หนังสือจากโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง

หนังสือจากโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ระบุให้คุณครูสอนให้เด็กรู้จักเพศของตนเองที่แท้จริง

           กำลังเป็นกระแสอย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์เมื่อมีการนำหนังสือที่ออกจากผู้บริหารของโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งนำมาโพสต์ใน Facebook ซึ่งเอกสารดังกล่าวนั้นเป็นเอกสารที่ทางผู้บริหารส่งถึงผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนชื่อดังที่อยู่ในเครือข่ายทุกโรงเรียนโดยมีการระบุว่าผู้อำนวยการควรจะต้องมีการแนะนำคุณครูที่สอนเด็กนักเรียนให้รู้จักดูแลเอาใจใส่เด็กนักเรียนที่ตนเองดูแลอยู่และพยายามให้สอนเกี่ยวกับเรื่องของเพศที่ตนเองกำลังเป็นอยู่โดยให้สอนเรื่องของการเป็นเพศชายและเพศหญิงและระบุว่าไม่ควรสอนให้เด็กนั้นเบี่ยงเบนไปในเพศที่สามโดยยังระบุอีกด้วยว่าหากโรงเรียนน้ำปล่อยให้มีเด็กนักเรียน

ที่กลุ่มเพศที่สามเข้ามาเรียนมากก็จะทำให้ผู้ปกครองคนอื่นๆนั้นไม่อยากส่งบุตรหลานของตนเองมาเรียนหนังสืออีกทั้งยังระบุด้วยว่าหากโรงเรียนนั้นปล่อยให้มีเด็กประเภทที่ 3 มาเรียนโรงเรียนหนังสือที่โรงเรียนของตนเองเยอะมากเกินไปก็จะทำให้ชื่อเสียงของโรงเรียนเสริมเสียได้อย่างไรก็ตามเมื่อมีการแชร์ข้อความนี้ออกมาทำให้คนในโลกออนไลน์ต่างก็มาลงต่อว่าผู้บริหารคนดังกล่าวที่มีวิสัยทัศน์ครับแค่เกี่ยวกับเรื่องของเพศที่สาม โดยมองว่าปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนๆต่างก็ออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้กลุ่มเพศที่ 3 ด้วยกัน

ทั้งนั้นซึ่งทางผู้บริหารของโรงเรียนเองก็ไม่ควรที่จะใจคอคับแคบเพราะไม่มีผู้ปกครองคนไหนอยากให้ลูกหลานของตนเองนั้นเกิดมาผิดเพศหรือเลือกเพศไม่ถูกอย่างแน่นอนแต่เมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นไปแล้วทุกคนก็ควรจะต้องเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการเป็นเพศที่สามซึ่งหลายประเทศนั้นก็ออกมายอมรับการมีบทบาทของเพศที่สามกันอย่างกว้างขวางในขณะเดียวกันทำไมผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งนี้

ถึงได้ออกมาต่อต้านเกี่ยวกับเพศที่สามซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการกดขี่ข่มเหงการเป็นมนุษย์ด้วยกันเองและที่สำคัญโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนเอกชนซึ่งมีค่าเทอมค่อนข้างสูงดังนั้นควรจะมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลมากกว่านี้ผู้บริหารจึงไม่ควรมีนิสัยเหมือนกับที่อยู่ในกะลา

        อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับหนังสือที่กำลังมีการวิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้ไม่ได้มีการระบุเอาไว้ว่าเป็นของโรงเรียนเอกชนที่ชื่อว่าโรงเรียนอะไรและเป็นของจังหวัดอะไรยังคงเป็นเรื่องที่มีการต่อว่ากันอยู่ในโลกออนไลน์เท่านั้นโดยผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าวยังไม่ได้มีการออกมาพูดหรือมาชี้แจงเกี่ยวกับเอกสารที่มีการหลุดรอดออกมาสู่กระแสสังคมออนไลน์นี้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นหมายถึงเรื่องอะไรเราคงจะต้องรอดูกันต่อไปว่าผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าวจะออกมาชี้แจงแบบไหนเพื่อให้สังคมนั้นเข้าใจโรงเรียนได้มากขึ้น

 

 

สนับสนุนโดย  rb88 ฟรี 300

ข่าวปลัดกินเหล้าในสถานที่ราชการแล้วอ้างว่าเป็นขวดน้ำปลา ลูกสาวขอชี้แจงพ่อไม่ได้พูด

