เด็กปั๊มแชร์ต่อลุงแท็กซี่ได้เงิน 8 ล้านออกรถใหม่ป้ายแดง 

             จากกรณีที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้เรื่องชายวัย 72 ปีที่ขับรถแท็กซี่แล้วไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าเช่ารถและยังได้มีการเล่าเรื่องราวชีวิตส่วนตัวที่แสนอาภัพและน่าเห็นใจให้กับคนในโลกโซเชียลฟังซึ่งทำให้หลังจากที่มีเรื่องราวของชายวัย 72 ปีที่ขับรถแท็กซี่มีการแชร์กันออกไปทำให้ภายในคืนเดียวนั้นมีคนกระหน่ำโอนเงินเข้ามาช่วยเหลือชายวัย 72 ปีกันอย่างมาก

ซึ่งทำให้มียอดเงินช่วยเหลือเข้ามาถึง 8 ล้านบาทหลังจากนั้นก็มีนักข่าวไปขอสัมภาษณ์มากมายซึ่งชายวัย 72 ปียังให้ข้อมูลว่าจะมีการนำเงินไปช่วยเหลือตำบลชนิดต่างๆและนำไปสร้างบ้านอีกทั้งยังเคยให้ข้อมูลว่าตัวเขาเองนั้นอยู่คนเดียวไม่มีใครคอยดูแลหลังจากนั้นเมื่อไม่นานประมาณวันที่ 12 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ก็มีเจ้าของอู่แท็กซี่ซึ่งเป็นอู่เดิมที่ชายวัย 72 ปีเคยไปเช่ารถเสื้อขับแท็กซี่ได้ออกมาแฉลุงวัย 72 ปี

คนดังกล่าวเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลที่เคยออกสื่อว่าไม่มีใครดูแลนั้นแท้ที่จริงแล้วเขามีรูปชายและลูกสาวคอยดูแลเลี้ยงดูซึ่งลูกทั้งสองคนก็มีงานทำปกติอีกครั้งบ้านที่บอกว่าไม่มีนั้นก็เป็นบ้านของภรรยาเก่าเขาดึงข้อมูลที่เขาเคยให้ตามสื่อนั้นไม่เป็นความจริงเลยและที่สำคัญหลังจากที่เขาได้รับเงิน 8 ล้านบาทมาแล้วเขาก็หนีหายไม่มาขับรถที่อู่อีกเลย

ซึ่งเขาได้มีการติดเงินกับเจ้าของอู่ไว้เป็นจำนวนเงิน 1,400 กว่าบาทและเงินจากลูกชายที่เขาติดเจ้าของอู่ไว้อีกหมื่น 3 พันกว่าบาทซึ่งเขาเคยทวงไปแล้วแต่ทั้งลุงวัย 72 ปีและลูกชายต่างก็ไม่ยอมนำเงินมาใช้หนี้พากันหนีหายไปจนติดต่อไม่ได้ซึ่งข่าวเรื่องนี้ยังไม่ทันป๋าลงก็มีข้อมูลจากทางโลกออนไลน์ได้มีการออกมาแฉ

เพิ่มเติมอีกว่าลุงขับรถแท็กซี่นั้นได้มีการไปออกรถแท็กซี่กันใหม่ป้ายแดงแล้วก็มีเด็กปั๊มน้ำมันเคยเห็นว่ามีการขับรถใหม่มาเติมน้ำมันที่ปั๊มซึ่งตั้งแต่ได้เงิน 8 ล้านบาทไปนั้นการแต่งกายของลุงแท็กซี่ก็มีการแต่งกายดูดีขึ้นโดยเด็กปั๊มยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันกับลุงที่เคยร้องไห้ผ่านสื่อที่ได้เงิน 8 ล้านบาทภายในคืนเดียวเพราะว่าจำรูปพรรณสัณฐานได้

เนื่องจากว่าโดยปกติแล้วลุงคนนี้มักจะมาเติมน้ำมันที่ปั๊มเป็นประจำซึ่งตอนนั้นรถแท็กซี่ของลุงจะเป็นรถเก่าๆและลุงก็จะแต่งตัวมอซอแต่ในตอนนี้นะลุงแต่งตัวดีขึ้นรวมทั้งมีรถป้ายแดงมาขับเรียบร้อยแล้วซึ่งแท็กซี่ใหม่ที่โรงแรมบังคับนั้นเป็นรถป้ายสีเหลืองเขียวแต่ก็ยังคงมาเติมแก๊สที่ปั๊มน้ำน้ำมันแถวบางพลีจังหวัดสมุทรปราการซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะหนีมาอยู่แถวบริเวณนี้และขับรถแท็กซี่อยู่แถวนี้

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  bk8 pantip

สาววัย 52 ปีถูกคนร้ายบุกเข้าข่มขืนกลางดึก

สาววัย 52 ปีถูกคนร้ายบุกเข้าข่มขืนกลางดึกรอดมาได้เพราะออกอุบายว่าจะไปฉี่

      เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 เมื่อหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจจังหวัดบุรีรัมย์โดยเธอร้องเรียนว่าถูกคนร้ายที่ชื่อว่านายพงศ์เทพได้เข้ามาจะข่มขืนกระทำชำเราจนเองในช่วงประมาณกลางดึกของคืนวันที่ 8 นั่นเองโดยเธอเล่าว่าเธออยู่บ้านคนเดียวเนื่องจากว่าลูกสาวของเธอนั้น

