หนุ่มวัย 21 หลุดสารภาพเคยก่อเหตุฆ่าย่าตัวเองจากการเล่นเกม  Truth or Dare 

  ก่อเหตุฆ่าย่าตัวเอง  เชื่อว่าหลายคนคงเคยเล่นเกม  Truth or Dare หรืออาจจะเคยได้ยินชื่อเกมนี้กันมาบ้างแล้วซึ่งเกมนี้นั้นผู้เล่นจะต้องมีการเลือกว่าจะพูดความจริงหรือความกล้า

  โดยเกมนี้ได้รับความนิยมมากในกลุ่มวัยรุ่นอย่างไรก็ตามล่าสุดมีการเปิดเผยออกมาว่าเกมนี้สามารถทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายได้โดยมีการเปิดเผยมาจากสำนักข่าว Metro เมื่อวันที่ 12 เดือนพฤศจิกายนปีพศ 2564ว่า  

       ได้มีกลุ่มวัยรุ่น 3 คนรวมตัวกันแล้วเล่นเกม Truth or Dare   โดยมีหนึ่งในวัยรุ่นคนหนึ่งอายุเพียงแค่ 21 ปีเท่านั้นเขาได้สารภาพกับเพื่อนของเขาในการเล่นเกมส์ครั้งนี้ว่าเขานั้นลงมือฆ่าตะกำคุณยายเลี้ยงของเขาเอง

โดยเหตุการณ์ฆาตกรรมนี้เกิดขึ้นมาแล้วตั้งแต่เมื่อ ปีพ.ศ. 2561   ซึ่งในตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าเกิดเป็นสาเหตุมาจากการฆาตกรรมเพราะหลายคนเข้าใจว่าน่าจะเกิดจากอุบัติเหตุไฟไหม้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น 

       สำหรับคุณยายผู้เสียชีวิตนั้นอยู่ในบ้านพักหลังหนึ่งในเมือง เฮย์แซม  มณฑลแลงคาเซียร์   ประเทศอังกฤษ  ยายมีอายุ 94 ปีในขณะเดียวกันหลานชายซึ่งเป็นคนลงมือก่อเหตุนั้นก็มีอายุประมาณ 17 ปี     ชายหนุ่มยังเล่าให้เพื่อนของเขาฟังด้วยว่าเขาได้มีการตัดทุกช่องทาง

การติดต่อแล้วขังยายของตนเองเอาไว้ในห้องกระจกในขณะที่เกิดไฟไหม้ดังนั้นยายของเขาจึงไม่สามารถโทรขอความช่วยเหลือจากใครได้  ซึ่งถึงแม้ว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนั้นยายของเขาจะไม่เสียชีวิตคาที่แต่ก็ไปเสียชีวิตอีกทีหลังจากนั้น 4 วันที่โรงพยาบาลโดยเขาเป็นคนใช้บุหรี่จุดไฟตรงบริเวณผ้าม่านแล้วปล่อยให้ไฟลุกลามไหม้บ้านนั่นเอง  

         อย่างไรก็ตามเมื่อเรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยออกมาเพื่อนของชายวัย 21 ปีก็ได้มีการแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นซึ่งนำมาสู่การสอบสวนชายวัย 21 ปีจนในที่สุดเขา

ก็ให้การรับสารภาพว่าเขาเป็นผู้กระทำการดังกล่าวจริงหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือและ laptop ของชายวัย 21 ปี

ทำให้รู้ว่าชายหนุ่มนั้นน่าจะมีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตเนื่องจากว่าในโทรศัพท์มือถือรวมถึงในแท็บเล็ตของเขานั้นมีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการฆาตกรรมและยังมีข้อมูลการวางแผนก่อการร้ายที่จะมีการฆ่าคนอีกหลายคนรวมถึงขั้นตอนการสะกดรอยตามผู้หญิง

         นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบหลักฐานที่ระบุว่านี่คือแผนการที่เขามีการวางแผนที่จะการฆาตกรรมยายของตนเองล่วงหน้าเอาไว้โดยชายหนุ่มยอมรับว่าที่เขาต้องทำการสังหารคุณยายของเขานั้นเพราะเขารู้สึกสงสารยายที่ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อม  

และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ในที่สุดศาลก็มีการสั่งพิพากษาให้เขาจำคุกตลอดชีวิตซึ่งนั่นหมายถึงว่าถึงแม้เขาจะถูกลดโทษลงมาแต่อย่างน้อยเขาก็ต้องติดคุกไม่ต่ำกว่า 15 ปีเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย.  aesexy

YG ออกแถลงการณ์  ลิซ่า BLACKPINK ไม่ได้มาร่วมงานเคานต์ดาวน์ที่ภูเก็ต

          YG ออกแถลงการณ์  ลิซ่า BLACKPINK  ก่อนหน้านี้มีกระแสให้คนพูดถึงเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของการจัดงานปีใหม่ของประเทศไทยซึ่งจะมีการจัดกิจกรรม Countdown กัน

ในหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นในเขตกรุงเทพฯหรือต่างจังหวัดก็ตามและเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่มีการเปิดเป็นภูเก็ตแซนบ็อกเองก็จะมีการจัดงานแบบยิ่งใหญ่ซึ่งทางผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยออกมาประกาศว่าจะมีการนำงบประมาณจำนวน 100 ล้านบาทเพื่อเป็นค่าจ้างในการจ้างลิซ่าวงแบล็คพิ้งให้มาร่วมกิจกรรม Countdown ที่จะจัดขึ้นในจังหวัดภูเก็ตในงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  

