อังกฤษรับสมัครหาหนูทดลองยาแก้ไวรัสโควิด-19

              มีประกาศออกมาจากนักวิทยาศาสตร์ในเมืองลอนดอนประเทศอังกฤษว่า มีการขอเปิดรับที่จะมารับเชื้อไวรัสเข้าร่างกายและจะนำไปทดสอบกับตัวยาที่กำลังผลิตออกมาเพื่อเป็นการทำวัคซีนในการฆ่าเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 โดยการันตีว่าจะจ่ายเงินให้อย่างงามในการมาเป็นหนูทดลองในครั้งนี้ โดยจะจ่ายให้คนละหนึ่งแสนสี่หมื่นสามพันบาท 

ซึ่งข้อมูลนี้ได้มีการเผยแพร่ออกมาจากทางศูนย์วิจัย Queen Mary BioEnterprises Innovation Centre  ถึงการที่จะมีการเปิดรับสมัครคนที่จะมาอาสาเป็นผู้ที่ติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19  เพื่อที่นักวิทยาศาสตร์จะได้ทำการทดลองเพื่อหาวัคซีนที่จะนำมาต้านไวรัสชนิดนี้ให้ได้ โดยมีการระบุออกมาจากทาง ศูนย์วิจัย Queen Mary BioEnterprises Innovation Centre ว่าจำนวนคนที่ติดเชื้อไวรัสที่ทางศูนย์วิจัย Queen Mary BioEnterprises Innovation Centre  ต้องการนั้นเป็นจำนวน ทั้งสิ้น  24 คน

และแต่ละคนจะได้รับเงินตอบแทนจากการเสียสละตัวเองในครั้งนี้คนละ สามพันห้าร้อยปอนด์ หรือถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ราวราว หนึ่งแสนสี่หมื่นสามพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบบาทไทย  โดยทางศูนย์วิจัย Queen Mary BioEnterprises Innovation Centre ได้ออกมาบอกขั้นตอนการทำงานว่าอาสาสมัครทั้งหมด 24 คนจะต้องถูกฉีดเชื้อไวรัสเข้าไปในร่างกายทั้งหมด 2 ชนิดก็คือ 0C43 และ 229E ซึ่งเชื้อไวรัสทั้งสองชนิดจะทำให้ร่างกายของคนที่ถูกฉีดเชื้อเข้าไปอ่อนแรงลง หลังจากนั้นอาสาสมัครทั้งหมดจะได้รับการฉีดวัคซีนที่เป็นยาต้านเข้าไปให้

แล้วหลังจากนั้นก็จะมีการสังเกตอาการ เพื่อดูว่าวัคซีนที่ฉีดเข้าไปให้นั้นได้ผลดีหรือไม่ สามารถกำจัดเชื้อไวรัสโควิด -19 ได้หรือเปล่า โดยอาสาสมัครทั้ง 24 คนจะถูกจับให้แยกกันเพื่อเฝ้าดูอาการของแต่ละคนเป็นเวลาทั้งสิ้น  14 วัน  โดยในระหว่างที่ทั้ง 24 คนเข้ารับการทดลองในครั้งนี้มีกฎว่าห้ามติดต่อกับบุคคลภายนอกอย่างเด็ดขาด

ไม่ยกเว้นแม้แต่ญาติญาติของพวกเขาเหล่านั้น การใช้ชีวิตในแต่ละวันจะต้องปฏิบัติตามที่ทางศูนย์วิจัยกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่กิน หรือการจะทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่จะต้องได้รับการอนุญาตจากทางศูนย์วิจัยก่อนเท่านั้น  ซึ่งวัคซีนที่กำลังทดลองกันในครั้งนี้ถูกผลิตและพัฒนามาจากบริษัท Hvivo 

การทดลองในครั้งนี้ทางศูนย์วิจัยยืนยันว่ามีความปลอดภัย เพราะทุกขั้นตอนในการทำจะอยู่ภายใต้การดูแลของสาธารณสุข  และที่สำคัญหลังจากที่อาสาสมัครทั้งสี่คนได้รับการฉีดเชื้อไวรัสเข้าไปในร่างกายแล้ว  อาสาสมัครทุกคนจะมีแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยแพทย์เองก็มีการป้องกันด้วยการใส่ชุดที่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ด้วย

 

สนับสนุนโดย  v9bet

ลูกน้องลาจัดงานศพพ่อแต่หัวหน้าไลน์ให้กลับไปทำงาน

          กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชี่ยวอย่างมากในขณะนี้ที่มีลูกจ้างคนหนึ่งนำข้อมูลการสนทนากับหัวหน้างานทางไลน์ออกมาแฉเกี่ยวกับการสนทนากับหัวหน้างานทางไลน์โดย ลูกจ้างคนดังกล่าวได้มีการโทรลางานกับหัวหน้างานแล้วว่าจะขอหยุดเพื่อจัดงานศพของพ่อ แต่ทางหัวหน้างานไม่ยอม บอกให้ลูกจ้างคนดังกล่าวกลับมาทำงานได้แล้วเพราะลาหยุดมาเยอะแล้ว ส่วนเรื่องงานศพของพ่อ ทางหัวหน้างานแนะนำว่าให้ไปร่วมงานในตอนกลางคืนส่วนกลางวันนั้นลูกจ้างก็กลับมาทำงานได้ ซ้ำยังเขียนมาด้วยว่าควรมีความเกรงใจกันบ้าง