         จากที่มีข่าวก่อนหน้านี้ออกมาเมื่อประมาณ 2 วันที่แล้วเกี่ยวกับข้าราชการปลัดอําเภอแห่งหนึ่ง ที่ทำงานอยู่ในอำเภอของจังหวัดสิงห์บุรีได้มีคลิปและภาพออกมาเผยแพร่เกี่ยวกับเรื่องของการตั้งวงกินเหล้ากันในสถานที่ราชการและที่สำคัญนั้นยังเป็นเวลาทำงานซึ่งหลังจากคลิปดังกล่าวมีการหลุดออกมานั้นนักข่าวได้มีการไปสัมภาษณ์ประวัติคนดังกล่าว

ซึ่งปลัดได้มีการบอกว่าในคลิปดังกล่าวไม่ใช่เป็นการตั้งวงกินเหล้าแต่เป็นขวดโซดากับน้ำแข็งที่เอาไว้ใช้ผสมน้ำกินเป็นขวดที่เห็นคล้ายกับว่าเป็นขวดเหล้านั้นเป็นขวดที่ใส่น้ำปลาแต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีข่าวนี้ออกมาปรากฏว่าคนที่ได้ดูข่าวต่างก็พากันหัวเราะกับการออกมาแถของปลัดคนดังกล่าวที่เปลี่ยนจากขวดเหล้ามาเป็นขวดน้ำปลาอย่างไรก็ตามวันนี้ทางด้านลูกสาวของนายปลัดคนนั้นได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมผ่านทางเพจหนึ่งว่าที่จริงแล้วในช่วงที่พ่อของเธอซึ่งเป็นปลัดที่อยู่ในข่าวให้สัมภาษณ์นั้นพ่อของเธอไม่ได้ให้สัมภาษณ์ว่าขวดนั้นเป็นขวดน้ำปลา

แต่พ่อของเธอบอกว่าขวดดังกล่าวนั้นเป็นขวดน้ำผึ้งป่าซึ่งนักข่าวนั้นฟังผิดแล้วนำไปเขียนและนำไปอ่านข่าวในทางที่ผิดสื่อออกมาไม่ตรงทำให้มีหลายคนที่ได้เสพข่าวแล้วเกิดการหัวเราะเยาะกับข้อความที่พ่อของเธอได้พูดออกไปอย่างไรก็ตามเธอต้องการที่จะออกมาแก้ข่าวในเรื่องนี้เพราะเธอรู้สึกไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องการออกมาพูดถึงข่าวของพ่อของเธอในครั้งนี้

แต่อย่างไรก็ตามเธอได้ออกมายืนยันแล้วว่าภาพจากในคลิปที่เห็นนั้นเป็นภาพที่พ่อของเธอนั้นได้มีการตั้งวงกินเหล้ากันในสถานที่ราชการจริงซึ่งเธอได้บอกพ่อของเธอไปแล้วว่าให้พ่อของเธอนั้นรับผิดและยอมรับการลงโทษทางวินัยจะดีกว่าโดยพ่อของเธอบอกว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนช่วงปีใหม่ของปีที่แล้ว

          สำหรับข่าวปลัดกินเหล้าแล้วออกมาแก้ข่าวว่าเป็นขวดน้ำปลาหรือแม้แต่ลูกสาวจะออกมาแก้ข่าวว่าเป็นน้ำผึ้งป่าก็ตามแต่แต่ท้ายที่สุดแล้วนั่นก็คือการตั้งวงกินเหล้านั่นเองประเด็นที่มีการพูดถึงกันอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่ประเด็นว่าขวดดังกล่าวนั้นเป็นขวดน้ำปลาหรือน้ำผึ้งป่าแต่ประเด็นคือมันคือขวดเหล้าหรือแอลกอฮอล์นี่เองซึ่งข้าราชการไม่ควรที่จะนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปกินในสถานที่ราชการและยิ่งตอนที่ต้องทำงานยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง

ประเด็นที่หลายคนพูดถึงนั่นหมายถึงว่าคุณกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่แต่กับนำเหล้าเข้ามาดื่มจึงควรจะได้รับบทลงโทษนั่นเองและเชื่อว่าคงไม่มีใครสนใจแค่ข้อความว่าขวดนั้นเป็นขวดน้ำปลาหรือขวดน้ำผึ้งอย่างแน่นอนเพราะทุกคนต่างก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าขวดนั้นไม่ใช่ทั้งขวดน้ำตาและขวดน้ำผึ้งแต่เป็นขวดเหล้าของแท้แน่นอน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ต่างประเทศ