          อย่างไรก็ตามทางกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องของการนำซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกมาร่วมงานเคาท์ดาวน์และจะต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมากในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีหลายคนออกมาคัดค้านว่าให้นำเงินดังกล่าวไปทำประโยชน์ด้านอื่น

แต่ทางผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมองว่าการที่สามารถดึงตัวลิซ่าวงแบล็คพิ้งเมื่อร่วมกิจกรรม Countdown ได้นั้น จะสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย และจะมีผู้คนหลั่งไหลมาเที่ยวที่ไทยเยอะมากในช่วงปี ใหม่เพราะใครใครก็อยากจะเห็นลิซ่า Black Pink ตัวเป็นๆนั่นเอง 

          เพียงแค่มีกระแสออกมาพูดถึงเรื่องการมาโชว์ตัวของลิซ่า แต่ยังมีการยืนยัน ก็มีข่าวลือว่ายังไม่มีการคอนเฟิร์มออกมาทาง YG ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัดของลิซ่าแต่ก็มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเริ่มติดต่อขอเช่าห้องในโรงแรมของจังหวัดภูเก็ตกันบ้างแล้วยังไงก็ตามเมื่อวันที่ 28 เดือนตุลาคมปีพศ 2564 นี้

ทาง YG ได้มีการออกแถลงการณ์ออกเป็นที่เรียบร้อยแล้วยืนยันว่างานเคาท์ดาวน์ที่ภูเก็ตของประเทศไทยนั้นจะไม่มีลิซ่ามาร่วมงานอย่างแน่นอนสาเหตุมันก็จะว่าลิซ่านั้นมีแพลนงานเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วและตารางงานของลิซ่าก็เต็มและไม่สามารถปลีกตัวที่จะมาร่วมงานให้กับประเทศไทยได้

        ซึ่งหลังจากที่ข่าวแถลงการณ์นี้ออกมาก็ทำให้มีการพูดถึงกันเป็นวงกว้างเลยทีเดียว  ซึ่งนักข่าวเองก็ไปขอสัมภาษณ์ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   เพราะก่อนหน้านี้ผู้ว่าให้สัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจว่าลิซ่าวงแบล็คพิ้งจะมาร่วมงานเคาท์ดาวน์ที่ภูเก็ตอย่างแน่นอนแต่หลังจากที่ YG มีการแถลงการณ์ออกมานั้น

ก็ทำให้จำเป็นที่จะต้องมีการสอบถามถึงขั้นตอนการดำเนินการก่อนที่จะออกมาให้สัมภาษณ์นักข่าวว่าสรุปแล้วการประสานงานนั้นแล้วเสร็จจริงหรือไม่ซึ่งทางผู้ว่าเองก็ออกมายอมรับว่าขั้นตอนนั้นยังอยู่ระหว่างพูดคุยกันและเมื่อทาง YG เองนั้นได้ออกมาปฏิเสธทางตัวผู้ว่าเองก็ต้องน้อมรับการตัดสินใจของทาง YG Entertainment อย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนโดย.  wm เครดิตฟรี 100

สาวตกงาน หวังกระโดดสะพานลอยจบชีวิต ถามหาวัคซีนและ อนาคตประเทศไทยอยู่ตรงไหน 

          สาวตกงาน หวังกระโดดสะพานลอย เมื่อวันที่ 13 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564     ที่จังหวัดจันทบุรีเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่าพบหญิงสาวคนหนึ่งทำท่าทางเหมือนจะกระโดดสะพานลอย   ดูสะพานลอยดังกล่าวนั้นอยู่ตรงบริเวณตลาดเมืองใหม่นายายอาม  ซึ่งอยู่บนถนนสุขุมวิท   โดยหญิงสาวคนดังกล่าวร้องได้ร้องไห้ฟูมฟายอยู่ตลอดเวลานอกจากนี้ยังมีป้ายกระดาษแขวนที่คอโดยเขียนข้อความประมาณว่าเธอไม่สามารถที่จะทนต่อไปได้แล้วเธอไม่รู้ว่าอนาคตนั้นอยู่ที่ไหนและในขณะนี้วัคซีนที่มีคุณภาพนั้นเมื่อไหร่คนไทยจะได้

       เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงยังสะพานที่เป็นจุดเกิดเหตุนั้นพบว่าหญิงสาวยังไม่ได้มีการกระโดดลงไปแต่มีการเตรียมท่าทางที่กำลังจะปีนสะพานนอกจากนี้ยังอยู่ในอาการที่คุ้มคลั่งร้องไห้เสียใจเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพยายามไกล่เกลี่ยพูดคุยเพื่อให้หญิงสาวคนดังกล่าวใจเย็นลงหลังจากนั้นก็เข้าไปทำการล็อคตัวนำออกมาจากตรงบริเวณราวสะพานเพื่อให้อยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย

        หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ตัวหญิงสาวคนดังกล่าวมาแล้วจึงได้มีการพูดคุยกันพบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นมีอายุ 50 ปีโดยเธอระบุว่าตอนนี้เธอนั้นไม่มีงานไม่มีอาชีพไม่มีเงินและเธอยังมีลูกมีครอบครัวที่จะต้องดูแลซึ่งแต่เดิมนั้นเธอเป็นนักร้องที่ร้องเพลงตามคาเฟ่มีงานทำ

