ประวัติ ตระกูลโอสถานุเคราะห์

ตระกูล โอสถานุเคราะห์  ถือเป็นหนึ่งในตระกูลธุรกิจเก่าแก่และทรงอิทธิพลของไทย โดยมีบทบาทสำคัญในวงการอุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์ เครื่องดื่ม และธุรกิจผู้บริโภคอื่น ๆ อีกมากมาย ตัวตระกูลนั้นปลูกรากฐานธุรกิจด้วยบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)

ประวัติ ตระกูลโอสถานุเคราะห์ ซึ่งกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจสำคัญที่สะท้อนทั้งศักยภาพ ความมั่งคั่ง และอิทธิพลทางเศรษฐกิจของครอบครัวนี้

ต้นกำเนิดของตระกูลโอสถานุเคราะห์นั้นย้อนกลับไปอย่างน้อยกว่า 130 ปี ตามประวัติของบริษัทโอสถสภา

ซึ่งถูกริเริ่มโดยผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นสมาชิกในตระกูลโอสถานุเคราะห์ โดยธุรกิจหลักของครอบครัวคือการผลิตผลิตภัณฑ์ยาภายใต้แบรนด์โอสถสภา ซึ่งต่อมาก้าวเข้าสู่ธุรกิจเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเครื่องดื่มชูกำลังอย่าง M-150 ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในตลาดไทย 

 

ในช่วงหลายสิบปี ตระกูลโอสถานุเคราะห์ได้ขยายอาณาจักรธุรกิจ ไม่จำกัดอยู่แค่เภสัชภัณฑ์ แต่ยังลุกขึ้นมาบุกตลาดเครื่องดื่ม ใช้โอกาสจากการเติบโตของอุตสาหกรรมผู้บริโภค และนำโอสถสภาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุน พัฒนาองค์กรให้ทันสมัยและเติบโตอย่างยั่งยืน 

 

หนึ่งในบุคลากรโดดเด่นของตระกูลคือ เพชร โอสถานุเคราะห์ ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูล และเคยดำรงตำแหน่ง CEO ของโอสถสภา 

 

เพชรไม่ใช่แค่นักธุรกิจ: เขาเคยเป็น นักร้องชื่อดัง มีเพลงฮิต “เพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ)” ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับเขาในวงการดนตรีไทย  นอกจากนี้เขายังทำงานด้านการศึกษา โดยเป็น อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และส่งเสริมหลักสูตรนวัตกรรมอย่างดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง การวางแผนการเงิน การผลิตสื่อวิดีโอเกม และสื่อโต้ตอบต่าง ๆ 

เขายังเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันโฆษณา Spa Advertising (ปัจจุบันคือ Spa-Hakuhodo) และก่อตั้งนิตยสารผู้หญิงชื่อ “ผู้หญิงวันนี้” รวมถึงรายการโทรทัศน์ในชื่อเดียวกัน 

 

เพชร โอสถานุเคราะห์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2566 ด้วยวัย 68–69 ปี (รายงานบางแห่งระบุ 69 ปี) โดยสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากหัวใจวายเฉียบพลัน  

 

หลังจากนำโอสถสภาเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ตระกูลโอสถานุเคราะห์สามารถเพิ่มอิทธิพลทางเศรษฐกิจของตนอย่างมาก  การระดมทุนครั้งใหญ่ช่วยให้บริษัทสามารถขยายการลงทุน พัฒนาโรงงาน ผลิตภัณฑ์ และการจัดจำหน่ายได้กว้างขึ้น

 

ในปีต่อมา ยังคงมีกลยุทธ์เปลี่ยนโครงสร้างการถือหุ้นของครอบครัว เช่น การขายหุ้นล็อตใหญ่ ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มครอบครัวลดลงในบางจุด แต่ยังคงควบคุมอำนาจสำคัญในบอร์ดบริหารของบริษัท ([Marketeer Online][8])

 

ด้านการตอบแทนสังคม ตระกูลโอสถานุเคราะห์ยังเข้ามามีบทบาทในกิจกรรมสาธารณะและการช่วยเหลือประชาชน: ในช่วงวิกฤตโควิด-19 สมาชิกในตระกูลร่วมลงขันเพื่อสนับสนุนโครงการช่วยเหลือประชาชน ผ่านมูลนิธิและกลุ่มธุรกิจของตระกูล 