ไปทำงานอยู่ที่อื่นส่วนสามีของเธอก็ทำงานอยู่ที่ต่างประเทศโดยปกติแล้วทุกคนจะรู้ว่าเธอพักอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวนั้นเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นซึ่งในคืนวันเกิดเหตุนั้นเธอนอนอยู่ในห้องนอนด้านล่างตามปกติซึ่งเวลาซักประมาณเที่ยงคืนครึ่งจะรู้สึกว่ามีคนมาคร่อมอยู่บนล่างของเธอโดยชายคนดังกล่าวนั้นพยายามก้มลงจูบเธอ

และเมื่อเธอสัมผัสตัวก็พบว่าชายคนดังกล่าวได้มีการถอดเสื้อผ้าไว้เรียบร้อยแล้วเธอได้มีการต่อสู้ขัดขืนชายคนนั้นจึงได้บีบคอเธอและครูไม่ให้เธอตะโกนขอความช่วยเหลือไม่งั้นจะฆ่าให้ตายอีกทั้งยังได้มีการทำร้ายด้วยการปล่อยท้องเธออีกด้วยเมื่อเธอเห็นว่าเธอไม่สามารถสู้ได้แน่นอนเธอจึงได้บอกกับชายคนดังกล่าวว่าหากอยากจะมีอะไรด้วยก็ให้นอนรอไปก่อนเธอขอไปเข้าห้องน้ำเพื่อไปทำกับฉี่ในห้องน้ำสักพักนึงซึ่งชายคนดังกล่าวก็ยอมปล่อยตัวเธอ

โดยเธอสามารถเห็นหน้าชายคนนั้นได้ด้วยการนำโทรศัพท์มือถือไปส่องที่หน้าพบว่าเป็นนายพงศ์เทพซึ่งเป็นคนที่พึ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำเมื่อไม่นานมานี้เองและเป็นคนที่อยู่หมู่บ้านใกล้กันกันกับเธอแต่เธอเองไม่ได้สนิทสนมกับชายคนดังกล่าวมากนักโดยก่อนที่เธอจะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำเพื่อออก ไปฉี่นั้น

นายพงษ์เทพได้เดินมาทางด้านหลังและกอดเธอพร้อมกับบอกว่าเขาแอบหลงรักเธอมานานซึ่งเมื่อเธอเดินออกมาจากนายพงศ์เทพได้เธอก็รีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านทันทีพร้อมตะโกนให้คนมาช่วยเธอทำให้นายพงศ์เทพตกใจหลังจากนั้นก็ได้หนีไปสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เธอเก่าอีกว่าเธอคงไม่กล้ากลับมานอนที่บ้าน

เพราะกลัวว่านายพงษ์เทพจะกลับมาทำร้ายเธออีกคงต้องรอจนกว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมตัวนายพงศ์เทพได้ส่วนทางด้านครอบครัวของนายพงศ์เทพนั้นนักข่าวได้ลงไปพบเจอกับน้าของนายพงษ์เทพ

โดยน้าของนายพรเทพยืนยันว่าหลานเป็นคนดีไม่คิดว่าหลานจะมาก่อเหตุแบบนี้ถ้าหากหลานก่อเหตุจริงก็ขอโทษผู้เสียหายด้วยซึ่งเคยอยากจะให้หลานเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเธอมีการบอกกับนักข่าวว่าเธอเพิ่งได้ข่าวมาว่าหลานของเธอนั้นไปก่อเหตุจะข่มขืนคนในหมู่บ้านข้างเคียงแต่เธอยังไม่พบกับหลานของเธอเลยจึงไม่ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็นมาอย่างไร

 

สนับสนุนโดย  bk8 thai

ใจสลาย ลูกชายวัย 1 ขวบดับคาที่ใต้ท้องรถกระบะของพ่อ

         เหตุการณ์ที่เศร้าสลดใจในครั้งนี้เกิดขึ้นในครอบครัวหนึ่งที่มีอยู่ด้วยกัน 4 คนพ่อแม่ลูกโดยลูกชายคนโตอายุ 5 ขวบและคนเล็กอายุ 1 ขวบ 2 เดือนซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 8 เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2563  โดยเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าซึ่งเป็นช่วงที่พ่อกับแม่กำลังดูแลลูกๆให้กินอาหารเช้าซึ่งรบกวนข้าวลูกทั้งสองคนเสร็จเรียบร้อยแล้วแม่เองก็ได้เดินเข้าไปในหลังบ้านเพื่อไปทำการล้างจานส่วนผู้เป็นพ่อนั้นได้เดินออกไปหน้าบ้านเพื่อที่จะนำเงินไปเข้าธนาคาร

โดยที่ทั้งสองคนไม่มีใครดูเลยว่าลูกชายทั้งสองคนของเขาเล่นอยู่ตรงบริเวณไหนโดยในขณะที่แม่ล้างจานอยู่นั้นลูกชายคนโตก็วิ่งเข้ามาบอกแม่ว่าพ่อถอยรถมาทับน้องไปทางแม่จึงได้วิ่งออกไปดูลูกก็เห็นร่างลูกชายวัย 1 ขวบ 2 เดือนอยู่ใต้ล้อรถกระบะของสามีเรียบร้อยแล้วโดยสามีเองได้บอกกับพญาว่าตอนที่ขึ้นรถมาไม่เห็นว่าลูกเดินตามมาพอจะถอยรถเพื่อออกตัวก็พบว่าตนเองถอยรถมาทับลูกตายเสียแล้วซึ่งผู้เล่นนำร่างของลูกชายไปส่งที่โรงพยาบาลแต่คุณหมอไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้โดยคุณหมอบอกว่าเด็กชายเสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาลแล้ว