ลุงขับรถแท็กซี่ถูกชายหนุ่มหัวร้อนทำร้ายร่างกายต้องเย็บถึง 9 เข็ม

           เมื่อวันที่ 27 เดือนพฤษภาคมปีพ.ศ 2563   2553 เวลาที่บริเวณถนนบางพฤกษ์ ได้มีเหตุการณ์รถมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนกับรถแท็กซี่เกิดขึ้นและทำให้ทั้งคู่เกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้นซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้นำคลิปวีดีโอออกมาเผยแพร่ซึ่งในคลิปจะเห็นได้ว่า

หลังจากที่มีการเฉี่ยวชนกันแล้วนั้นรถมอเตอร์ไซค์ล้มลงแล้วไปกระแทกรถกระบะอีกคันหนึ่งหลังจากนั้นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ก็เดินตรงมาที่รถแท็กซี่แล้วก็ใช้หมวกกันน็อคตีไปที่ชายชราที่ขับรถแท็กซี่แบบไม่ยั้งซึ่งชราไม่สามารถสู้แรงเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ได้เลยหลังจากทะเลาะวิวาทกันจนคนขับรถแท็กซี่เลือดตกยางออกแล้วทั้งคู่ต่างก็เดินทางไปที่โรงพัก

เพื่อแจ้งความดำเนินคดีโดยทางรถมอเตอร์ไซค์เองก็แจ้งความดำเนินคดีกับว่าแท็กซี่ที่ทำให้รถเขาล้มชนแท็กซี่เองก็แจ้งความดำเนินคดีในฐานทำร้ายร่างกายอย่างไรก็ดีจากการให้สัมภาษณ์ของรวมกับรถแท็กซี่นั้นระบุว่าตัวเขาเองนั้นขับรถมาเส้นถนนดังกล่าวเพื่อต้องการที่จะนำรถไปเข้าอู่หลังจากนั้นระหว่างที่ขับรถอยู่ดีๆเขาได้สังเกตเห็นว่ามีรถมอเตอร์ไซค์คันนึงขับตามมาโดยมีผู้หญิงนั่งซ้อนท้ายแต่รถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวพยายามตีคู่กับรถของตนและตะโกนด่าทอต่างๆนานา

รวมถึงใช้เท้าถีบรถของตนด้วยเสร็จแล้วเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ได้จอดให้หญิงสาวลงจากรถแล้วก็พยายามมาตีคู่รถของตนเองอีกครั้งหนึ่งรวมถึงขับปาดหน้าจึงเป็นสาเหตุให้ลุงขับรถแท็กซี่นั้นเบรคไม่ทันพุ่งชนรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวจนล้มจนมอเตอร์ไซค์กระเด็นไปชนกับรถอีกคันนึงข้างหน้าหลังจากนั้นลงขับรถแท็กซี่ก็จอดรถเพื่อต้องการจะเจรจากับรถมอเตอร์ไซค์

แต่เมื่อเปิดกระจกรถเท่านั้นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ก็เอาหมวกกันน็อคมาตีและต่อยหน้าที่หัวลงแท็กซี่ไม่ยั้งจนต้องไปหาหมอเย็บถึง 9 เข็มด้วยกันซึ่งขณะนี้ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไว้เรียบร้อยแล้วส่วนทางด้านเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์นั้นก็แจ้งความดำเนินคดีสู้กับลุงขับรถแท็กซี่เช่นเดียวกันแต่ไม่ยอมให้สัมภาษณ์นักข่าวเมื่อแจ้งความเสร็จก็วิ่งหนีนักข่าวกลับไปเลย

ส่วนภาพในคลิปจะเห็นได้ว่าลงทะเบียนรถแท็กซี่นั้นถูกทำร้ายร่างกายซึ่งในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาข้อมูลหลักฐานจากกล้องวงจรปิดอันอื่นๆเพิ่มเติมว่าเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นนั้นเป็นมาอย่างไรและต้องรอดูด้วยว่าบาดแผลของลุงขับรถแท็กซี่ที่ถูกทำร้ายร่างกายนั้นต้องพักนานเกิน 20 วันหรือไม่เพราะถ้าเกิดเกินก็ต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกับชายที่ขับรถมอเตอร์ไซค์