        เมื่อข้อความนี้ได้มีการเผยแพร่ออกไป ผู้คนที่เข้ามาอ่านต่างมีการแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากโดยต่างก็ต่อว่าหัวหน้างานที่ไม่น่าจะเขียนไลน์กลับมาตามลูกน้องแบบนี้ เพราะเป็นการลางานเพื่อจัดงานศพให้กับพ่อ ไม่มีใครที่พ่อตายแล้วไม่เสียใจ ใครจะมีจิตใจไปทำงานไหว ต่างก็ต้องเศร้าเสียใจกันทั้งนั้น

ทั้งนี้หลายคนยังต่อว่าไปถึงหัวหน้างานว่าไม่มีความมีเมตตา นิสัยการทำงานเหมือนของคนญี่ปุ่นเห็นแก่ตัว เห็นแก่บริษัทเป็นหลักโดยไม่คำนึงถึงจิตใจของลูกน้อง ซ้ำยังต่อว่าอีกว่า หัวหน้างานคงไม่มีพ่อไม่มีแม่ หรือถ้ามีก็คงยอมไปทำงานดีกว่าหยุดงานเพื่อจัดงานศพให้กับพ่อแม่

         จากข้อความไลน์ที่หลุดออกมา บ่งบอกว่าสังคมไทยกำลังเปลี่ยนไป นิสัยที่เคยมีเมตตาโอบอ้อมอารีย์ต่อกันกำลังจะค่อยๆหายไปจากสังคมไทย และเริ่มมีการเห็นแก่ตัวเองมากขึ้น อันที่จริงนิสัยการเห็นแก่ตัวเองนั้น ทุกคนมีด้วยกันอยู่แล้ว แต่บางครั้งควรจะต้องลดนิสัยความเห็นแก่ตัวลงบ้างในบางกรณี เรื่องนี้หากลองอ่านจากไลน์ที่หัวหน้าเขียนมาตามลูกน้องกลับไปทำงานนั้น

อาจเป็นไปได้ที่ว่าลูกน้องคนนี้ลาบ่อยมากแล้วตลอดทั้งปี ซึ่งอาจจะเกินที่บริษัทได้กำหนดไว้ ทางหัวหน้างานจึงได้ไลน์มาตามกลับไปทำงาน แต่หัวหน้างานก็ควรคิดสักนิดว่า การลาในครั้งนี้ถึงแม้อาจจะเป็นวันที่เกินจากที่บริษัทกำหนดแต่เป็นเรื่องที่สุดวิสัยจริงๆ มันจะน่าเกลียดมากหากตามลูกน้องกลับไปทำงานในช่วงเวลาที่เขาควรจะต้องแสดงความกตัญญูให้กับพ่อเป็นครั้งสุดท้าย

หัวหน้างานอาจใช้วิธีการหักเงินแทนก็ได้ แต่ควรให้ลูกน้องได้อยู่จัดงานศพให้กับพ่อ ควรคิดถึงใจเขาใจเราเพราะหากเป็นงานศพของคนในครอบครัวของหัวหน้าเอง เชื่อว่าหัวหน้างานก็คงอยากอยู่จัดงานให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปทำงาน สังคมไทยจะน่าอยู่ขึ้นหากเรามีเมตตาต่อเพื่อนร่วมงานด้วยกัน

 

สนับสนุนโดย  entaplay มือถือ

รับจ้างชงเหล้าแต่กลับถูกมอมยา

วัยรุ่นสาวอายุ 16 ปีหารายได้พิเศษด้วยการรับจ้างชงเหล้าแต่กลับถูกมอมยาโชคดีเพื่อนไปช่วยเหลือได้ทัน

     เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครปฐมโดยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับทราบเหตุจากที่ทางญาติของผู้ประสบเหตุนั้นไปแจ้งความโดยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเนื่องจากว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเธอนั้นเด้หาอาชีพเสริมด้วยการรับจ้างชงเหล้าซึ่งเมื่อวันที่ 27 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ได้มีผู้ว่าจ้างคนหนึ่งเป็นเพศชายได้ติดต่อว่าจ้างหญิงสาววัย 16 ปี

ให้ช่วยไปชงเหล้าที่บ้านเมื่อหญิงสาวเดินทางไปถึงเธอได้ทำการชงเหล้าตามปกติแต่เธอรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยจึงได้มีการส่งข้อความไปหาเพื่อนๆของเธอเลยบอกว่าเธอนั้นอยู่ที่ไหนและมีการส่งพิกัดสถานที่ที่เคยอยู่ไปให้กับเพื่อนพร้อมทั้งให้เพื่อนนั้นมารับเธอกลับอย่างไรก็ตามเมื่อเพื่อนของเธอนั้นเดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าวพบว่าหญิงสาววัย 16 ปี

ที่รับว่าจ้างในการชงเหล้านั้นนอนหมดสติอยู่โดยที่เสื้อผ้าของเธอนั้นมีร่องรอยการแกะกระดุมออกและทางผู้ว่าจ้างที่จ้างหญิงสาววัย 16 ปี- ไปนั้นก็ทำท่าทางไม่พอใจที่เพื่อนของหญิงสาวนั้นไปหาหญิงสาวที่บ้านอย่างไรก็ตามเพื่อนๆสามารถที่จะนำพาหญิงสาวคนดังกล่าวมารักษาตัวที่โรงพยาบาลซึ่งหลายคนเชื่อกันว่าหญิงสาวน่าจะถูกมอมยา