ซึ่งคาดการณ์กันว่าเด็กน่าจะเสียชีวิตตั้งแต่ตอนถูกทับครั้งแรกแล้วซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้สองสามีภรรยาได้มีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงมาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุและมีการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่อยู่บริเวณใกล้ชิดของสองสามีภรรยาดังกล่าวและกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อที่จะได้สามารถเอาผิดสามีที่ขับรถโดยประมาทอีกด้วย

      เหตุการณ์เศร้าสลดแบบนี้มีเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งที่พ่อหรือแม่มักจะปล่อยปละละเลยลูกให้เล่นอยู่คนเดียวแล้วจะออกไปทำธุระข้างนอกโดยที่ลืมไปว่าลูกอยู่ตรงบริเวณไหนจึงเป็นสาเหตุให้หลายครอบครัวต้องสูญเสียลูกของตนเองไปจากความประมาทเลินเล่อในการถอยรถซึ่งเป็นที่มาของการแนะนำวิธีการจอดรถว่าหากเราจะจอดรถภายในบริเวณบ้านของเรานั้น

เราควรจะถอยหลังจอดแล้วหันหน้ารถออกไปนอกบ้านเพื่อที่เวลาเราจะออกไปนอกบ้านในช่วงเช้าหรือช่วงเวลาไหนก็แล้วแต่เราจะได้ไม่ต้องถอยรถออกไปเมื่อเด็กมาอยู่ด้านหลังของตัวรถเราจะได้เห็นได้ทันทีเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการถอยรถทับเด็กและที่สำคัญไม่ควรให้เด็กอยู่ห่างสายตายิ่งในเด็กที่กำลังเล็กอย่างอายุ 1 ขวบถึง 5 ขวบด้วยแล้วเด็กเหล่านี้มักจะซุกซนและมักจะติดตามพ่อแม่อยู่เสมอดังนั้นก่อนที่จะออกรถควรเช็คให้เรียบร้อยก่อนว่าลูกมีการเดินตามหลังมาหรือไม่เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเหมือนกับกรณีของสามีภรรยาคู่นี้อีก

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 ดีไหม

เคอร์ฟิวเป็นเหตุทำให้ครูสาวเสียชีวิต

เคอร์ฟิวเป็นเหตุทำให้ครูสาวเสียชีวิตขี่รถมอเตอร์ไซค์แหกโค้งเพราะกลัวกลับบ้านไม่ทัน

      ที่จังหวัดสมุทรสงครามได้มีการแจ้งเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์แหกโค้งเป็นสาเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 1 รายซึ่งต่อมาทราบว่าผู้เสียชีวิตนั้นชื่อนางสาววิมลศิริ  กันใจ ซึ่งขณะนั้นมีอาชีพเป็นครูที่โรงเรียนจ้างชั่วคราว โดยจากการตรวจสอบประวัติของนางสาววิมลศิริแล้วพบว่าเธอเป็นคนจังหวัดน่านแต่เดินทางเข้ามาทำงานที่จังหวัดสมุทรสงคราม

ซึ่งมารับจ้างเป็นคุณครูคอยช่วยเหลือคุณครูผู้สอนในโรงเรียนโดยวันเกิดเหตุนั้นตำรวจคาดว่าเธอน่าจะขับรถมอเตอร์ไซค์มาด้วยความเร็วเนื่องจากว่า อาจจะไปทำธุระที่ไหนมาแล้วเกรงว่าจะกลับบ้านไม่ทันเธอปลิวจึงได้มีการขับรถมาด้วยความเร็วและพอมาถึงโค้งก็ทำให้รถหลุดโค้งเป็นเหตุให้รถมอเตอร์ไซค์ล้มและร่างของเธอกระเด็นจนทำให้เธอถึงแก่ความตายได้ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการส่งศพไปพิสูจน์หลักฐานอีกครั้งหนึ่งแล้วก็มีการติดต่อญาติเพื่อให้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนา

     สำหรับการวิเคราะห์เรื่องของอุบัติเหตุในช่วงนี้ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะพบว่าผู้คนมักจะขับรถด้วยความเร็วในช่วงเวลาใกล้ 22:00 น.เพราะหลายคนเกรงว่าจะเกิดติดสถานการณ์ เคอร์ฟิว แล้วจะส่งผลให้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพราะเคยมีหลายคนที่ถูกจับกุมแล้วมีการร้องเรียนออกมาผ่านสื่อ

โดยมองว่าบางครั้งมีเหตุจำเป็นที่อาจจะต้องกลับล่าช้าแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ฟังเหตุผลในเรื่องของการกลับล่าช้าซึ่งหากถูกจับกุมก็จะถูกปรับดังนั้นประชาชนส่วนใหญ่จึงไม่ต้องการที่จะเสียเงิน

จากการถูกปรับเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เดินทางออกไปนอกบ้านแล้วใกล้เวลาเคอร์ฟิวส่วนใหญ่ก็มักจะพบว่าจะรีบขับรถเร็วเพื่อให้ทันเวลาในการกลับเข้าบ้านและมักจะพบว่าผู้คนส่วนใหญ่มักจะประสบอุบัติเหตุจนถึงให้เสียชีวิตได้ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือนางสาววิมลสิริ  นั่นเอง