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame666

ชาวบ้านชวนกันฆ่าตัวตาย เพราะเครียดจากพิษโควิด-19

             อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้ประชาชนทุกคนต่างก็ได้รับความเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมากเพราะหลายคนมีอาชีพค้าขายก็ไม่สามารถออกไปขายของได้เพราะสถานการณ์โควิด-19 

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นการร้องเรียนมาที่สำนักงานขาวเลยชาวบ้านคนหนึ่งที่จังหวัดชลบุรีซึ่งเมื่อนักข่าวลงไปในพื้นที่เกี่ยวกับครอบครัวที่มีการร้องเรียนเข้ามา เมื่อไปถึงบ้านของคนที่ร้องเรียนและข่าวก็เห็นสภาพของบ้านของคนดังกล่าวว่าอยู่อาศัยด้วยการทำเพลิงอยู่มีสังกะสีเก่าๆและมีผ้าใบกั้นซึ่งบ้านหลังดังกล่าวมีกันอยู่ 3 คนซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมดโดยมีคนชราอยู่ 1 คน เมื่อนักข่าวได้สอบถามคนที่ร้องเรียนชื่อว่าคุณนวลศรีว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเธอก็ให้ข้อมูลกับนักข่าวว่าเธอต้องการความช่วยเหลือเนื่องจากว่าครอบครัวของเธอมีฐานะยากจน

โดยปกติแล้วเธอมีอาชีพขายส้มตำและไส้กรอกซึ่งเธอจะมีรถพ่วงข้างนำไปขายที่ตลาดอยู่เป็นประจำทุกวันโดยเธอจะมีเงินหมุนเวียนอยู่ที่ 4,000 บาทโดยเงินจำนวนดังกล่าวนี้เธอก็ไปกู้หนี้ยืมสินคนอื่นมาแต่หลังจากที่มีปัญหาเรื่องของไวรัส โควิด-19 ทำให้เธอไม่สามารถออกไปขายของได้ดังนั้นเธอจึงต้องอยู่บ้านและของที่เคยซื้อมาเพื่อจะนำไปทำส้มตำขายนั้นเธอก็เอามาทำกับข้าวกินบางอย่างก็เสียเน่าเปื่อยทิ้งก็ทิ้งไปตอนนี้ตัวเธอเองและพี่สาวไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท

ซึ่งในขณะที่นักข่าวสัมภาษณ์เธอก็ได้มีการเปิดหม้อข้าวให้นักข่าวดูว่าข้าวสารเธอไม่มีแล้วหม้อหุงข้าวของเธอก็ไม่มีข้าวสวยอยู่เลย ซึ่งเธอบอกว่าตอนนี้ชีวิตของเธอลำบากมาก ตอนนี้เจ้าหนี้นอกระบบมากวนทวงเงินเธอกับพี่สาวทุกวัน ซึ่งเธอบอกว่าเธอกับพี่สาวร้องไห้กันทุกวันเธอคิดมากไม่รู้จะหาเงินไปจากไหนไม่รู้จะประกอบอาชีพอะไร

เพราะไม่มีต้นทุนในการทำธุรกิจอีกแล้วซึ่งเธอกับพี่สาวยังคุยกันว่าจะชวนกันไปผูกคอตายแถวๆบ้านนี่แหละ

แต่เนื่องจากว่าพี่สาวของเธอไม่กล้าที่จะผูกคอตายแต่อยากไปโดดน้ำตายที่แม่น้ำบางปะกงแต่ก็ไปไม่ได้เพราะว่าไม่มีเงินค่ารถและอีกอย่างพวกเธอก็คิดได้ว่าหากว่าเธอตายไปแล้วแม่ที่ชราภาพของเธอจะอยู่ยังไงจะมีใครดูแลดังนั้นพวกเธอเลยไม่สามารถฆ่าตัวตายได้

แต่พวกเธอก็เริ่มดีใจขึ้นว่าเริ่มมีข่าวว่ามีคนเริ่มให้การช่วยเหลือคนที่มีฐานะยากจนเธอไม่รู้จะทำยังไงก็เลยส่งข้อมูลร้องเรียนมาถึงนักข่าวว่าให้เข้ามาช่วยเหลือเธอหน่อยเธอต้องการที่อยู่อาศัยที่สามารถเปิดร้านขายของที่หน้าบ้านได้เธอจะได้ประกอบอาชีพเป็นของตนเองและมีรายได้มาช่วยเหลือตัวเองว่าตอนนี้บ้านที่อยู่อาศัยของเธอมันเป็นแค่ชุมชนแออัดทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบกันทั้งนั้นจึงไม่มีใครที่จะสามารถมีเงินมาซื้อของได้