เนื่องจากว่าหญิงสาวนั้นหมดสติและไม่สามารถตอบสนองอาการได้อย่างไรก็ตามพ่อแม่ของหญิงสาวได้นำหลักฐานจากทางโรงพยาบาลนั้นเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการเชิญตัวเจ้าของบ้านผู้ชายคนดังกล่าวให้มารับทราบข้อกล่าวหา

      ช่วงนี้เรามักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับเรื่องของหญิงสาวนั้นถูกมอมเหล้าวางยาหรือแม้แต่ไม่ใช่หญิงสาวก็ตามซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวเกี่ยวกับเรื่องของคนที่ไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะแล้วถูกวางยาโดยการฉีดสารพิษเข้าไปในขวดน้ำที่วางเอาไว้บนโต๊ะซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของคนที่วางยานั้นต้องการที่จะนำตัวคนที่กินน้ำที่มียานอนหลับเข้าไปนั้นไปทำมิดีมิร้ายหรือต้องการที่จะชิงทรัพย์ส่วนเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็ใกล้เคียงกันเพราะเธอนั้นถูกวางยาโดยคาดว่าผู้ที่วางยานั้น

หวังที่จะข่มขืนเธอแต่โชคดีที่เธอไหวตัวทันและมีการโทรตามให้เพื่อนมารับกลับหรืออย่างเช่นเด็กสาววัย 18 ปีที่เสียชีวิตจากการที่ไปปาร์ตี้บ้านเพื่อนชายโดยเธอนั้นก็ถูกวางยาเช่นเดียวกันแต่เธอนั้นถูกวางยานอนหลับและวางยาเสพติดทำให้ร่างกายของเธอนั้นได้รับสารเสพติดเกินขนาดจึงทำให้เธอเสียชีวิตดังนั้นสาวๆในช่วงนี้หากใครที่ต้องทำงานพิเศษในลักษณะของการที่ออกไปเทคแคร์ลูกค้าถึงที่บ้านและไปคนเดียวต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษหรือใครก็ตามที่ไปปาร์ตี้กับเพื่อนก็อย่าไว้ ควรจะมัดระวังแก้วเหล้าหรือแก้วน้ำของตนเองให้ดี

 

สนับสนุนโดย  entaplay link

ดาราสาววัย 16 ปีของประเทศอินเดียตัดสินใจฆ่าตัวตายหลังถูกขู่จากโลกออนไลน์

        เป็นที่น่าเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของดาราสาวอายุ 16 ปีซึ่งเป็นดาราของประเทศอินเดียที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังโดยเธอนั้นมีคนติดตามมากมายหลายล้านคนในแอปพลิเคชั่น tiktok เธอเป็นดาราที่มีความสามารถและเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆคนโดยมีรายงานข่าวออกมาว่าเมื่อวันที่ 25 เดือนมิถุนายนปีพศ2563

พ่อกับแม่ของเธอนั้นพบว่าเธอเป็นศพเสียชีวิตภายในบ้านของตนเองและการฆ่าตัวตายซึ่งไม่ได้ระบุว่าเธอนั้นตัดสินใจฆ่าตัวตายแบบไหนอย่างไรก็ตามดาราสาวคนนี้ชื่อว่าศิญาเธอมีความน่ารักและเธอกำลังเป็นที่รู้จักของคนในโลกออนไลน์เป็นอย่างดีแต่เป็นเรื่องที่น่าเศร้าจากเรื่องที่พ่อแม่ของเธอได้ออกมาเปิดเผยว่า

ถึงแม้ว่าเธอจะมีชื่อเสียงโด่งดังและมีคนชื่นชอบในโลกออนไลน์แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนที่มีการส่งข้อความมาข่มขู่เธอและจะทำร้ายเธอมากมายเช่นเดียวกันแล้วพ่อแม่ของเธอเชื่อว่าสาเหตุที่เธอถูกข่มขืนนี่เองที่ทำให้เธอนั้นตัดสินใจที่จะฆ่าตัวตายทางด้านผู้จัดการส่วนตัวของเธอบอกว่าในช่วงหัวค่ำพวกเขายังคุยกันและศิยาไม่ได้มีท่าทีว่า

เธอมีปัญหาเดือดร้อนเรื่องอะไรหรือเธอคิดอยากจะฆ่าตัวตายเพราะเสียงของเธอนั้นก็ยังคงสดใสและพวกเขาก็ยังคุยโปรเจคในครั้งหน้าว่าจะทำโปรเจคอะไรกันต่อไปดังนั้นจึงไม่มีใครรู้เหตุผลที่แท้จริงว่าแท้ที่จริงแล้วสิยานั้นต้องการฆ่าตัวตายเพราะอะไรกันแน่ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นกำลังสืบหาสาเหตุของการเสียชีวิตของเธออยู่