        สำหรับเหตุการณ์ที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะประสบอุบัติเหตุเพราะกลัวกลับบ้านไม่ทันเคอร์ฟิวนั้นควรอาจจะต้องมีหาทางป้องกันซึ่งคนที่จะทำการป้องกันได้ดีที่สุดก็คือตัวของเราเองโดยเราอาจจะต้องมีการควบคุมเวลาให้เหมาะสมในการที่จะเดินทางจากสถานที่ที่เราไปแล้วกลับมาที่บ้านโดยอาจจะต้องมีการเผื่อเวลาเอาไว้ว่าในช่วงเวลาใกล้ที่จะถึงเวลาเคอร์ฟิวอาจจะมีปัญหา

เกี่ยวกับรถติดเพราะคนจะต้องรีบกลับบ้านกันเยอะดังนั้นการเดินทางไปไหนมาไหนในช่วงเวลานี้เราควรจะเผื่อเวลาเพื่อที่จะให้เราขับรถได้อย่างสบายโดยไม่ต้องเร่งได้มากเกินไปซึ่งจะสามารถช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วได้

 

สนับสนุนโดย  สูตร บาคาร่า next88

ผู้ป่วยโควิด-19 ที่จังหวัดเชียงราย รักษาหายแล้ว

ผุู้ป่วยโควิด-19 ที่จังหวัดเชียงราย รักษาหายแล้ว แต่กลับเป็นซ้ำพบปัญหาปอดอักเสบ

                 ที่จังหวัดเชียงรายได้มีรายงานข่าวออกมาจากศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินทางด้านการแพทย์และกระทรวงสาธารณสุขว่าเมื่อวันที่ 20 เดือนเมษายนปีพศ 2563 มีผู้ป่วยเดินทางเข้ามารักษาตัวด้วยอาการปอดติดเชื้อซึ่งจากการตรวจสอบประวัติผู้ป่วยรายดังกล่าวอายุประมาณ 35 ปีซึ่งจากการใช้ข้อมูลเบื้องต้น

ของทางโรงพยาบาลพบว่าชายคนดังกล่าวซึ่งถูกปล่อยตัวออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 6 เดือนเมษายนปีพ.ศ 2553 ที่ผ่านมาด้วยการมารักษาตัวในครั้งนั้นผู้ป่วยคนดังกล่าวรักษาตัวด้วยอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยเขาถูกปล่อยตัวเนื่องจากว่าเขารักษาอาการป่วยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  จนหายดีแล้วทางโรงพยาบาลจึงได้มีการปล่อยตัวของเขาออกไปซึ่งในระหว่างนั้นทางโรงพยาบาลก็แนะนำให้ผู้ป่วยรายดังกล่าวยังต้องกักตัวเองอยู่ภายในบริเวณบ้านจนกว่าจะครบ 14 วันแต่ปรากฏว่าในขณะที่ชายคนดังกล่าวกับตัวเองอยู่นั้นกลับพบว่ามีอาการไข้ขึ้นสูงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

และเขายังมีอาการไอมากเป็นพิเศษดังนั้นญาติจึงได้พากันส่งตัวเขากลับมารักษาตัวอีกครั้งหนึ่ง เดินเขากลับมารักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกครั้งในวันที่ 18 เดือนเมษายนปีพศ 2563 ที่ผ่านมาและเมื่อทางแพทย์และพยาบาลได้มีการตรวจร่างกายของเขาแล้วพบว่าเขามีอาการปอดอักเสบซึ่งทางโรงพยาบาลเองก็ยังไม่ได้ฟันธงว่าอาการปอดอักเสบของเขานั้น

เกิดมาจากการติดเชื้อไวรัสตัวเดิมหรือเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียแต่เบื้องต้นทางโรงพยาบาลก็มีมาตรการป้องกัน เอาไว้ก่อนด้วยการแยกผู้ป่วยรายนี้ไปไว้ในห้องพิเศษไม่ให้ปรับปรุงร่วมกับคนอื่นเพราะถ้าหากผลตรวจออกมาแล้วพบว่าเขากลับมาเป็นผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าอีกครั้งหนึ่งจะได้ไม่อันตรายกับบุคคลอื่นซึ่งเบื้องต้นอาการของเขาไม่ได้หนักมากนักยังสามารถช่วยเหลือตนเอง

ได้เดินไปไหนมาไหนได้ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลยืนยันว่าจะมีการดูแลอาการของผู้ป่วยรายนี้อย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งหากมีการตรวจสอบพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าจริงตามอีกรอบหนึ่งก็จะมีการประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขภายในกรุงเทพฯเพื่อหาสาเหตุของการติดเชื้อในครั้งนี้ต่อไป

เพราะตามข้อมูลที่มีการทราบกันโดยดีนะว่าหากผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่ารักษาหายแล้วเขาจะมีภูมิคุ้มกันที่จะไม่กลับมาติดเชื้อได้อีกซึ่งหากใครยังมีเชื้อคงเหลือก็จะไม่สามารถแพร่ไปยังคนอื่นได้และเขาจะไม่มีอันตรายถึงชีวิตแต่กรณีผู้ชายคนนี้พบว่าไม่มีเชื้อโรคอยู่ในปอดซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบเชื้อโรคก่อนจึงจะสามารถประกาศให้กับประชาชนทราบได้ว่าเชื้อโรคดังกล่าวเป็นเชื้อโรคประเภทไหน

 

สนับสนุนโดย  9luck

คนขายเฉาก๊วยถูกคนโกงเงินเยียวยา 5000 บาท

คนขายเฉาก๊วยถูกคนโกงเงินเยียวยา 5000 บาทคนสงสารแห่โอนเงินช่วยเหลือ

       ก่อนหน้านี้มีการพาดหัวข่าวเกี่ยวกับเรื่องของลุงคนขายเฉาก๊วยที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวานนี้นะคะจะได้มีการนำเสนอข่าวไปว่าถูกวัยรุ่นชายคนหนึ่งโกงเงินค่าเยียวยาโควิด  5,000 บาทไป โดยคุณลุงได้บอกว่าเด็กเป็นคนอาสาพาไปช่วยกดเงินให้เพราะตนเองทำไม่เป็นไรเมื่อเด็กกดเงินมาให้แล้วเด็กก็นำมาให้ 1,000 บาท