     แต่หลังจากที่มีการระบาดของไวรัสโควิคทำให้ร้านอาหารที่เธอทำงานอยู่นั้นปิดกิจการลงและเธอก็ไม่สามารถไปสมัครงานที่ร้านอื่นๆได้เพราะเดี๋ยวนี้ร้านอาหารส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องใช้นักร้องคาเฟ่และร้านอาหารก็ปิดกิจการกันเป็นจำนวนมากแล้วนอกจากนี้เมื่อเธอลองไปสมัครงานทำด้านอื่นๆดูก็แทบไม่มีใครเปิดรับสมัครงานเลยทีเดียวเพราะทุกคนต่างก็เดือดร้อนเหมือนกันหมด

      เธอยังได้มีการตัดพ้อกับสถานการณ์ในปัจจุบันด้วยว่าสำนักข่าวต่างๆนั้น  สาวตกงาน หวังกระโดดสะพานลอย  นำเสนอข่าวด้านอื่นๆแต่ไม่เคยมีการเสนอข่าวเกี่ยวกับเรื่องของประชาชนที่กำลังจะอดตายอยู่ในตอนนี้ว่าจะมีมีคนกำลังเดือดร้อนมากแค่ไหนและเธอยังเบื่อเกี่ยวกับเรื่องของนักข่าวชอบลงข่าวลุงพลทั้งๆที่ไม่มีอะไรที่น่าสนใจแทนที่จะมาลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องของสถานการณ์ของชาวบ้านในปัจจุบันนี้ที่กำลังเดือดร้อนกันหมดหลายคนหาเช้ากินค่ำไม่มีงานให้ทำและกำลังจะอดตายกันหมดอยู่แล้ว

         ซึ่งเธอนั้นรู้สึกเกิดความเครียดมากเมื่อหางานทำไม่ได้จึงตัดสินใจที่จะลองฆ่าตัวตายด้วยการโดดสะพานลอยนอกจากปัญหาเรื่องของข่าวสารแล้วเธอยังระบุอีกด้วยว่าเธอยังไม่เห็นว่าประเทศไทยจะมีการแก้ไขปัญหาอะไรบ้างเลยเพราะแม้แต่เรื่องของวัคซีนเธอก็ยังไม่ได้รับการฉีดซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ก็เสนอพาเธอไปทำการฉีดวัคซีน

แต่เธอก็ยืนยันปฏิเสธไม่ขอรับวัคซีนที่จะฉีดในตอนนี้เพราะเธอระบุว่าข่าวสารที่มีการลงออกมาตอนนี้เกี่ยวกับวัคซีนชิโนแวคที่มีการเปิดให้ฉีดนั้นทำให้เธอหากลัวว่าจะมีผลกระทบกับตัวเธอ หลังจากที่พูดคุยกับเจ้าหน้าที่สักพักหนึ่งเธอก็รู้สึกดีขึ้นหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ปล่อยตัวหญิงสาวคนดังกล่าวพร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือ 

 

สนับสนุนโดย.  aecasino

โจรโหดฆ่าแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวชิงทอง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวแล้ว 

         โจรโหดฆ่าแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวชิงทอง  จากกรณีเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 27 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564 มีเหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อมีแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวอายุ 63 ปีถูกคนร้ายบุกไปที่ร้านแล้วใช้อาวุธมีดปาดคอจนถึงแก่ความตายโดยคนร้ายหวังที่จะฉกทองที่แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวใส่อยู่ซึ่งมีน้ำหนักเพียงแค่ 3 สลึงเท่านั้น

     จากเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความสะเทือนขวัญให้กับคนในหมู่บ้านที่เกิดเหตุเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าในขณะที่เกิดเหตุนั้นมีผู้เห็นเหตุการณ์อยู่หลายคน  และยังเป็นการก่อเหตุกลางวันทำให้ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัวคนร้ายจะกลับมาลงมือทำร้ายร่างกายคนในบ้านคนอื่นๆอีกซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็พยายามหาหลักฐานเพื่อที่จะได้ตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

     อย่างไรก็ตาม โจรโหดฆ่าแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวชิงทอง  ผ่านไปยังไม่ถึงวันทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสภแม่อายก็สามารถแสดงผลงานจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยคนร้ายนั้นหนีไปหลบซ่อนที่ร้านคาร์แคร์ซึ่งเป็นร้านล้างรถแห่งหนึ่งเนื่องจากคนร้ายนั้นทำงานอยู่ที่ร้านล้างรถดังกล่าวซึ่งคนร้ายนั้นทำตัวเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  

      อย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดตามถนนที่ตั้งแต่คนร้ายออกจากบ้านที่เกิดเหตุและขับรถหนีไปเรื่อยๆจนสามารถสืบทราบได้ว่าคนร้ายนั้นทำงานอยู่ที่ร้านคาร์แคร์เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้าแสดงตัวทันทีและเข้าทำการจับกุมซึ่งร้านคาร์แคร์ที่คนร้ายไปทำงานอยู่นั้นอยู่ที่ตลาดทรัพย์สว่าง

        เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการพูดคุยสอบถามคนร้ายก็ ให้การยอมรับในที่สุดโดยคนร้ายนั้นได้พาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังจุดที่ทิ้งมีดที่ใช้ในการสังหารแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวอีกด้วย   