       สำหรับเรื่องในครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งยังอยู่ในช่วงของวัยรุ่นเธอมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามและเธอกำลังมีอนาคตที่สดใสดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่เธอนั้นจะต้องมาจบชีวิตตนเองซึ่งแน่นอนว่าถ้าเธอเลือกที่จะฆ่าตัวตายนั้นแสดงว่าเธอจะต้องมีปัญหาส่วนตัวของเธอและคนที่ควรจะรู้ดีที่สุดว่าเธอมีปัญหาอะไรไหมก็คือพ่อแม่ของเธอรวมถึงผู้จัดการส่วนตัวของเธอแต่ทั้งพ่อแม่และผู้จัดการส่วนตัวก็ไม่มีใครยืนยันว่าเธอมีปัญหาอะไรเธอยังคงยิ้มแย้ม

ให้กับคนอื่นอยู่เสมอซึ่งแน่นอนว่าเธออาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าเป็นไปได้เพียงแต่ว่าเธอไม่ยอมแสดงอาการให้คนอื่นได้เห็นเท่านั้นเองดังนั้นเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ปกครองหลายๆคนได้เป็นอย่างดีว่าจริงไหมว่าลูกของเรานั้นจะมีหน้าตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใสแต่เราก็ควรจะสังเกตอาการของผู้เขาเรียกว่าลับหลังเรานั้นเขามีความทุกข์ความโศกเศร้าอะไร

ที่อยากจะระบายให้เราทราบหรือไม่ว่าที่จริงแล้วก็อาจจะถูกรังแกมาแต่ไม่กล้าที่จะมาเล่าให้เราฟังก็ได้และถ้าหากเขาทนไม่ไหวก็อาจจะจบชีวิตตนเองซึ่งถ้าเราจะมาสนใจมีแต่มันก็อาจจะสายเกินไปดังนั้นในช่วงที่พวกเขายังคงใช้ชีวิตอยู่กับเรานั้นจึงควรให้ความสำคัญกับลูกของเราให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

สนับสนุนโดย  entaplay

หนุ่มที่ขโมยมือถือสุดช็อคพบว่าติดเชื้อ HIV

จับได้แล้วหนุ่มที่ขโมยมือถือสุดช็อคพบว่าติดเชื้อ HIV และมีเพศสัมพันธ์หลังจากติดเชื้อแล้วมากกว่า 30 คน 

       เมื่อวันที 17 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากพนักงานสาวของโรงแรมคนหนึ่งเนื่องจากว่ามีคนก่อเหตุขโมยมือถือของเธอไปและเธอมีภาพจากกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐานเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นตามจับกุมตัวชายคนดังกล่าวซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่อย่างไรก็ตามใช้เวลาเพียงไม่นานเท่านั้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถที่จะควบคุมตัวชายคนดังกล่าวได้ซึ่งจากการตรวจสอบใช้โดนคนดังกล่าวพบว่าเขามีพฤติกรรมในการขโมย โดยการควบคุมตัวและพูดคุยกับชายคนดังกล่าวทราบชื่อว่านายวันชัยเขาให้ทำการรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุขโมยโทรศัพท์มือถือจริงและยังได้มีการพาไปค้นห้องพักเพื่อหาหลักฐานเป็นโทรศัพท์มือถือ

ซึ่งนอกจากจะเจอมือถือที่ขโมยมาแล้วยังพบบัตรเครดิตอีกหลายใบรวมถึงบัตร ATM อีกเกือบ 30 ใบซึ่งนายวันชัยเองก็ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตัวเขานั้นเป็นชายรักชายแต่ก็มีภรรยาแล้วซึ่งเขาจะมีการนัดกลุ่มคนที่เป็นชายรักชายด้วยกันมาร่วมหลับนอนหลังจากนั้นก็จะแอบหยิบบัตร ATM จากสายที่มานอนด้วยและนำไปกดเงิน

ซึ่งบางครั้งเขาก็จะมีการส่งบัตร ATM กับคืนไปให้เจ้าของอย่างไรก็ตามในวันใช้ได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเมื่อประมาณ 7 เดือนที่แล้วเขาได้มีการไปตรวจโรคที่โรงพยาบาลปรากฏว่าเขาตรวจพบว่าตนเองนั้นมีเชื้อ HIV แต่ยังไม่ได้บอกภรรยาว่าเขามีเชื้อนี้และที่สำคัญหลังจากที่เขามีการตรวจเจอเชื้อ HIV แล้ว

เขาก็ยังคงมีการเจอชายรักชายมาร่วมเพศสัมพันธ์ด้วยซึ่งข้อมูลนี้สร้างความตกตะลึงให้กับคนที่รู้เรื่องราวกันเป็นอย่างมากเพราะว่าไม่สามารถระบุจำนวนผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับนายวันชัยได้ว่าตั้งแต่ 7 เดือนที่แล้วนั้นจนถึงปัจจุบันผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาแล้วกับคู่นอนกี่คนแต่อย่างที่รู้ก็ไม่ต่ำกว่า 30 คนเลยทีเดียวดูเหตุการณ์ในครั้งนี้เขายังไม่กล้าที่จะเล่าเรื่องราวดังกล่าวให้กับภรรยาของเขาฟัง 