โดยเด็กวัยรุ่นคนดังกล่าวได้บอกกับลุงขายเฉาก๊วยว่ารัฐบาลไม่มีการแจกเงินเยียวยามาให้แล้วแต่เอามาให้แค่เพียง 1000 บาทเท่านั้นซึ่งลุงขายเฉาก๊วยก็ดีใจมากที่ได้รับเงินช่วยเหลือโดยไม่รู้เลยว่าเงินที่เหลืออีก 4000 บาทนั้น

วัยรุ่นชายคนดังกล่าวได้มีการเอาไปแล้ว ซึ่งมารู้ความจริงว่าตัวเองถูกวัยรุ่นชายคนดังกล่าวหรอกและรัฐบาลจ่ายเป็นเงิน 5,000 บาทนั้นก็เพราะว่ามีแม่ค้าเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของเงินเยียวยา 5,000 บาท

ซึ่งลงก็บอกไปว่าได้รับเรียบร้อยแล้วโดยได้รับมา 1,000 บาทแม่ค้าจึงบอกว่ารัฐบาลจ่ายอยู่ที่ 5,000 บาททำให้ลุงทราบว่าตนเองโดนวัยรุ่นคนดังกล่าวโกงเงินไปจึงได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ซึ่งจะแจ้งความได้ไม่นานเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาวัยรุ่นชายคนดังกล่าวก็ได้เข้าไปมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เนื่องจากว่ามีกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพวัยรุ่นไทยคนดังกล่าวได้อย่างชัดเจนว่ามีการนำเงินของลุงขายเฉาก๊วยไป หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมวัยรุ่นชายคนดังกล่าวได้วัยรุ่นคนนั้นก็ได้มีการติดต่อกับคุณลุงขายเฉาก๊วยว่าจะขอคืนเงินให้เดือนละ 1,000 บาทพร้อมทั้งขอโทษโดยเขาบอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขาต้องการนำเงินดังกล่าวไปทำการซ่อมรถและนำไปใช้หนี้ให้กับแม่ของเขา ซึ่งสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องนำเงินทั้งหมดมาจ่ายให้ลุงและไหว้ขอโทษลุง

โดยลุงขอยอดทั้งหมดคืนโดยที่ไม่ขอเป็นการแบ่งชำระและเมื่อเรื่องราวนี้เผยแพร่ออกไปก็มีคนเห็นใจลงเป็นจำนวนมากจึงได้มีการโอนเงินเข้ามาช่วยเหลือลุงฉ๋วยก๊วยเป็นจำนวนมากซึ่งมีตั้งแต่หลักสิบหลักร้อยแล้วก็หลักพันโดยล่าสุดที่มีการปรับสมุดบัญชีก็พบว่ามีเงินเข้ามาเป็นจำนวนหลักแสนบาทเลยทีเดียว

หลังจากที่ลงเฉาก๊วยได้เงินมาเป็นหลักแสนลงก็กลัวว่าในอนาคตอาจจะมีคนมาหลอกให้ลงไปกดโอนเงินให้ดังนั้นทางลุงเฉาก๊วยจึงได้ให้นักข่าวเป็นพยานโดยวงเฉาก๊วยที่มีการนำกรรไกรมาตัดบัตร ATM ของตนซึ่งหลังจากนี้หากจะต้องการใช้เงินลุงเฉาก๊วยบอกว่าจะไปเบิกเงินเองที่ธนาคารเท่านั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้า bk8

การขัดแย้งสองเจ้าพ่อภาคตะวันออก

นอกจากนี้ยังได้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดของยุทธจักรเจ้าพ่อในภาคตะวันออกในคดีฆ่าตำรวจและผลของวิบากกรรมของ กำนั้นเป๊าะ ในส่วนของคดีจ้างวานฆ่าได้กำลังส่งผลสะท้อนให้กับกำนันเป๊าะอย่างรุนแรงอย่างที่ กำนันเป๊าะนั้นไม่เคยได้พบเจอมาก่อนและมรสุมครั้งสำคัญที่ต้องทำให้เขาต้องหนีนอกจากการเติบใหญ่ของอาณาจักรคุณปลื้มทางด้านธุรกิจ กำนันเป๊าะยังมีเส้นทางการเมืองโลดแล่นอย่างน่าสนใจปี 2511 ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน ตำบลแสนสุข ปี2526 ขยับเป็นกำนัน ตำบลแสนสุข จนกระทั่งปี2531

หลังจากยกฐานะตำบลแสนสุขกลายเป็นเทศบาล กำนันเป๊าะ จึงขยับมาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข เขาสร้างผลงานมากมายจนทำให้ชลบุรีเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษกิจ นอกจากนี้เขาคือผู้อยู่เบี้องหลัง และให้การสนับสนุนการเมืองจากภาคตะวันออกหลายพรรคหลายคน และมากกว่านั้นเขายังสร้างหายาทอยู่ในแวดวงการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ เมื่อวันที่9มีนาคม ปี 2546 กำนันประยูร สิทธิโชติ ผู้กว้างขวางอีกรายแห่งเมืองชลถูกมือปืนจ่อยิงอย่างเฮียมโหดกลางงานเลี้ยงงานแต่งงานลูกสาวเพื่อนสนิด