        อย่างไรก็ตามข้อมูลประวัติของตัวคนร้ายแล้วนั้นเคยก่อเหตุชิงทรัพย์มาแล้วหลายครั้งซึ่งมีประวัติอาชญากรรมกับทางสถานีตำรวจเอาไว้ทำให้ง่ายต่อการสืบหาตัว  ที่สำคัญทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ทุ่มเทในการจับตัวคนร้ายอย่างเต็มที่ทำให้ใช้ระยะเวลาไม่ถึง 1 วันก็สามารถที่จะนำตัวคนร้ายมาลงโทษได้สร้างความดีใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นอย่างมาก 

    อย่างไรก็ตามสำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหญิงชราวัย 63 ปีซึ่งเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีถึงที่อยู่ของตัวคนร้ายจึงทำให้สามารถเดินทางไปจับกุมได้อย่างรวดเร็วโดยคนร้ายนั้นมีชื่อว่า นายชิงยิง ซึ่งปัจจุบันนี้คนร้ายมีอายุ 35 ปีและเป็นคนจังหวัดเชียงรายแต่ได้มาทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วมาก่อเหตุฆ่าคนตายที่จังหวัดเชียงใหม่นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์บาทละ 1000

สบค.เตรียมคลายมาตรการ covid-19 ในโซนแดง ให้นั่งกินที่ร้านได้

         อย่างที่เรารู้กันดีว่าก่อนหน้านี้  สบค. ได้ออกมาตรการคุมเข้มสำหรับจังหวัดซึ่งเป็นโซนสีแดงโดยเป็นโซนที่มีการระบาดของไวรัสโควิคค่อนข้างเยอะและยังไม่สามารถที่จะควบคุมการระบาดได้ดังนั้น   สบค. จึงได้มีมาตรการหลายอย่างออกมา  ไม่ว่าจะเป็นการห้ามการรวมกลุ่มกันเกิน 50 คนและยังมีการห้ามจัดกิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงานหรืองานขึ้นบ้านใหม่รวมถึงยังขอความร่วมมือไปยังเจ้าของกิจการต่างๆไม่ว่าจะเป็นสถานบันเทิงโรงภาพยนตร์หรือแม้แต่สวนสนุกให้ปิดกิจการชั่วคราวก่อนนอกจากนี้ร้านอาหารก็ยังได้รับการติดต่อขอความร่วมมือจากทาง สบค. 

          ซึ่งจะมีการกำหนดห้ามขายสุราในร้านอาหารและให้ร้านอาหารมีการขายอาหารได้โดยการเดลิเวอรี่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นไม่ให้ลูกค้านั่งกินภายในร้านซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีร้านขายอาหารหลายร้านที่ต้องออกมาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การขายใหม่เพราะการขายเพียงเดลิเวอรี่หลังเดียวนั้นไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่ทางร้านมีอยู่ซึ่งเจ้าของกิจการหลายร้านนั้นต้องออกมาวอนขอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือเพราะการเปิดให้ขายสินค้าที่มีการกำหนดทั้งเวลาและไม่อนุญาตให้คนเข้ามานั่งกินภายในร้านได้นั้นสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของกิจการเป็นอย่างมากเพราะ ร้านอาหารส่วนใหญ่ขายได้เพราะลูกค้าต้องการมานั่งกินอาหารที่ร้านเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและเมื่อเปิดให้ขายเฉพาะเดลิเวอรี่อย่างเดียวทำให้ยอดขายตกลง

         อย่างไรก็ตามกำหนดการที่ทาง  สบค. มีการตั้งกฎเอาไว้นั้นกำลังสิ้นสุดลงดังนั้นในตอนนี้  สบค. จึงได้มีการเตรียมร่างมาตรการขึ้นมาเพื่อทำการคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่สีแดงเพื่อให้ร้านอาหารนั้นสามารถที่จะมีลูกค้าได้มากขึ้นเป็นการคลายมาตรการคุมเข้มของการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิคนั่นเอง

     โดยทาง  สบค. มีแนวความคิดที่จะให้ร้านอาหารที่อยู่ในซองสีแดงสามารถเปิดให้บริการให้ลูกค้าไปนั่งกินที่ร้านได้แต่ยังคงมีการควบคุมเรื่องของจำนวนคนในการเข้าไปกินโดยระบุว่า 1 โต๊ะสามารถกินได้เพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้น  โดยเงื่อนไขนะมีการกำหนดว่าร้านอาหารๆจะสามารถรับลูกค้าได้ให้นั่งกินในร้านได้ไม่เกินแค่ 25 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน  และยังมีการห้ามไม่ให้จำหน่ายสุราที่ร้านอาหารเหมือนเดิมที่สำคัญยังคงเปิดบริการให้กินอาหารที่ร้านได้ถึงแค่  21:00 น เท่านั้นและเปิดให้ขายดีของแบบเดลิเวอรี่ได้จนถึง 5 ทุ่ม

          แต่สำหรับร้านอาหารที่อยู่ในโซนพื้นที่สีส้มนั้นจะอนุญาตให้เปิดขายของได้ตามปกติและสามารถให้ลูกค้าไปนั่งกินในร้านได้ตามปกติเพียงแต่ว่าทางร้านยังไม่สามารถที่จะจำหน่ายสุราให้กับลูกค้าได้เท่านั้นเอง 

 