           สำหรับข่าวนี้คงจะช็อคใครหลายหลายคนเลยทีเดียว โดยเฉพาะคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์กับทางนายวันชัยในช่วงนับตั้งแต่เดือนนี้ย้อนหลังลงไป 7 เดือนเพราะแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องติดเชื้อ hiv อย่างแน่นอนซึ่งถ้าข่าวนี้มีการเผยแพร่ออกไปและใครรู้ตัวว่าเคยมีเพศสัมพันธ์กับนายวันชัยก็ควรจะไปทำการตรวจหาเชื้อไวรัส HIV ที่โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อที่จะได้รีบดำเนินการรักษา 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน สมัครฟรี

หนุ่มหัวใจสลาย เสียรู้สาวช่างอ้อน หลงโอนเงินให้เป็นแสน 

      เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ออกมาเล่าเรื่องราวของตัวเองที่ถูกสาวหลอกให้โอนเงินไปให้แล้วก็หนีหายไป โดยเรื่องราวดังกล่าวนี้เกิดขึ้น ซึ่งนาย บุญพา ได้ออกมาเล่าเรื่องของตัวเองเมื่อวันที่ 20 เดือนพฤษภาคม ปี 2563

ว่าเขาได้รู้จักกับหญิงสาวคนหนึ่งผ่านทางเฟสบุ๊กโดยฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายทักมาหาเขาก่อนและหลังจากนั้นก็ได้มีการพูดคุยกันเพราะรู้สึกพูดกันถูกคอ และต่อมาก็คบกันเป็นแฟน  ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวนั้น บอกว่าตนเองนั้นเป็นคนจังหวัดชัยภูมิ โดยนายบุญพา บอกว่าเริ่มรู้จักกันมาตั้งแต่วันที่ 8 เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2563

ซึ่งนายบุญพายังบอกอีกว่าตั้งแต่รู้จักกันฝ่ายหญิงก็เดินทางมาหาเขาที่บ้านหลายครั้งด้วยกัน และทุกครั้งที่ฝ่ายหญิงมาหาที่บ้านพวกเขาไม่เคยมีอะไรกันเลย ทำได้เพียงแค่จับมือกับหอมแก้มเท่านั้นเอง  หลังจากรู้จักกันได้สักพักฝ่ายหญิงก็เริ่มที่จะขอเงินนายบุญพา ซึ่งครั้งแรกนั้น มีการของเงินนายบุญพา เมื่อวันที่ 8 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2563 

ซึ่งฝ่ายผู้หญิงมักจะมีข้ออ้างมาขอเงินเสมอ โดยส่วนใหญ่มักจะอ้างว่าจะเอาเงินไปช่วยแม่ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเงินค่าใช้จ่าย หรือเอาไปใช้หนี้นอกระบบ ซึ่งแต่ละครั้งที่โอนก็เป็นเงิน สองหมื่นบาทบ้าง บางครั้งก็สามหมื่นบาทบ้าง ซึ่งโดยรวมแล้วเขาโอนเงินให้ฝ่ายหญิงไปทั้งสิ้นรวมแปดหมื่นกว่าบาท  โดยครั้งสุดท้ายฝ่ายหญิงมาของเงินกับนายบุญพา ประมาณสี่หมื่นบาทแต่เงินของนายบุญพาไม่มีแล้ว จึงให้ไปเพียงแค่ สามหมื่นบาท เหลือเอาไว้ติดธนาคารแค่ เจ็ดบาทเท่านั้น

  เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าเศรษฐกิจตอนนี้กำลังแย่ และยังมีปัญหาเรื่องของการระบาดของไวรัสอีกทำให้นายบุญพา ไม่ค่อยมีรายได้ มีแต่รายจ่ายออกจนเงินหมดธนาคาร และหลังจากให้เงินไปฝ่ายหญิงก็เริ่มตีตัวออกห่าง ซึ่งเมื่อนายบุญพาไม่มีเงินจึงเอารถไปขายได้เงินมาหกหมื่นห้าพันบาท พอฝ่ายหญิงรู้เรื่องก็กลับมาหาพร้อมกับของเงิน ในวันที่ 12 เดือนพฤษภาคม ปี 2563

ซึ่งนายบุญพาให้ไป หนึ่งหมื่นห้าพันบาท และพอได้เงินไปแล้วหญิงสาวก็โทรมาขอเลิกกับนายบุญพา ซึ่งตอน หลัง นายบุญพามารู้ว่าเธอไปเป็นแพนกับเพื่อนสนิทของนายบุญพาเอง  เมื่อรู้ดังนั้น นายบุญพาจึงได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ เพื่อเป็นการสั่งสอนไม่ให้หญิงสาวไปทำกับคนอื่นอีก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame66

ร้านนวดย่านข้าวสารสนองนโยบายรัฐเตรียมปิดร้าน 14 วัน

ร้านนวดย่านข้าวสารสนองนโยบายรัฐเตรียมปิดร้าน 14 วันแต่ร้านอาหารที่ อาร์ซีเอ ยืนยันจะเปิด

       จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าตอนนี้พบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 177 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 1 ราย รวมถึงตอนนี้มีกลุ่มคนต้องเฝ้าระวังว่ามีเกณฑ์ที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรนามากถึง 7045 ราย แต่ในขณะเดียวกันวันนี้คือวันที่ 17 เดือนมีนาคม พ.ศ 2563 กลับพบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามากถึง 30 คนด้วยกันภายในวันเดียวเท่านั้นเอง ใน 30 คนนี้มาจากผู้ที่ติดเชื้อมาจากสนามมวยและติดเชื้อมาจากสถานบันเทิงรวมถึงชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศอิตาลี

และคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศแถมยังมีคนขับรถแท็กซี่ที่ได้รับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศขึ้นรถมา ซึ่งหลังจากที่จำนวนพูดติดเชื้อมีปริมาณมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนายกรัฐมนตรีจึงได้ออกมาแถลงการณ์ กับมาตรการป้องกัน การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาโดยมาตรการนี้จะมีการป้องกันทั้งทางด้านทางอากาศ ทางบกและทางน้ำโดยจะเข้มงวดเรื่องการตรวจคนเข้าเมืองซึ่งใครจะเข้ามาในประเทศไทยจะต้องมีหลักฐานการแสดงตัวว่ามีการไปตรวจมาแล้วว่าไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

รวมถึงจะต้องมีใบรับรองแพทย์และใบประกันชีวิต จึงจะสามารถเดินทางเข้าประเทศได้และอีกประการหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีได้ออกมาแถลงการณ์ก็คือจะมีการหยุดจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ โดยจะไปชดเชยการจัดงานสงกรานต์วันหลังและประกาศปิดสถานที่คิดว่ามีการเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส โควิด-19โดยจะให้ปิดทำการทั้งหมด 14 วัน  โดยจะเริ่มให้ปิดตั้งแต่วันที่ 28 ถึง 31 เดือนมีนาคมที่จะถึงนี้นอกจากจะเป็นสถานบันเทิงแล้วโรงภาพยนตร์ฟิตเนสหรือแม้แต่ร้านอาบอบนวดก็ต้องปิดด้วยเช่นเดียวกัน

และหลังจากการแถลงการณ์สภลงผลปรากฏว่าร้านค้าส่วนใหญ่ให้ผลตอบรับดีที่จะทำการปิดบริการชั่วคราวอย่างเช่นร้านนวดในถนนข้าวสารก็ตอบรับนโยบายเพราะว่าโดยปกติแล้วตอนนี้นักท่องเที่ยวก็ไม่ค่อยมีอยู่แล้วลดลงไปมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ดังนั้นเพื่อเป็นการกำจัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสให้ได้ผลดีที่สุดทางร้านในถนนข้าวสารจึงร่วมใจกันที่จะปิดบริการตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมเป็นต้นไปและจะเปิดทำการอีกทีในวันที่ 31 มีนาคม

ที่จะถึงนี้แต่นโยบายนี้ก็ยังมีบางสถานที่ที่ไม่ยอมรับการปิดสถานบริการอย่างเช่นร้านอาหารแถวบริเวณ RCA ได้ออกมาบอกว่าจะยังคงมีการเปิดบริการตามปกติ เพราะทุกคนยังต้องกินต้องใช้ถ้าปิดกิจการไปแล้วก็ไม่มีเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย แต่สำหรับร้านเหล้าผับบาร์มีการปิดไปแล้วก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะแถลงการณ์ เนื่องจากว่าไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเลย 

อาจารย์หื่นแชทชวนเด็กสวิงกิ้ง

มีรายงานข่าวเข้ามาเมื่อวันที่เจ็ดเดือนมีนาคมปีพ.ศ. 2563

โดยระบุว่ามีอาจารย์สอนวิชาฟิสิกส์คนหนึ่งซึ่งเป็นอาจารย์สอนอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งของจังหวัดนครพนมโดยอาจารย์ท่านนี้มีพฤติกรรมชอบส่งข้อความไปให้เด็กนักเรียนผู้หญิงเป็นข้อความเกี่ยวกับเรื่องลามก หื่นกามและยังมีการส่งภาพโป๊ไปให้กับเด็กนักเรียนด้วยซึ่งล่าสุดยังมีการส่งข้อความชวนให้ไปสวิ่งกิ้งซึ่งทำให้เด็กนักเรียนหญิงหลายคนที่ได้รับข้อความจากอาจารย์คนนี้ต่างพากันหวาดกลัวหลายคนไม่อยากไปโรงเรียน

เพราะไม่อยากเจอกับอาจารย์คนนี้และยังมีนักเรียนหญิงอีกหลายคนที่คิดจะฆ่าตัวตายเพราะถูกอาจารย์คนนี้ส่งข้อความข่มขู่และก่อกวน ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถูกนำมาเผยแพร่จากผู้ปกครองของนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่สังเกตพฤติกรรมของลูกสาวของตนเองพบว่าลูกสาวมีอาการเหม่อลอยและไม่อยากที่จะไปโรงเรียนจึงได้สอบถามลูกสาวและได้พบความจริงว่าลูกสาวถูกส่งข้อความมาก่อกวนในเชิงลามกอนาจารจากอาจารย์คนดังกล่าว

และยังมีเด็กนักเรียนหญิงอีกหลายคนที่ตกเป็นเหยื่ออาจารย์คนดังกล่าวแต่ทุกคนก็ไม่สามารถทำอะไรอาจารย์คนนั้นได้เพราะว่าอาจารย์คนนั้นรู้จักกับพรุ่งนี้อิทธิพลรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังให้ความช่วยเหลืออาจารย์คนดังกล่าวอีกด้วยเพราะเคยมีคนนำข้อความของอาจารย์ คนดังกล่าวมาเปิดเผยแต่ก็ถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อข่มขู่บังคับให้เด็กนักเรียนลบโพสต์ที่ได้โพสต์ประจานอาจารย์คนดังกล่าวรวมถึงยังบังคับให้ไปกราบขอโทษอาจารย์อีกด้วย