หลังก่อเหตุมือปืนก็ได้หลบหนีไปอย่างลอยนวลพร้อมปนปริศนาที่ว่างานนี้เขาบงการและเนื่องจากคดีนี้เป็นเหตุอุกอาจ ซึ่งได้เกิดขึ้นในพื้นที่ของผู้ที่มีอิทธิพลเจ้าหน้าที่จากกองปราบปรามกองบันชาสืบสวนกลางได้ระดมกำลังเพื่อเข้าคลี่คลายคดีหลังได้รับคำสั่งให้สืบสวนในทางลับไม่นานตำรวจชุดคลี่คลายคดีก็ได้จับกุมนายพสิษฐ์และนายธนาวุฒิ มือปืนในเครือข่ายผู้กว้างขาวงแห่งภาคตะวันอกได้แต่หลักฐานหรือคำให้การใดที่ทำให้ตำรวจเชื่อได้ว่าสองผู้ต้องหานี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้หลังสอบปากคำคำสารภาพก็ได้เผยเรื่องราวการขัดแย้งของสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งภาคบูรพาไปสู่ต้นเหตุของปมมรณะในวันที่3สิงหาคม2545 พ.ต.ท. ไชยันต์ วิชัยดิษฐ์ อดีตรองผู้กำกับการ5กองบังคับการตำรวจภูธรภาค2ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตที่ชายหาดบางแสน

ซึ่งพ.ต.ท. ไชยันต์ วิชัยดิษฐ์ ถือว่าเป็นคนสนิดมากที่สุดของ กำนันเป๊าะ ในวงการนักเลงทุกคนฝ่ายรู้ดีว่าพ.ต.ท. ไชยันต์ วิชัยดิษฐ์ถูกกลุ่มของนายประยูร สิทธิโชติหรือกำนันยูรเป็นผู้สังหารหลังเกิดเหตุกำนันยูรแอบไปหลบพักอาศัยผู้ที่มีอิทธิพลทางภาคเหนือฝ่ายรู้กำนันยูรจะต้องถูกตามล้างแค้นจากกลุ่มของพ.ต.ท. ไชยันต์ วิชัยดิษฐ์อย่างแน่นอนโดยเฉพาะหากได้รับไฟเขียวเจ้าพ่อภาคตะวันออกชีวิตของกำนันยูรก็เหมือนกับลูกไก่ในกำมือแต่กำนันยูรเองก็ไม่ใช่คนที่สิ้นไร้ไม้ต่อมีการนับเจรจาและเคลียร์ปัญหาคาใจกับเจ้าพ่อภาคตะวัออกหลายครั้งจนสามารถกลับเข้าสู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีได้

แต่แล้ว9มีนาคมที่ผ่านมาก็เกิดเหตุสองคนร้ายบุกเข้ายิงกำนันยูรกลางงานแต่งงานการสังหารกำนันยูรในครั้งนี้เองทำให้วงกรนักเลงตั้งข้อสังเกตุไว้มากมายเพราะรูปแบบการสังหารและการใช้อาวุธปืนของคนร้ายรวมทั้งการหลบหนี

ไอหนักเพราะเป็นภูมิแพ้ บริษัทกลัวเป็นโควิด -19 สั่งไล่ออกจากงาน

 มีผู้ชายคนหนึ่งได้ร้องเรียนไปทางเพจสายสืบ ออนไลน์โดยเขาได้เล่าเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเขารวมถึงระบายความในใจให้กับทางเพจฟังโดยสิ่งที่สร้างความสะเทือนใจให้กับตัวเขาเองและคนที่ได้ฟังเรื่องราวของเขาก็คือชายหนุ่มคนนี้เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ทำงานหาเลี้ยงลูกคนเดียว

โดยเขาทำงานเป็นลูกจ้างอิสระให้กับทางบริษัทแต่ปัญหาที่เข้าพบหลังจากที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Corona ก็คือผู้คนต่างพากันหวาดกลัวเชื้อไวรัสโคโรน่าและบางคนก็ถึงกับหลอนว่าหากใครมีอาการป่วยไข้นิดหน่อยก็อาจจะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ซึ่งเขาก็หนึ่งในนั้นที่เพื่อนๆต่างพากันสงสัยว่าเขาน่าจะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือไม่เนื่องจากว่าเขามีอาการไออย่างหนักขณะที่ทำงานอยู่แต่ที่จริงแล้วสาเหตุที่เขาอายนั้นเพียงเพราะว่าเขาเป็นโรคภูมิแพ้

และที่ทำงานก็มีฝุ่นเยอะแต่เพื่อความสบายใจของเพื่อนร่วมงานและทางบริษัทเขาลงทุนไปตรวจที่โรงพยาบาลโดยนำผลตรวจมาให้ทางบริษัทดู  ซึ่งผลตรวจก็ระบุออกมาแล้วว่าตัวเขาเองนั้นสวยแค่เพียงเป็นโรคหลอดลมอักเสบเท่านั้นและยังทำการเช็คปอดซึ่งก่อนของเขาก็ยังปกติดีอยู่และเพื่อความสบายใจของเพื่อนร่วมงานและทางบริษัทเขายอมเสียเงินถึง 8200 บาทเพื่อทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าในร่างกายและผลสรุปออกมาว่า