เครื่องเสียงเป็นเหตุ เปิดเสียงดังโดนยิงดับ

เหตุการณ์นี้เป็นเหตุสลดใจ เมื่อวัยรุ่นมีเรื่องกันและอีกฝั่งหนึ่งใช้ปืนลูกซองยิงเข้าหาอีกฝั่ง

ซึ่งลักษณะของปืนลูกซองกระสุนจะออกมาแบบกระจายซึ่งมือปืนได้รัวยิงไปหลายนัดทำให้อีกฝั่งคนที่ยืนอยู่หน้าสุดได้รับกระสุนไปเต็มเต็มทั้งตัวเลยซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผลทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 1 คนและบาดเจ็บอีกจำนวน 3 คน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ชลบุรี

โดยเหตุการณ์เลวร้ายนี้เกิดขึ้นบริเวณอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชโรธรณ์อยู่ที่อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ส่วนผู้เคราะห์ชื่อว่านายกิติชัย ซึ่งนายกิติชัยอายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้นได้โดนกระสุนปืนลูกซองยิงตั้งแต่หน้าอกและลามไปจนถึงลำคอเพราะกระสุนที่ยิงออกมา ยิงมาเป็นห่ากระสุนเลย มีสะเด็กกระสุนเต็มไปหมดซึ่งนับรวมสะเก็ดกระสุนที่ฝั่งอยู่ในร่างกายของนายกิติชัยนับแล้วไม่ต่ำกว่า 40 รู ซึ่งหลังจากที่นายกิติชัยโดนกระสุนปืนแล้วเพื่อนเพื่อนต่างก็รีบพากันนำร่างของนายกิติชัยรีบนำส่งโรงพยาบาล

แต่ยังไปไม่ทันถึงโรงพยาบาลนายกิติชัยก็มาเสียชีวิตเสียก่อน และนอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 3 คนคือ นายราชพัน อายุ 26 ปี , นายณัฐวุธ อายุ 24 ปีและนายสมคิดอายุ 45 ปี เรื่องของเรื่องที่ต้องมายิงกันในทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนแล้วพบว่าในวันดังกล่าวที่เกาะจันทร์ที่เป็นสถานที่เกิดเหตุได้มีการจัดการแข่งขันประชันเครื่องเสียงรถยนต์กัน

ซึ่งนอกจากจะประชันเสียงเครื่องเสียงรถยนต์กันแล้วยังมีการเปิดเพลงข่มกันไปข่มกันมา จนเป็นสาเหตุให้มีเรื่องทะเลาะวิวาทและชกต่อยกัน  และเมื่อชกต่อยกันได้สักพัก ฝ่ายที่ก่อเหตุเพลี่ยงพล้ำสู้ไม่ได้จึงได้พากันวิ่งหนี

และเมื่อวิ่งหนีไปแล้วก็ไปเอาอาวุธปืนมา พอมีปืนอยู่ในมือก็เริ่มไม่เกรงกลัวใครจึงได้ยิงปืนออกมาใส่กลุ่มคู่อริหลายนัด ซึ่งกระสุนที่ยิงเข้ามาโดนกลุ่มคู่อริหลายคนแต่โดนนายกิติชัยหนักมากที่สุดจนเป็นเหตุทำให้นายกิติชัยเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นอกจากจะมีปัญหาในเรื่องของการแข่งขันกันเปิดเพลงเสียงดังจนเกิดความไม่พอใจกันแล้วยังเกิดจากทั้งสองกลุ่มได้ดื่มสุราเข้าไปจึงทำให้ไม่มีความยับยั้งช่างใจ และมีความฮึกเหิมเพราะแต่ละกลุ่มก็คิดว่าตัวเองมีพวกเยอะกว่ากัน ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบว่ามือปืนเป็นใครและอยู่ระหว่างการจับกุมมาดำเนินคดี