และจึงทำให้เด็กหลายคนไม่รู้จะทำยังไงหลังจากที่ชาวโซเชียลได้เห็นโพสต์ข้อความดังกล่าวต่างก็เข้ามาสอบถามกันมากมายว่าทำไมผู้อำนวยการโรงเรียนถึงไม่จัดการเรื่องนี้ ซึ่งมีคนเข้ามาตอบกระทู้ว่าผู้อำนวยการคนปัจจุบันเพิ่งย้ายมาถึงยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าวแต่คิดว่าตอนนี้ผู้อำนวยการน่าจะทราบเรื่องแล้วและคิดว่าน่าจะกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อยู่ส่วนทั้งผู้ปกครองของเด็กหญิงที่เป็นคนนำเรื่องราวออกมาเผยแพร่นั้น

ก็ได้ร้องเรียนกับทางสำนักข่าวลูกสาวถูกอาจารย์วิทยาศาสตร์และส่งข้อความมาให้ในเชิงชู้สาวทำให้ลูกสาวของตนเองไม่กล้าไปโรงเรียนแล้วก็ไม่มีครูคนไหนที่จะช่วยเหลือได้เลยเพราะทุกคนเกรงกลัวอิทธิพลของครูคนนี้กันมากเนื่องจากครูคนนี้มีแบคเป็นอดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่งจึงอยากให้ทางนักข่าวช่วยกระจายข่าวนี้ให้เพื่อให้เรื่องถึงผู้หลักผู้ใหญ่จะได้ลงมาจัดการกับครูคนนี้สักที

     จากประวัติที่ผ่านมาของอาจารย์ที่สอนวิทยาศาสตร์คนนี้พบว่าเคยมีคนถ่ายคลิปอาจารย์คนดังกล่าวจากการไปงานสัมมนาแล้วตกดึกก็แอบเข้าห้องเด็กนักเรียนหญิงซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นอาจารย์คนนั้นแค่ถูกว่ากล่าวตักเตือนแต่ไม่ได้ถูกทำโทษอะไรเลยจึงไม่มีใครกล้าที่จะฟ้องร้องอาจารย์ก่อนดังกล่าวเพราะเกรงกลัวอิทธิพล

 

สนับสนุนโดย  BK8

ห้างพันทิพย์แจงแล้ว

ห้างพันทิพย์แจงแล้ว ไม่มีใครที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19  วอนหยุดแชร์ข่าวมั่ว 

      ก่อนหน้านี้มีการแชร์ข้อมูลกันมากผ่านข้อความไลน์  ว่ามีเจ้าของร้านค้าที่เปิดร้านขายของอยู่ในห้างพันทิพย์ ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และทางห้างพันทิพย์กำลังสั่งปิดห้างเพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค  ซึ่งวันนี้ทางห้างพันทิพย์ได้ออกมาบอกแล้วว่า ตอนนี้ที่มีข่าวเกี่ยวกับผู้ประกอบการห้างที่ขายของอยู่ในห้างพันทิพย์สาขา งามวงศ์วาน

มีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และตอนนี้ทางห้างกำลังมีการคุมเข้มเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยทางผู้บริหารของทางห้างพันทิพย์ออมาบอกว่า ทางห้างพันทิพย์ เพียงแค่ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคเท่านั้นแต่ยืนยันได้ว่าไม่มีใครที่ติดเชื้อไวรัสโควิด -19 แน่นอน และทางผู้บริหารของห้างพันทิพย์ยังได้ร้องขอมาผ่านทางสื่ออีกด้วยว่าขอให้หยุดการแชร์ข้อความดังกล่าวด้วย

เพราะจะเป็นการสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน แล้วจะไม่มีใครกล้าที่จะมาเดินทาง ซึ่งทางห้างพันทิพย์ยังบอกอีกด้วยว่า ตอนนี้ทางห้างมีการเตรียมมาตรการรัดกัดมากเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัส โดยทางห้างจะมีการจัดเตรียมสถานที่ให้มีเจลสำหรับล้างมือวางไว้โดยรอบรอบห้างเพื่อให้ลูกค้าใช้เจลได้เลย และที่สำค้ญทางห้างจะมีการฉีดยาฆ่าเชื้อให้เพื่อทำความสะอาดชั้นบรรยากาศในห้าง พร้อมยังกำชับให้พนักงานของห้างทุกคนคอยหมั่นทำความสะอาดมืออยู่เสมอ

      ทั้งนี้ข่าวลือมีการแพร่สะพัดไปทั่วและผู้คนต่างก็เริ่มหวาดกลัวการติดเชื้อเพราะว่าเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนที่ยืนอยู่ข้างข้างเราขณะนี้จะมีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกายหรือไม่ พวกเขาเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศและเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของการแพร่เชื้อไวรัสหรือเปล่า นั่นก็เพราะว่ามีคนบางกลุ่มที่มาสร้างความหวาดระแวงให้กับประชาชนคนอื่นอื่น