เขาไม่มีเชื้อดังกล่าวแต่เมื่อเขาเอกสารทั้งสองอย่างนี้ไปยืนยันกับทางบริษัททางบริษัทก็ยังมีการไล่ออกจากงานอยู่ดีทำให้ตอนนี้ตัวเขาเองรู้สึกเคว้งคว้างมากเพราะเขาต้องหาเงินเลี้ยงลูกอยู่คนเดียวดังนั้นถ้าเขาไม่มีงานเขาก็จะไม่มีเงินนะมาเลี้ยงครอบครัว ในตอนนี้ใช้คนดังกล่าวได้มีการทิ้งท้ายเอาไว้ว่าเขาลำบากมากในตอนนี้เพราะเขาคือคนเดียวที่หาเงินเลี้ยงลูกอยู่แล้วถ้าเกิดสถานการณ์ยังเลวร้ายอยู่แบบนี้เขาก็ไม่สามารถที่จะไปหางานทำที่ไหนได้เพราะว่าบริษัทส่วนใหญ่ก็ปิดทำการกันหมดแล้วแล้วเขาจะเอาเงินที่ไหนไปเลี้ยงครอบครัวเราเลี้ยงลูกของเขา 

      จากข่าวนี้ทำให้เห็นว่าประชาชนเริ่มมีการหวาดระแวงและหวาดกลัวกันเองถึงแม้จะมีเอกสารทางการแพทย์มายืนยันว่าไม่ได้ติดเชื้อแต่หลายคนก็ไม่อยากอยู่ร่วมกับคนที่มีอาการไออย่างหนักซึ่งตรงนี้ทำให้คนที่มีภาระหน้าที่ที่ต้องหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากดั่งเช่นที่ชายคนนี้เจออันที่จริงทางบริษัทควรจะมีการแยกแยะมากกว่านี้

หรือถ้าหากพนักงานในบริษัทต่างพากันหวาดกลัวผู้ชายคนดังกล่าวจะมีการติดเชื้อก็ควรจะให้เขาทำงานแยกออกมายังไม่ควรที่จะให้เขาออกจากงานเพราะเขาเองก็มีการไปตรวจแล้วว่าเขาไม่ได้ติดเชื้อไวรัสแต่เมื่อทางบริษัทสรุปแบบนี้ออกมามันก็สร้างผลกระทบให้กับเขาอย่างมากมายทีเดียว 

สามีโกรธครอบครัวอดีตเมียห้ามไม่ให้เจอลูก

สามีโกรธครอบครัวอดีตเมียห้ามไม่ให้เจอลูกบุกสังหารยกครัวตายทั้งหมด 4 ศพ

     ที่จังหวัดกาญจนบุรีช่วงกลางดึกคืนหนึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีครอบครัวหนึ่งถูกคนร้ายบุกเข้ามายิงจนเสียชีวิต  โดยทันทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบมีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 4 คนซึ่งในครั้งแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจพบผู้เสียชีวิตเป็นชายแก่และหญิงแก่ซึ่งทราบว่าเป็นพ่อแม่และเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุโดยบุคคลที่เล่าเรื่องราวให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังก็คืออดีตเมียของคนร้ายซึ่งเธอได้เล่าว่าผู้ที่ลงมือก่อเหตุนั้นเคยเป็นสามีของเธอมาก่อนแต่มีเรื่องผิดใจกันจึงเลิกลากันไปซึ่งเธอและผู้ก่อเหตุมีลูกด้วยกันอยู่ 2 คน

อยู่ในช่วงที่เกิดเหตุนั้นเธอได้นอนอยู่กับลูกสาวคนโตส่วนลูกสาวคนเล็กนั้นไปนอนกับปู่และย่าคนร้ายด้วยอาศัยจังหวะกลางดึกปีนขึ้นมาในห้องนอนของเธอและนำปืนมาขู่จะยิงเธอโดยมีช่วงหนึ่งที่คนร้ายเผลอเธอและลูกชิ้นวิ่งหนีออกไปให้ห้องข้างๆซึ่งเป็นห้องของน้องชายช่วยเหลือและล็อคประตูไม่ให้คนร้ายเข้าไปทำร้ายได้แต่ในระหว่างนั้นเองพ่อกับแม่ของเธอได้ออกมาดูเหตุการณ์พอได้ยินเสียงดังโครมครามรวมถึงลูกสาวคนเล็กที่ออกมาพร้อมกับปู่และย่าเมื่อก่อนหลายได้เห็นพ่อแม่ของเธอก็กระหน่ำยิงไปที่พ่อและแม่ของเธอจนถึงแก่ความตาย

เพราะคนร้ายมีความรู้สึกโกรธเคืองในตัวพ่อแม่ของเธอเป็นคนเดิมอยู่แล้วโดยเขาชื่อว่าพ่อกับแม่ของเธอกีดกันไม่ให้คนร้ายได้เจอหน้าลูกทั้งสองคนซึ่งมีกระสุน 1 ไปโดนลูกสาวคนเล็กของเธอด้วยและระหว่างที่คนร้ายยิงปู่กับย่าเสียชีวิตแล้วเขาก็ได้อุ้มลูกสาวออกไปจากสถานที่เกิดเหตุซึ่งตอนนี้คนในบ้านไม่รู้ว่าคนร้ายหนีไปทางไหนหลังจากทราบเรื่องราวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ออกเดินตามหาบริเวณรอบๆบ้านที่เกิดเหตุจนเดินมาพบรอยเลือดอยู่ทางด้านหลังบ้านหยุดตรงไปทางยุ้งข้าวซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทันทำอะไรก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลังจากเสียงปืนดังไปแล้ว

