาลได้หน้าร้านเซเว่นซึ่งเธอก็ได้นำลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าวไปฝากไว้ที่ร้านเซเว่นโดยผู้จัดการร้านเก็บลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าวไว้ให้แต่ตั้งแต่วันที่ลอตเตอรี่หายจนถึงวันที่ผลลอตเตอรี่ออกรางวัลก็ไม่มีใครมาขอรับล็อตเตอรี่เลยซึ่งเมื่อผู้จัดการร้านตรวจสอบลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าวผลปรากฏว่าถูกรางวัลที่ 1 ได้เงินเป็นจำนวน 6 ล้านบาท

ทางผู้จัดการร้านเซเว่นจึงได้นำลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าวไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจเพื่อตามหาเจ้าของและหลังจากที่มีข่าวเผยแพร่ออกไปนั้นต่างก็มีผู้คนเป็นจำนวนมากไปติดต่อที่สถานีตำรวจเพื่อแจ้งว่าตนเองเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเดินสามารถติดตามหาตัวเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริงมาได้แล้ว

ซึ่งนักข่าวก็ได้เข้าไปติดตามทำข่าวโดยไปขอสัมภาษณ์ผู้ที่มีส่วนร่วมในการเก็บลอตเตอรี่ในครั้งนี้ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น 2 แม่ลูกที่เป็นพบลอตเตอรี่เป็นกลุ่มแรกหรือแม้แต่พนักงานเซเว่นและหัวหน้าพนักงานเซเว่นเองก็ตามโดยคนที่เป็นผู้จัดการร้านเซเว่นเป็นผู้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวซึ่งนักข่าวก็มีการเข้าไปถามว่าหลังจากที่มีการเก็บล็อตเตอรี่ได้แล้วเมื่อเห็นแล้วว่าถูกรางวัลทำไมถึงไม่เก็บไว้เองโดยทางผู้จัดการร้านเซเว่นก็ได้บอกว่าความเป็นจริงแล้วตนเองก็มีแวบขึ้นมาบ้างที่คิดจะเก็บลอตเตอรี่เก่าไว้เองแต่คิดไปคิดมาลอตเตอรี่ฉบับนี้ไม่ใช่ของเรา

และคนเป็นเจ้าของเขาก็คงรู้สึกกระวนกระวายใจตัวเองรู้สึกสงสารคนที่เป็นเจ้าของลอตเตอรี่จริงได้พยายามติดตามหาตัวมารับรางวัลซึ่งจากความสัมภาษณ์ของผู้จัดการสาขาคนดังกล่าว เจ้ายังรู้ว่าสังคมไทยยังมีคนดีอยู่ถึงแม้ว่าในช่วงที่มีการประกาศตามหาตัวเจ้าของลอตเตอรี่จะมีคนแอบอ้างเป็นจำนวนมากก็ตามเมื่อนักข่าวได้สอบถามกับทางเจ้าของลอตเตอรี่ก็ได้ความว่าตนเองไม่ทราบว่าลอตเตอรี่หายไปแล้วก็ไม่ทราบได้ว่าตัวเองถูกรางวัลที่ 1 ยังไม่ได้ออกตามหาแต่เธอก็ต้องขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันเก็บลอตเตอรี่ที่เธอทำเรื่องไว้กับมาส่งคืนทำให้เธอได้รับเงินรางวัล

เดินสายทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าหญิงสาวที่มารับลอตเตอรี่คนดังกล่าวนั้นเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริงเนื่องจากว่ามีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจากทางหน้าร้านเซเว่นที่มีการบันทึกภาพไว้ได้ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เธอทำลอตเตอรี่ร่วงและมีคนมาเก็บลอตเตอรี่ได้ดังนั้นนี่คือเจ้าของตัวจริงของลอตเตอรี่อันนี้แน่นอนและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำเสนอให้มอบเกียรติบัตรความเป็นคนดีแก่คนที่เก็บลอตเตอรี่ได้ทั้งหมดจำนวน 5 คนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับทั้ง 5 คนสืบไป