สนับสนุนโดย  แจกสูตรหวยยี่กี

3 ประเทศในอาเซียนฉีดวัคซีนได้มากที่สุด

เป็นปัญหาระดับประเทศสำหรับการจัดการเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพราะประชาชนทั่วไปหลายๆคนยังกังวลกับความปลอดภัยของวัคซีด เป็นเหตุให้หลายๆประเทศต้องสร้างความน่าเชื่อถือและแรงจูงใจให้คนในประเทศเข้ามารับวัคซีนกัน เรามาดูกันว่าในอาเซียนใช้กลยุทธ์อะไรกันบ้าง

ซึ่งในตอนนี้จะเน้นไปในเรื่องของประชาสัมพันธ์เลยผ่านทางสื่อหลักสื่อใหม่ตอนนี้จะเห็นได้ว่าอย่างสิงค์โปรตอนนี้พยายามที่จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเพื่อให้เข้าถึงคนทุกกลุ่มอีกด้วยก่อนที่เราจะไปเจาะมาตรการโน้มน้าวให้คนไปฉีดวัคซีนกันเยอะๆ

เราช่วยทุกๆคนมาดูการฉีดวัคซีนทั่วโลกกันก่อนทั่วโลกฉีดวัคซีนโควิด-19ไปแล้วไม่ต่ำกว่า1,300ล้านโดสหรือจะคิดเป็น8.7%ของประชากรโลกถ้าทุกท่านได้เห็นข้อมูลต่อไปนี้จะรู้เลยว่า อเมริกาเหนือ สหรัฐ และ แคนาดา มีอัตราการฉีดวัคซีนต่อประชากร100คนมากที่สุดเลยก็คือแอฟริกา

โดยบ้างประเทศในแอฟริกาที่จะต้องพึ่งพาโครงการโคแวกซ์ขององค์การอนามัยโลกยังไม่ได้ฉีดวัคซีนแม้แต่เข็มเดี่ยวเลยสาเหตุส่วนหนึ่งเลยที่ทำให้การฉีดวัคซีนในหลายประเทศในหลายภูมิภาคค่อนข้างที่จะล่าช้าก็มาจากหลายปัจจัยการขนส่งที่ล่าช้าก็เป็นอีกส่วนหนึ่งแต่ว่าหนึ่งในนั้นก็คือความไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัย

เนื่องจากวัคซีนใช้เวลาในการพัฒนาไม่ถึง1ปีภาวะนี้กเลยนำไปสู่ความลังเลใจในการรับวัคซีนโควิด-19ในหลายประเทศรวมถึงในอาเซียนด้วยเมื่อพูดถึงอาเซียนข้อมูลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาระบุว่าชาติสมาชิกอาเซียน10ประเทศฉีดวัคซีนไปแล้วไม่ต่ำกว่า35ล้านโดสมีสามประเทศที่ฉีดวัคซีนมากที่สุดคือ สิงค์โปร กัมพูชา และ อินโดนีเซีย

เพราะฉะนั้นแล้วที่สิงค์โปรฉีดวัควีนไปแล้วประมาณ2.2ล้านโดสด้วยกันถือว่าเป็นชาติแรกในอาเซียนที่เริ่มฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มบุคคลากรทางการแพทย์และกลุ่มเสี่ยงเมื่อวันที่30ธันวาคมปีที่แล้วอย่างที่เห็นอยู่ตอนนี้ก็คือประมาณ2.2ล้านโดสคิดเป็นอัตราส่วนประมาณ39โดสต่อประชากร100คนสิงค์โปรเขาใช้วัคซีนทั้งหมด2ตัวที่เป็นตัวหลักก็คือ ไฟเซอร์ และ โมเดอร์นา 

นอกจากนี้ก็กำลังพัฒนาวัคซีนของตัวเองเป็นชนิดmrnaด้วยมาดูกันที่กัมพูชาในตอนนี้ที่กำลังปูพรมฉีดวัคซีนเพื่อรับมือกับโควิด-19ระลอกใหม่ตั้งแต่เดือนที่แล้วจนถึงมาเป็นอันดับที่สองทางกัมพูชาเขาได้ใช้วัคซีนทั้งหมด3ตัวด้วยกันเป็นของจจีน2ตัวก็คือ ซิโนฟาร์ม และ ซิโนแวค อีกตัวนึงเป็นของ วัคซีนแอสตราเซเนกาจากโครงการโคแวกซ์ขององค์การอนามัยโลก

ส่วนประเทศสุดท้ายคืออินโดนีเซียที่อินโดนีเซียได้ใช้วัคซีนไปแล้ว22ล้านโดสดูเหมือนจะเยอะใช่ไหมแต่ประชากรของเขามีมากขึ้น270ล้านคนเพราะฉะนั้นอัตราส่วนก็คือ8.1ล้านโดสต่อประชากร100คน

 

สนับสนุนโดย  เว็บหวยออนไลน์ เชื่อถือได้

จับตาสัญญาณเตือนไวรัสโควิดระบาดใหม่ในจีน

      จากการที่ก่อนหน้านี้ประเทศจีนได้มีการตรวจพบว่าที่เขียงปลาซึ่งเป็นเขียงเอาไว้สำหรับแรกเนื้อปลาแซลมอนในตลาดสดแห่งหนึ่งนั้นมีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่หลังจากนั้น ก็มีการออกสำรวจตลาดสดเกือบทุกตลาดในประเทศจีนซึ่งปรากฏว่าที่ตลาดขายหมูก็มีการพบเชื้อไวรัสโคโรนาที่เขียงหมูในตลาดเช่นเดียวกันซึ่งที่ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดขายหมูขนาดใหญ่

ซึ่งในแต่ละวันนั้นจะต้องมีการขายหมูมากกว่า 3000 ตัวด้วยกันอีกครั้งที่ตลาดแห่งนี้มีคนมาเดินจับจ่ายซื้อของกันเป็นจำนวนมากในแต่ละวันนั้นมีคนมากกว่า 2 หมื่นคนที่ต้องไปเดินตลาดแห่งนี้ทำให้เป็นไปได้ว่าตลาดแห่งนี้นั้นอาจจะมีการเป็นแหล่งแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนารอบ 2 ก็เป็นได้

ซึ่งในขณะนี้ทางการจีนพบว่ามีประชาชนที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรนาไปทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจำนวน 157 คนแล้วอย่างไรก็ตามตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามหาว่าต้นเหตุของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนานั้นมาจากที่ไหนบ้างซึ่งกำลังพยายามทำการตรวจสอบตลาดสดทุกแห่งที่มีอยู่ในประเทศจีนอยู่และแน่นอนว่าจากการที่อยู่ๆก็มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทำให้ทางการของจีนนั้นของออกมาพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของการประกาศปิดตลาดและการล็อคดาวใหม่อีกครั้งหนึ่ง

โดยมองว่าจะต้องมีการล็อกดาวน์ตลาดที่เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรครวมถึงตลาดบริเวณโดยรอบและเมืองบริเวณรอบๆตลาดที่มีการพบเชื้อไวรัสโคโรน่าเอาไว้ก่อนเพื่อเป็นการหยุดการกระจายของไวรัสโคโรน่าซึ่งมาตรการนี้ส่งผลให้เกิดการปิดการเรียนการสอนสำหรับโรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ความเสี่ยงรวมถึงมีการยกเลิกเที่ยวบินในเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอีกด้วยอย่างไรก็ตามหลายประเทศมองว่าหรือนี่จะเป็นการกลับมาระบาดของไวรัสโคโรนารอบใหม่ของประเทศจีน

ซึ่งทางการจีนนั้นคงจะต้องมีการหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาหากว่าสามารถแก้ไขการระบาดของไวรัสโคโรนารอบ 2 ได้ก็ควรจะต้องมีการออกมาตรการคุมเข้มเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนารอบสามอีกอย่างไรก็ตามสำหรับคนที่อื่นๆที่ไม่พบการแพร่ระบาดของทางประเทศจีนก็จะยังคงเปิดให้บริการให้ประชาชนใช้ชีวิตกันได้ตามปกติเพียงแค่ประมาณ 20 เขตในพื้นที่โดยรอบของจุดที่มีการระบาดเท่านั้นที่จะมีการประกาศให้ล็อคดาวน์ และบุคคลที่อยู่ในแหล่งที่มีการแพร่ระบาดนั้นจะถูกสั่งห้ามออกนอกพื้นที่จนกว่าจะสามารถควบคุมการระบาดไว้ได้

 

สนับสนุนโดย.    918kiss ฝากไม่มีขั้นต่ำ

คนไข้เมากร่าง ไม่พอใจเจ้าที่ จนทำร้ายเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล

           เมื่อวันที่ 31 เดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2564 ได้มีกระแสวิจารณ์กันอย่างหนักหลังจากที่มีข่าวและคลิปเกี่ยวกับคนไข้ที่ไป ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งและคนไข้รายนี้ได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย รปถ ภายในโรงพยาบาลแห่งนี้  เลยโรงพยาบาลดังกล่าวนั้นเป็นโรงพยาบาลอยู่บนถนนเพชรบุรี ชื่อว่าโรงพยาบาลเพชรเวช

          จากในคลิปนั้นจะเห็นว่าคนไข้ผู้ชายได้มีการโวยวายและลงมือทำร้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เดินเข้ามาเพื่อระงับเหตุการณ์หลายคนที่เห็นคลิปดังกล่าวรวมถึงการฟังข่าวจากสื่อต่างๆทำให้มองว่าชายคนไข้นั้น  ทำรุนแรงกับเจ้าหน้าที่เกินกว่าเหตุซึ่งจากข้อมูลที่มีการพูดคุยกับชายคนที่อยู่ในคลิปและเป็นคนที่ลงมือทำร้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั้นระบุว่า  ตัวเขาเองนั้นเดินทางมาที่โรงพยาบาลเนื่องจากว่ามีอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก  ซึ่งเป็นผลมาจากการดื่มสุรามากจนเกินไป

          อย่างไรก็ตามหลังจากมาที่โรงพยาบาลแล้วเจ้าหน้าที่พยาบาลได้ให้เขาไปทำการตรวจเลือดและสิ่งที่ทำให้เขาไม่พอใจนั่นก็เพราะว่าเขาต้องนั่งรอผลตรวจเลือดนานเกินกว่า 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่ทราบผล  อีกทั้งระหว่างที่เขากำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำ เขาสังเกตุเห็นว่าพยาบาลได้มีการจับกลุ่มคุยกันและหันหน้ามามองที่เขา ทำให้เขาไม่พอใจ เพราะคิดว่าพวกพยาบาลกำลังนินทา