ก็ไม่มีเสียงอะไรเกิดขึ้นอีกเลยทั้งที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไปยามเรียกจะมีการพังประตูเข้าไปจึงพบว่าคนร้ายได้ ยิงตนเองเสียชีวิตและลูกสาวคนเล็กที่คนร้ายอุ้มมาด้วยนั้นก็เสียชีวิตด้วยซึ่งทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าระหว่างที่คนร้ายอุ้มตัวลูกสาวออกมานั้นน่าจะรู้ว่าลูกโดนยิงด้วยแต่ด้วยความเป็นเด็กจึงทนพิษบาดแผลไม่ไหว

และเสียชีวิตทำให้ผู้เป็นพ่อเสียใจที่เธอไปทำร้ายโดยที่ไม่ตั้งใจจนลูกถึงแก่ความตายดังนั้นผู้เป็นพ่อจึงทำการปลดชีวิตตนเองแต่ตามลูกไปเพราะจากการให้ปากคำของอดีตเมียของคนร้ายให้การว่าคนร้ายรักลูกสาวคนเล็กมากถึงขนาดแอบไปหาลูกสาวที่โรงเรียนอยู่บ่อยๆและคนร้ายมีการฝังใจว่าที่ครอบครัวไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะพ่อแม่ของเมียกีดกันจึงทำให้คนร้ายเกิดความเครียดและมาก่อเหตุดังกล่าวขึ้น 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

เจอรางวัลที่ 1 พนักงานเซเว่นเป็นคนดีเก็บไว้ให้เจ้าของ 

จากกรณีที่มีแม่ลูกคู่หนึ่งเก็บสลากกินแบ่งรัฐบาลได้หน้าร้านเซเว่นซึ่งเธอก็ได้นำลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าวไปฝากไว้ที่ร้านเซเว่นโดยผู้จัดการร้านเก็บลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าวไว้ให้แต่ตั้งแต่วันที่ลอตเตอรี่หายจนถึงวันที่ผลลอตเตอรี่ออกรางวัลก็ไม่มีใครมาขอรับล็อตเตอรี่เลยซึ่งเมื่อผู้จัดการร้านตรวจสอบลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าวผลปรากฏว่าถูกรางวัลที่ 1 ได้เงินเป็นจำนวน 6 ล้านบาท

ทางผู้จัดการร้านเซเว่นจึงได้นำลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าวไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจเพื่อตามหาเจ้าของและหลังจากที่มีข่าวเผยแพร่ออกไปนั้นต่างก็มีผู้คนเป็นจำนวนมากไปติดต่อที่สถานีตำรวจเพื่อแจ้งว่าตนเองเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเดินสามารถติดตามหาตัวเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริงมาได้แล้ว

ซึ่งนักข่าวก็ได้เข้าไปติดตามทำข่าวโดยไปขอสัมภาษณ์ผู้ที่มีส่วนร่วมในการเก็บลอตเตอรี่ในครั้งนี้ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น 2 แม่ลูกที่เป็นพบลอตเตอรี่เป็นกลุ่มแรกหรือแม้แต่พนักงานเซเว่นและหัวหน้าพนักงานเซเว่นเองก็ตามโดยคนที่เป็นผู้จัดการร้านเซเว่นเป็นผู้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวซึ่งนักข่าวก็มีการเข้าไปถามว่าหลังจากที่มีการเก็บล็อตเตอรี่ได้แล้วเมื่อเห็นแล้วว่าถูกรางวัลทำไมถึงไม่เก็บไว้เองโดยทางผู้จัดการร้านเซเว่นก็ได้บอกว่าความเป็นจริงแล้วตนเองก็มีแวบขึ้นมาบ้างที่คิดจะเก็บลอตเตอรี่เก่าไว้เองแต่คิดไปคิดมาลอตเตอรี่ฉบับนี้ไม่ใช่ของเรา

และคนเป็นเจ้าของเขาก็คงรู้สึกกระวนกระวายใจตัวเองรู้สึกสงสารคนที่เป็นเจ้าของลอตเตอรี่จริงได้พยายามติดตามหาตัวมารับรางวัลซึ่งจากความสัมภาษณ์ของผู้จัดการสาขาคนดังกล่าว เจ้ายังรู้ว่าสังคมไทยยังมีคนดีอยู่ถึงแม้ว่าในช่วงที่มีการประกาศตามหาตัวเจ้าของลอตเตอรี่จะมีคนแอบอ้างเป็นจำนวนมากก็ตามเมื่อนักข่าวได้สอบถามกับทางเจ้าของลอตเตอรี่ก็ได้ความว่าตนเองไม่ทราบว่าลอตเตอรี่หายไปแล้วก็ไม่ทราบได้ว่าตัวเองถูกรางวัลที่ 1 ยังไม่ได้ออกตามหาแต่เธอก็ต้องขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันเก็บลอตเตอรี่ที่เธอทำเรื่องไว้กับมาส่งคืนทำให้เธอได้รับเงินรางวัล

เดินสายทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าหญิงสาวที่มารับลอตเตอรี่คนดังกล่าวนั้นเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริงเนื่องจากว่ามีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจากทางหน้าร้านเซเว่นที่มีการบันทึกภาพไว้ได้ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เธอทำลอตเตอรี่ร่วงและมีคนมาเก็บลอตเตอรี่ได้ดังนั้นนี่คือเจ้าของตัวจริงของลอตเตอรี่อันนี้แน่นอนและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำเสนอให้มอบเกียรติบัตรความเป็นคนดีแก่คนที่เก็บลอตเตอรี่ได้ทั้งหมดจำนวน 5 คนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับทั้ง 5 คนสืบไป