หญิงเล่าวีรกรรมคนข้างบ้าน

หญิงเล่าวีรกรรมคนข้างบ้าน  ยึดถนนตรงที่เป็นซอยตันสร้างที่จอดรถส่วนตัว

       ปัญหาเกี่ยวกับเพื่อนบ้านเป็นปัญหาโลกแตกที่ใครก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ใครที่ซื้อบ้านแล้วเจอกับเพื่อนบ้านที่ดี ถือว่าทำบุญมาเยอะมาก เพราะส่วนใหญ่เพื่อนบ้านแต่ละหลังก็มักจะสร้างปัญหาให้แก่กันอยู่บ่อยบ่อย เรามักจะได้อ่านข่าวหรือฟังข่าว เกี่ยวกับเพื่อนบ้านมีปัญหาทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง และบางครั้งก็มีปัญหากันถึงขนาดที่สุดท้ายแล้วการแก้ไขปัญหาก็จบลงด้วยการมีเรื่องชกต่อยกัน หรือว่าฆ่ากันตายก็มี อย่างล่าสุดที่มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอได้โพสต์เฟสบุ๊กเพื่อระบายความรู้สึกอึดอัดที่เธอต้องมาจะกับเพื่อนบ้านสุดแสบ จอมหัวหมอคนหนึ่ง

โดยเหตุการณ์เธอไม่ได้ระบุว่าเป็นหมู่บ้านอะไร และอยู่ที่ไหน แต่เธอได้เล่าระบายเอาไว้ว่า ตอนที่เธอซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ที่นี่ใหม่ใหม่ เธอได้เลือกบ้านที่อยู่ท้ายสุดของซอย ซึ่งซอยดังกล่าวเป็นซอยตัน ซึ่งเธอเห็นว่ามุมบ้านของเธอกำลังดีและมีลมพัดผ่านเย็นสบาย แต่ต่อมาเมื่อมีเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามย้ายเข้ามาอยู่ ก็ได้สร้างปัญหาให้กับเธอเนื่องจาก เพื่อนบ้านมักจะนำขยะมาวางไว้ที่หน้าบ้านและกลิ่นของขยะจะโชยเข้าไปในบ้านของเธอตลอด เพราะบ้านเธอเป็นทิศที่อยู่ใต้ลม เธอจึงได้เข้าไปคุยเรื่องดังกล่าวกับเพื่อนบ้านและได้แก้ไขปัญหากันไปเรียบร้อยแล้ว

ต่อมาเธอมักจะมีปัญหากับเพื่อนบ้านตลอด ทั้งเรื่องเล็กบ้างใหญ่บ้างและมีการพูดคุยและแก้ไขปัญหากันไป ซึ่งเธอพยายามมองข้ามบางปัญหาเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะถึงยังไงก็เป็นเพื่อนบ้านกันและยังต้องอยู่ร่วมซอยกันไปอีกนาน แต่มาล่าสุดที่เธอเจอและทำให้เธอทนไม่ได้นั่นก็คือ เพื่อนบ้านสุดแสบได้มาก่อสร้างที่จอดรถบนพื้นที่สาธารณะตรงบริเวณที่เป็นซอยตันมีการมุงหลังคาโรงจอดรถเอาไว้อย่างดี ซึ่งบริเวณนี้จะกินพื้นที่ด้านข้างหน้าบ้านเธอไปด้วย เธอจึงได้เข้าไปคุยกับเพื่อนบ้านถึงเรื่องการทำที่จอดรถแบบนี้ว่าผิดกฎหมายเพราะที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะ

แต่เพื่อนบ้านไม่สนใจแก้ไขโดยบอกว่าตรงจุดที่ทำเป็นซอยตัน ไม่มีรถวิ่งผ่านสามารถสร้างได้ ทำให้เธอเครียดไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีจึงได้มาเขียนถามคนในเฟสบุ๊ก ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นที่วิจารณ์อย่างหนักถึงการกระทำของเพื่อนบ้านคนดังกล่าวที่เห็นแก่ตัว ไม่นึกถึงเพื่อนบ้านหลังอื่นอื่น พร้อมกันคนส่วนใหญ่ก็เข้ามาเล่าประสบการณ์ของเพื่อนบ้านของแต่ละคนว่าเจอมาก็แสบไม่ต่างกับเพื่อนบ้านหลังนี้เลยและต่างก็ไม่รู้จะจัดการกับปัญหานี้อย่างไรดีเหมือนกัน