พี่สาวแจง น้องไม่ไม่ฮุบเงินล้าน นายเจมาใช้จนนายเจต้องก่อเหตุฆาตกรรม

เกี่ยวกับข่าวคดีอดีตสามีบุกเข้าไปยิงอดีตภรรยาเสียชีวิตที่ห้างเซนจูรี ตรงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจนเสียชีวิต และในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จับตัวคนร้ายที่เป็นอดีตสามี ที่ลงมือก่อเหตุได้แล้ว แต่ว่าเรื่องราวยังไม่จบเพียงแค่นี้ เพราะว่าชาวสังคมโซเชียลต่างพากันพยายามค้นหาสาเหตุว่าทำไมชายคนดังกล่าวจะต้องนำปืนมายิงอดีตภรรยาของตัวเองด้วย

เพราะได้หย่าขาดจากกันแล้วและที่สำคัญต่างฝ่ายต่างก็มีคนใหม่แล้ว ซึ่งมีหลายคนไปโพสต์ข้อความเหมือนกับว่าที่ฝ่ายชายคือ นายเจ ต้องมาสังหาร อดีตภรรยาก็คือ น้องต่าย

นั่นก็เพราะว่าก่อนหน้านี้น้องต่ายไปเอาเงินของนายเจ มาเพื่อมาทำศัลยกรรม แล้วเมื่อได้เงินน้องต่ายก็ทิ้งนายเจ ทำให้เจโกรธแค้นจนต้องไปยิงน้องต่าย จนเสียชีวิต บ้างก็บอกว่าน้องต่ายเอาเงินไปซื้อรถป้ายแดง

ซึ่งเงินนั้นเป็นเงินของนาย เจ และเมื่อได้รถแล้วน้องต่ายก็ทิ้งนายเจ  ซึ่งทางญาติของน้องต่ายได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับ เรื่องนี้ว่าน้องต่ายไปซื้อรถยนต์ป้ายแดงมาจริงแต่ก็ไปกับนายเจ โดยทั้งคู่รวมเงินกันไปเพื่อจะไปออกรถใหม่ แต่ในวันนั้นที่เดินทางไปทางโชว์รูมรถมีโปรโมชั่นพิเศษคือซื้อรถป้ายแดงฟรีเงินดาวน์

และยังมีให้จับคูปองหากเป็นผู้โชคดี จะได้รถป้ายแดงฟรีอีกคัน ซึ่งวันนั้น น้องต่ายกับนายเจ จับได้รถฟรีอีกครั้งทั้งคู่จึงตกลงกันว่ารถป้ายแดงที่ได้มาฟรีจะขายคืนให้กับศูนย์รถยนต์แล้วเปลี่ยนเป็นเงินแทนซึ่งในวันนั้นได้เงินมาประมาณล้านกว่าบาท และก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ยิงน้องต่ายขึ้น ทางด้านนายเจ ได้มีการโพสต์ขอ้ความว่าเมียหาย

ทำให้คนที่เข้ามาเห็นเฟสของนายเจ นำเรื่องราวมาประติดประต่อกันเองว่า น้องต่ายหลอกเอาเงินนายเจ แล้วหนีไป ซึ่งทำให้นายเจ โกรธจนต้องไปลงมือฆ่าถึงที่ทำงานดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ทางพี่สาวของน้องต่ายออกมาเล่าให้นักข่าวฟังว่าเงินหนึ่งล้านกว่าบาทที่ได้มานั้น นายเจเป็นคนเอาไปใช้ทั้งหมดมีแบ่งซื้อทองให้น้องต่ายนิดหน่อยเท่านั้นส่วนเงินที่เหลือนายเจได้นำไปจ่ายหนี้บัตรเครดิตและผ่อนงวดรถ ซึ่งน้องต่ายได้ขอเงินเพื่อไปซื้อมือถือให้ลูกแต่นายเจ

ก็ไม่ยอมทำให้น้องต่ายเริ่มตีตัวออกห่างเพราะเห็นแล้วว่านายเจเป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่ยอมแบ่งเงินแม้จะนำมาซื้อของให้ลูกและยังมีการตบตีน้องต่ายอยู่เป็นประจำ ทำให้น้องต่ายต้องขอเลิกกับนายเจและเป็นเหตุผลที่นายเจ ตามง้อขอคืนดีแล้วน้องต่ายไม่ยอมคืนดีด้วยและเป็นสาเหตุให้นายเจก่อเหตุยิงน้องต่าย