       ด้วยความไม่พอใจจึงได้หันไปสอบถามพวกพยาบาล ด้วยท่าทีที่ไม่ค่อยพอใจ และมีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็เข้ามา และตนเองเกรงว่า รปภ. จะทำร้ายร่างกายจึงได้มีการป้องกันตัว ด้วยกันใช้มือทุบ และตบเพียงเท่านั้นเอง  ทางคนไข้ที่ก่อเหตุยืนยันว่า สิ่งที่เขาทำไปเพราะเขาโมโห ที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้ทีไร ก็มักจะต้องรอนานทุกครั้งไป   

       และที่เขาต้องมารักษาตัวที่นี่ก็เพราะว่า เขาจำเป็นต้องมาใช้สิทธิ์ประกันสังคมกับโรงพยาบาลแห่งนี้นั่นเอง   จากคลิปเหตุการณ์ที่กำลังมีการเผยแพร่อยู่ในขณะนี้นั้น  คนไข้ที่ก่อเหตุยังบอกอีกว่า เป็นคลิปที่มีการตัดต่อมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเขายืนยันว่าถึงแม้จะมีการทำร้ายร่างกายกันจริง แต่ก็เกิดจากการที่ ทั้งพยาบาลและ รปภ. พูดจากับคนไข้ไม่ดีด้วยเช่นเดียวกัน

     เบื้องต้น ทางด้านผู้อำนวยการของโรงพยาบาล เพชรเวช กำลังตรวจสอบเป็นการภายในอยู่ ซึ่งคาดว่าจะมีการนำหลักฐานจากกล้องวงจรปิด แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับคนไข้ชายดังกล่าว ที่ลงมือทำร้ายเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจนได้รับบาดเจ็บหลายคนและเพื่อเป็นกรณีตัวอย่างไม่ให้คนไข้คนอื่นมาอาละวาดทำร้ายเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้อีก

 

สนับสนุนโดย .    กริลแอร์

ครูอิงทำร้ายเด็กเนอสเซอรี่ทั้งมืออุดปากถุงดำคลุมหัว 

โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ยังฉาวไม่หยุด ครูอิงทำร้ายเด็กเนอสเซอรี่ทั้งมืออุดปากถุงดำคลุมหัว 

            เป็นเรื่องที่น่าตกใจอีกครั้งหนึ่งเมื่อมีคลิปออกมาเผยแพร่อีกครั้งซึ่งในครั้งนี้เป็นคลิปใหม่ล่าสุดที่ทางผู้ปกครองของเด็กนักเรียนเพิ่งไปเจอมาหลังจากที่ได้มีการประสานงานกับทางโรงเรียนเขาตรวจสอบกล้องวงจรปิดด้วยเด็กในคลิปนั้นเป็นเด็กนักเรียนเพียงชั้นเนอสเซอรี่ซึ่งเด็กนักเรียนชั้นนี้จะมีอายุเพียงแค่ประมาณ 2 ขวบเท่านั้น

         โดยในคลิปดังกล่าวจะเห็นได้ว่าภายในห้องเรียนนั้นจะมีครูอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 คนมีคู่หนึ่งคนที่พยายามเอามืออุดตรงบริเวณใบหน้าของเด็กพร้อมกับกดเด็กลงที่พื้นอีกทั้งยังเอาถุงครอบหัวเด็กซึ่งถ้าดูจากในคลิปจะเห็นได้ว่าเด็กพยายามดิ้นรนขัดขืนมาก   เหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับใครหลายๆคนที่ได้เห็นคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นอย่างมาก

       และเมื่อมีการตรวจสอบไปสอบพบว่า เหตุการณ์ที่เกิดในคลิปนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์  ซึ่งถ้าหากใครยังจำกันได้ดีก็จะเป็นโรงเรียนเดียวกับที่ผู้ปกครองกำลังร้องเรียนอยู่ในขณะนี้ว่าคุณครูชั้นอนุบาล 1 ทำร้ายร่างกายเด็ก

         แต่สำหรับคลิปใหม่นี้กับเป็นว่าเด็กนักเรียนชั้นที่น้อยกว่าเพราะถูกทำร้ายร่างกายเช่นเดียวกันเพราะเป็นเพียงแค่เด็กเนอสเซอรี่ ที่ผู้ปกครองนำมาฝากเลี้ยงเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามแต่ผู้ปกครองของเด็กที่อยู่ในคลิปได้ออกมาชี้แจงถึงรายละเอียดของคลิปว่า นี่เป็นเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น แต่ลูกชายของพวกเขายังถูกครูคนนี้ทำร้ายร่างกายอีกหลายวัน ซึ่งมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด ที่สำคัญตอนนี้น้องกลัวถุงดำไปแล้ว

              เพราะในคลิปจะมีภาพที่วันต่อมาครูคนดังกล่าวเอาถุงดำมาวางไว้ตรงหน้าเด็กก็มีท่าทีหวาดกลัวแล้ว สำหรับครูที่ก่อเหตุในครั้งนี้ไม่ใช่ครูจุ๋มแต่มีชื่อว่าครูอิง และครูอีก 2 คนในห้องก็ยืนมองดูเหตุการณ์ที่ครูอิงทำร้ายเด็กโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะห้ามปรามเลยทำให้ ผู้ปกครองของเด็ก กำลังประสานงานกับทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร พาไปแจ้งความดำเนินคดีกับครูทั้งสามคน 