ตามรายงานของ Forbes Thailand ตระกูลโอสถานุเคราะห์ถือเป็นหนึ่งในตระกูลมหาเศรษฐีไทย โดยความมั่งคั่งของครอบครัวนั้นส่วนใหญ่มาจากการถือหุ้นโอสถสภา ซึ่งเป็นบริษัทเก่าแก่ที่ก่อตั้งมานานแล้ว

 

สนับสนุนโดย    hoiana casino

เหตุผลที่เราไม่ควรนอนทันที หลังจากกินอิ่ม

การห้ามนอนทันทีหลังกินอาหารเสร็จเป็นเรื่องที่มีการแนะนำอย่างแพร่หลาย โดยมีเหตุผลด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการย่อยอาหารและการทำงานของร่างกาย ระบบทางเดินอาหารต้องใช้เวลาในการย่อยสลายอาหาร และหากเรานอนทันทีหลังรับประทานอาหาร

กระบวนการนี้อาจถูกรบกวน ซึ่งสามารถส่งผลเสียได้หลายประการ เช่น กรดไหลย้อน, อาหารไม่ย่อย เป็นต้น

 

หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยเมื่อคนเรานอนทันทีหลังกินอาหารเสร็จคือการเกิดกรดไหลย้อน (acid reflux) การนอนราบทำให้กรดในกระเพาะอาหารสามารถไหลย้อนกลับไปที่หลอดอาหาร ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก

หรือที่เรียกว่า heartburn การยืนหรือเดินหลังจากทานอาหารเสร็จจะช่วยให้กรดในกระเพาะอาหารอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและลดโอกาสการไหลย้อนของกรดไปยังหลอดอาหาร

 

เมื่อคนเรานอนทันทีหลังรับประทานอาหาร กระบวนการย่อยอาหารจะทำงานช้าลง เนื่องจากร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหว และการหมุนเวียนเลือดไม่มุ่งเน้นไปที่ทางเดินอาหาร การเดินย่อยอาหารหลังมื้ออาหารสั้น ๆ ประมาณ 10-15 นาที

จะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้ และช่วยให้กระบวนการย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเดินย่อยอาหารเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์และแนะนำอย่างแพร่หลาย การเดินเบา ๆ หลังมื้ออาหารช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและการทำงานของระบบทางเดินอาหาร การศึกษาบางชิ้นพบว่าการเดินหลังมื้ออาหารสั้น ๆ ประมาณ 10-15 นาที

ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคเบาหวานและโรคหัวใจ นอกจากนี้ การเดินยังช่วยลดความรู้สึกไม่สบายท้อง เช่น ท้องอืดและอาหารไม่ย่อย

 

อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายหนักหรือเดินอย่างรวดเร็วทันทีหลังมื้ออาหารก็อาจส่งผลเสียได้เช่นกัน การออกกำลังกายที่หนักเกินไปหลังจากกินอาหารทำให้ร่างกายไม่สามารถจัดสรรพลังงานไปที่ระบบย่อยอาหารได้อย่างเพียงพอ

ส่งผลให้เกิดการปวดท้องหรืออาหารไม่ย่อยได้ ดังนั้น การเดินอย่างช้า ๆ และเบา ๆ เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการออกกำลังกายหนักหลังมื้ออาหาร

แนะนำให้นอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เพื่อให้กระบวนการย่อยอาหารทำงานเสร็จสิ้นไปส่วนหนึ่ง

การเว้นช่วงเวลานี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกรดไหลย้อนและอาหารไม่ย่อย นอกจากนี้ยังช่วยให้ร่างกายจัดการกับแคลอรีและสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

การไม่ควรนอนทันทีหลังจากกินอาหารเสร็จและการเคลื่อนไหวเบา ๆ เช่น การเดินประมาณ 10-15 นาที สามารถช่วยปรับปรุงการย่อยอาหาร ลดความเสี่ยงของกรดไหลย้อน

อาหารไม่ย่อย และป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วนและเบาหวาน อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักทันทีหลังกินอาหาร

 

สนับสนุนโดย    Hoiana Casino