ข่าวเด็ก 14 ไลฟ์สดทำร้ายเด็กอายุหนึ่งขวบ

เด็ก 14 ไลฟ์สดทำร้ายเด็กอายุหนึ่งขวบพร้อมขู่จะฆ่าหากแม่เด็กไม่มาเอาลูกคืน

ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อคลิปที่มีเด็กชายคนหนึ่งกำลังทำร้ายเด็กชายตัวน้อยซึ่งคาดว่าอายุน่าจะประมาณเพียงแค่ 1 ขวบเท่านั้นซึ่งภาพจากในคลิปจะเห็นว่าเด็กชายคนดังกล่าวมีการด่าทอเด็กและใช้เท้าถีบเด็กที่กำลังนั่งร้องไห้และยังใช้มือพบหน้าเด็กอีกหลายครั้งจนเด็กล้มกลิ้งอยู่ใกล้ใกล้

ซึ่งภายในคลิปเด็กชายคนดังกล่าวยังได้พูดข่มขู่คนเป็นแม่ของเด็กว่าให้มารับเด็กภายใน 2 วันไม่เช่นนั้นจะฆ่าเด็กคนนี้ให้ตาย ซึ่งมีคนที่เห็นการไลฟ์สดในครั้งนี้ได้ทำการอัดคลิปเอาไว้แล้วส่งให้มูลนิธิปวีณาเพื่อให้เข้าไปช่วยเหลือเด็กคนดังกล่าว พร้อมกันนี้คนในโซเชียลต่างการแช่คลิปดังกล่าวเพื่อให้คนที่อาจจะรู้จักคนในคลิปช่วยกันบอกที่อยู่ตามในคลิปเพื่อที่จะได้ไปช่วยเหลือเด็กชายไว้ได้

ซึ่งจากความร่วมมือของคนในโลกโซเชียลผลปรากฎว่าสามารถหาที่อยู่ของคนที่ทำร้ายเด็กน้อยวัยหนึ่งขวบได้แล้ว ซึ่งเมื่อไปพบจึงได้รู้ว่าชายคนที่โพสต์ทำร้ายเด็กโชว์ในเฟสบุ๊กนั้นอายุเพียงแค่ 14 ขวบเท่านั้นเองซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับตัวเด็กวัยรุ่นอายุ 14 ปีไปเพื่อแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายโดยจะมีการส่งต่อไปที่ศูนย์เยาวชน และทางคุณปวีณาเองก็ได้รับตัวเด็กอายุหนึ่งขวบไปที่มูลนิธิพร้อมทั้งประสานงานไปที่แม่ของเด็กให้มารับตัวลูก จากการสอบถามเด็กวัย 14 ปีว่าเหตุใดจึงต้องทำเช่นนั้น

ก็ได้ความว่าเขารู้สึกโมโหแม่ของเด็กที่เอาลูกมาทิ้งไว้แล้วไม่กลับมาดูแลลูกเลย ซึ่งตัวเขาเองไม่อยากจะเลี้ยงเด็กอายุหนึ่งขวบคนนี้ทำให้เขาโมโหจนต้องทำร้ายเด็กเพื่อโชว์ให้แม่เด็กเห็นเพื่อที่แม่เด็กจะได้รีบมารับลูกไปเลี้ยงเอง  ซึ่งในตอนนี้แม่เด็กหนึ่งขวบได้มารับลูกไปเลี้ยงเองแล้วส่วนเด็กวัย 14 ปีที่โพสต์คลิปทำร้ายเด็กน้อยก็ถูกจับกุม

ตามรายงานข่าวไม่ได้ระบุว่าเหตุการณ์ที่เด็กชายวัย 14 ปีทำร้ายหลานของตนเองในผู้ใหญ่ทีอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันจะรู้เรื่องด้วยหรือไม่ ซึงคาดว่าอาจตะมีการรู้เห็นในการทำร้ายร่างกายเด็กในครั้งนี้เพราะว่าตอนที่เด็กถูกทำร้ายเด็กร้องไห้เสียงดังมากซึ่งหากคนในบ้านไม่สนับสนุนให้เด็กอายุ 14ปีทำก็ต้องมีเข้ามาช่วยเหลือเด็กหนึ่งขวบบ้างแล้วแต่ในคลิปจะเห็นได้ว่าไม่มีใครที่เข้ามาช่วยเด็กน้อยเลย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะต้องมีการสืบสวนต่อไป