       หากพ่อแม่คนไหน ที่ได้มาเห็นว่าลูกที่ตัวเองเฝ้าทนอม ถูกทำร้ายร่างกายแบบนี้คงเจ็บปวดมาก พ่อของเด็กยังบอกอีกว่า เขาเห็นว่ากลับมาจากโรงเรียนลูกมีรอยเขียวช้ำตลอด แต่คิดว่าลูกเล่นกับเพื่อน พอมาเจอแบบนี้รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก 

    สำหรับเด็กนักเรียนที่ถูกครูอิงทำร้ายร่างกายนี้ เรียกได้ว่าโดนหนักกว่าเด็กนักเรียนคนอื่นอื่นเลยทีเดียว และยังถูกทำร้ายหลายต่อหลายครั้งอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  สูตรหวยแม่นๆเข้าทุกงวด

มูลนิธิปวีณาลงพื้นที่ไปช่วยคุณยายวัย 79

   มูลนิธิปวีณาลงพื้นที่ไปช่วยคุณยายวัย 79  ที่ถูกลูกสาวขังไว้ในคอนโด 

          เมื่อวันที่ 20 เดือนตุลาคมปีพ. ศ. 2563    เดือนตุลาคมปีพศ2563 มูลนิธิ มูลนิธิของคุณได้รับแจ้งจากชาวบ้านในเขตพื้นที่ลาดพร้าวว่าให้เข้าไปช่วยเหลือหญิงชราคนหนึ่งซึ่งเธอถูกขังไว้ในคอนโดที่พักโดยพลเมืองดีบอกว่าหญิงวัยชรานอกจากจะถูกขังแล้วยังไม่ถูกลูกสาวของเขาทำร้ายร่างกายและดุด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายอยู่เสมอซึ่งเพื่อนบ้านในคอนโดต่างก็เห็นและรู้สึกสงสารจึงอยากให้ทางมูลนิธิและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยดำเนินการทางคุณยายออกไปจากห้องขัง

       เมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิของคุณปวีณาหงสกุลพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงคอนโดดังกล่าวตามที่มีการแจ้งเอาไว้ก็พบว่ามีคุณยายอายุ 79 ปีคนหนึ่งกำลังตะโกนร้องขอความช่วยเหลือให้ข้างห้องมาช่วยเปิดประตูให้ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเห็นว่าห้องที่คุณยายอยู่อาศัยนั้นมีการล็อคกุญแจเอาไว้จากด้านนอกเป็นลักษณะของการคุมขังคุณยายเอาไว้จึงได้พาคุณยายไปที่สถานีตำรวจและได้ประสานงานติดต่อลูกสาวของคุณยายให้ติดตามไปที่สถานีตำรวจด้วย

          ซึ่งเมื่อคุณยายได้มีการพูดคุยกับคุณปวีณาหงสกุลและเจ้าหน้าที่ตำรวจคุณยายยืนยันว่าเธอจะไม่แจ้งความดำเนินคดีกับลูกสาวแต่ยอมรับว่าลูกสาวนั้นได้ทำร้ายร่างกายเธอจริงอีกทั้งยังตบตีและดุด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายโดยคุณยายยืนยันไม่อยากจะกลับไปอยู่กับลูกสาวอีกแต่ขอไปอยู่ที่อื่นแทนซึ่งทางด้านคุณปวีณาหงสกุลได้มีการประสานงานไปที่บ้านพักคนชราบางแคเพื่อขอนำตัวคุณยายไปอาศัยอยู่ที่นั่น   โดยเมื่อคุณยายรู้ว่าจะต้องไปอยู่บ้านพักคนชราที่บางแคคุณยายก็มีท่าทีอาการดีใจเป็นอย่างมาก

           อย่างไรก็ตามคุณยายจะต้องถูกส่งตัวไปทำการตรวจสอบเพื่อเข้ามาตรการระบบป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรน่าก่อนที่บ้านมิตรไมตรีหลังจากครบ 14 วันแล้วถึงจะส่งตัวไปที่บ้านบางแคอีกครั้งหนึ่ง

          ส่วนทางด้านลูกสาวของคุณยายนั้นเมื่อได้รับการแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รีบไปที่สถานีตำรวจตรงบริเวณถนนลาดพร้าวทันทีและได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองนั้นได้มีการกักขังแรกของตนเองเอาไว้จริงสาเหตุนั้นก็เพราะว่าแม่นั้นอายุมากแล้วและมีอาการหลงลืมๆจึงเกรงว่าหากปล่อยเอาไว้แม่อาจจะหายออกไปจากบ้านเพราะเธอนั้นต้องออกไปทำงานและไม่มีเวลาดูแม่โดยเธอนั้นได้มีการเช่าห้องให้แม่อยู่อีกห้องหนึ่งและเธอเช่าห้องข้างๆอยู่อีกห้องหนึ่ง

               ส่วนสาเหตุที่เธอทำร้ายแม่พร้อมทั้งด่าพ่อแม่นั้นเธอยอมรับว่าเป็นความจริงโดยเธอระบุว่าเกิดจากการที่เธอเครียดเพราะเธอนั้นได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรน่าครอบครัวของเธอนั้นจำเป็นต้องขายบ้านและย้ายมาอยู่คอนโดกันเธอเองก็ต้องหาเงินช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวทำให้ในแต่ละวันนั้นเธอมีความเครียด  จะมีบางครั้งที่เธออาจจะลงมือทำร้ายร่างกายแม่ของเธอเอง

 

ขอบคุณ  สูตร sexy baccarat   ที่ให้การสนับสนุน