  เพราะมีคนที่เห็นแก่ตัวเดินทางไปต่างประเทศแล้วไม่ยอมกักตัวเอง และยังออกมาเดินไปซื้อของไปกินอาหารตามสถานที่ต่างต่างไปทั่ว จนคนเริ่มหวาดระแวงกันเอง กลัวว่าจะไม่ปลอดภัย ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงเริ่มงดการออกจากบ้าน และพยายามไปในแหล่งที่มีคนเยอะให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหากออกไปก็เกรงว่าจะได้รับเชื้อไวรัสมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งหากเหตุการณ์ยังเป็นอยู่แบบนี้คาดว่า ห้างสรรพสินค้าทั้งหลายอาจจะไม่ลูกค้าเดินทางไปช็อปปิ้ง ซื้อของ และนั่นจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของห้างและอาจจะทำให้ห้างต้องลดจำนวนพนักงานลงก็เป็นไปได้

 

ขอบคุณ  next88  ผู้ให้การสนับสนุนเรา

เตือนภัยหน้ากากอนามัยทั้งแพงทั้งบาง

 ในโลกออนไลน์ได้มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่ง

ได้มีการ post ภาพหน้ากากอนามัยที่มีสีเขียวแต่มีลักษณะบางมากมาแสดงในหน้า Facebookของตัวเองทั้งยังมีการเล่าเรื่องราวถึงที่มาของหน้ากากอนามัยดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการเตือนกลุ่มคนที่ต้องการซื้อหน้ากากอนามัยในช่วงนี้ให้มีการตรวจสอบหน้ากากก่อนที่จะซื้อให้ดีดี เพราะอาจจะเจอกับของที่ไม่ดีนำมาหลอกขายก็ได้

โดยเธอได้เล่าวันเธอและเพื่อนของเธอได้ไปเดินหาซื้อของกันที่วังหลัง  ซึ่งเป็นตลาดขายสินค้าที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งในขณะที่เดินหาซื้อของนั้นเธอสังเกตเห็นว่ามีแม่ค้ามาตั้งแผงหลายร้าน ที่นำหน้ากากอนามัยมาขาย เมื่อมองแล้วก็เหมือนกับทีเขาขายกันตามร้านขายยาทั่วไปจึงได้สั่งซื้อจำนวนทั้งสิ้น 8 แผ่นเพราะคิดว่าจะลองเอาไปใช้ดูก่อนถ้าดีก็จะมาซื้อเพิ่ม

ซึ่งแม่ค้าได้ก้มหยิบจากในกล่องด้านหลังให้ใหม่แล้วคิดเงิน 150 บาทซึ่งเธอก็ไม่ได้คิดอะไร ถือถุงหน้ากากอนามัยเดินออกมาแล้วไปเดินซื้อของกันต่อกับเพื่อนจนถึงเวลากลับบ้านเธอและเพื่อนเดินทางกลับโดยรถโดยสารซึ่งเมื่อเธอขึ้นไปบนรถจึงได้เปิดถุงเพื่อเอาหน้ากากที่เพิ่งซื้อมาจะใช้ก็ปรากฏว่า หน้ากากอนามัยที่ซื้อมามีลักษณะบางมาก

ซึ่งหากเปรียบกับหมูที่กินในร้านหมูกระทะ หน้ากากอนามัยนี้ยังบางกว่าเลย ซึ่งตนเองมองว่าหน้ากากอนามัยที่บางมากขนาดนี้จะไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ เพื่อนของเธอต่างก็บอกให้เธอเอากลับไปคืนแม่ค้าคงเดิมแต่เธอมองว่านั่งรถมาไกลแล้วและเสียรู้แม่ค้าไปแล้วจึงนำเรื่องดังกล่าวมาโพสต์เตือนเพื่อนคนอื่นอื่นใน Facebook จนกลายเป็นข่าวโด่งดังขึ้นมา

            และเมื่อนักข่าวเดินทางไปที่ตลาดวังหลัง ก็พบกับร้านค้าที่ขายหน้ากากอนามัยเป็นจำนวนมากจริงจริง ซึ่งหน้ากากที่วางขายก็มีหลายขนาดและหลายราคา โดยแม่ค้าได้บอกกับนักข่าวว่า หน้ากากที่รับมานั้นมีราคาสูงอยู่แล้ว เวลานำมาขายต่อก็ต้องขายให้ได้กำไร ส่วนราคาที่ไม่เท่ากันของหน้ากากนั้นก็เพราะว่ามีทั้งแบบหนา

และแบบบาง ตอนนี้หน้ากากอนามัยค่อนข้างหากมาขายยากดังนั้นคนทีนำมาขายต่อขายให้แม่ค้าแพง เมื่อรับมาแพงตัวแม่ค้าเองก็ต้องขายแพง และหากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับคนขายของแพงก็ควรจะไปจับกับผู้ผลิตเพราะส่งมาแพงไม่ควรจะมาจับแม่ค้า ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณอาทิตย์ที่แล้ว เหล่าแม่ค้าที่ตลาดวังหลังก็เพิ่งจะถูกจับกุมเรื่องที่ขายหน้ากากอนามัยแพงไป 

 

ขอบคุณที่ให้เรื่องราวให้นำมาเสนอโดย dewabet