ร้านนวดย่านข้าวสารสนองนโยบายรัฐเตรียมปิดร้าน 14 วัน

ร้านนวดย่านข้าวสารสนองนโยบายรัฐเตรียมปิดร้าน 14 วันแต่ร้านอาหารที่ อาร์ซีเอ ยืนยันจะเปิด

       จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าตอนนี้พบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 177 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 1 ราย รวมถึงตอนนี้มีกลุ่มคนต้องเฝ้าระวังว่ามีเกณฑ์ที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรนามากถึง 7045 ราย แต่ในขณะเดียวกันวันนี้คือวันที่ 17 เดือนมีนาคม พ.ศ 2563 กลับพบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามากถึง 30 คนด้วยกันภายในวันเดียวเท่านั้นเอง ใน 30 คนนี้มาจากผู้ที่ติดเชื้อมาจากสนามมวยและติดเชื้อมาจากสถานบันเทิงรวมถึงชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศอิตาลี

และคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศแถมยังมีคนขับรถแท็กซี่ที่ได้รับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศขึ้นรถมา ซึ่งหลังจากที่จำนวนพูดติดเชื้อมีปริมาณมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนายกรัฐมนตรีจึงได้ออกมาแถลงการณ์ กับมาตรการป้องกัน การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาโดยมาตรการนี้จะมีการป้องกันทั้งทางด้านทางอากาศ ทางบกและทางน้ำโดยจะเข้มงวดเรื่องการตรวจคนเข้าเมืองซึ่งใครจะเข้ามาในประเทศไทยจะต้องมีหลักฐานการแสดงตัวว่ามีการไปตรวจมาแล้วว่าไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

รวมถึงจะต้องมีใบรับรองแพทย์และใบประกันชีวิต จึงจะสามารถเดินทางเข้าประเทศได้และอีกประการหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีได้ออกมาแถลงการณ์ก็คือจะมีการหยุดจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ โดยจะไปชดเชยการจัดงานสงกรานต์วันหลังและประกาศปิดสถานที่คิดว่ามีการเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส โควิด-19โดยจะให้ปิดทำการทั้งหมด 14 วัน  โดยจะเริ่มให้ปิดตั้งแต่วันที่ 28 ถึง 31 เดือนมีนาคมที่จะถึงนี้นอกจากจะเป็นสถานบันเทิงแล้วโรงภาพยนตร์ฟิตเนสหรือแม้แต่ร้านอาบอบนวดก็ต้องปิดด้วยเช่นเดียวกัน

และหลังจากการแถลงการณ์สภลงผลปรากฏว่าร้านค้าส่วนใหญ่ให้ผลตอบรับดีที่จะทำการปิดบริการชั่วคราวอย่างเช่นร้านนวดในถนนข้าวสารก็ตอบรับนโยบายเพราะว่าโดยปกติแล้วตอนนี้นักท่องเที่ยวก็ไม่ค่อยมีอยู่แล้วลดลงไปมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ดังนั้นเพื่อเป็นการกำจัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสให้ได้ผลดีที่สุดทางร้านในถนนข้าวสารจึงร่วมใจกันที่จะปิดบริการตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมเป็นต้นไปและจะเปิดทำการอีกทีในวันที่ 31 มีนาคม

ที่จะถึงนี้แต่นโยบายนี้ก็ยังมีบางสถานที่ที่ไม่ยอมรับการปิดสถานบริการอย่างเช่นร้านอาหารแถวบริเวณ RCA ได้ออกมาบอกว่าจะยังคงมีการเปิดบริการตามปกติ เพราะทุกคนยังต้องกินต้องใช้ถ้าปิดกิจการไปแล้วก็ไม่มีเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย แต่สำหรับร้านเหล้าผับบาร์มีการปิดไปแล้วก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะแถลงการณ์ เนื่องจากว่าไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเลย